อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 6

ปากร้ายก็ส่วนหนึ่ง ใจดีก็อีกเรื่อง

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
"ฉันว่าระบบอัลกอริทึมคัดกรองเรซูเม่ของทีมคุณรินทร์คงมีปัญหามากกว่าแค่เรื่องบั๊กแล้วล่ะค่ะ แบบนี้ไม่ต่างอะไรกับการปล่อยให้คนนอกเข้ามาเดินเล่นในครัวหลังบ้านเลยนะ" เสียงแหลมสูงของพิมพ์พรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลดังขึ้นกลางห้องประชุมใหญ่ ท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตรงมายังรินทร์เป็นตาเดียว โปรแกรมเมอร์หนุ่มนั่งหลังตรง กรามขบเข้าหากันแน่นจนเป็นสันนูน นิ้วเรียวใต้โต๊ะจิกเข้าหากันเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนแทบจะทะลักออกมาทางสีหน้า ความผิดพลาดเล็กน้อยในโค้ดบรรทัดสุดท้ายเมื่อวานนี้ถูกขยายให้กลายเป็นความไร้ความสามารถในสายตาคนอื่นได้อย่างรวดเร็วเกินคาด รินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แม้ในใจจะรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังถือโอกาสเหยียบซ้ำเพื่อดันเด็กเส้นของตัวเองเข้ามาเสียบแทนตำแหน่งหัวหน้าทีมพัฒนาระบบ "ถ้าคุณพิมพ์พรรณจะกรุณาใช้เวลาศึกษาโค้ดสถาปัตยกรรมระบบเบื้องหลังสักนิด แทนที่จะเอาเวลามานั่งวิจารณ์งานคนอื่นแบบลอยๆ คุณก็น่าจะพิจารณาได้นะคะว่าช่องโหว่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน มันเป็นผลพวงมาลัพธ์จากการอนุมัติงบซื้อเซิร์ฟเวอร์รุ่นโบราณที่คุณดองเรื่องไว้สามเดือนเต็มต่างหากล่ะคะ" รินทร์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนที่อาบยาพิษ รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นที่มุมปากของคนตัวเล็ก ทว่าในใจกลับเต้นรัวด้วยความโกรธ พิมพ์พรรณหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัดที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนย้อนเกล็ดต่อหน้าพนักงานระดับสูงคนอื่นๆ "นี่คุณรินทร์! คุณกล้าดียังไงมาโยนความผิดให้ฝ่ายบุคคล หาลูกน้องทำงานพลาดแล้วยังปากดีไม่ยอมรับความจริงอีกเหรอคะ แบบนี้ทางฝ่ายบริหารคงต้องทบทวนความเหมาะสมของคุณในตำแหน่งหัวหน้าโปรเจกต์นี้เสียใหม่แล้วล่ะค่ะ!" บรรยากาศในห้องประชุมอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาสักคน ทุกสายตาต่างก้มมองโต๊ะประชุม ยกเว้นรินทร์ที่ยังคงเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้ขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยความคับ แต่ก่อนที่รินทร์จะได้อ้าปากตอกกลับด้วยถ้อยคำที่เจ็บแสบกว่าเดิม เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากมุมมืดบริเวณหัวโต๊ะ—จุดที่เงียบเชียบที่สุดมาตลอดการประชุม "ฝ่ายบุคคลคงว่างมากสินะคะ ถึงได้มีเวลามานั่งจับผิดโค้ดงานของทีมเทค แทนที่จะเอาเวลาไปตรวจสอบอัตรากำลังพลที่ซ้ำซ้อนในแผนกตัวเอง" คินน์ก้าวขาช้าๆ ออกมาจากเงาแสงไฟ ประธานบริหารหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและเด็ดขาด ปรับสีหน้าเรียบเฉยจนเดาอารมณ์ไม่ออก ร่างสูงโปรดปรานสูทสีเทาเข้มเข้ารูป ไหล่กว้างที่ดูน่าเกรงขามทำให้ทั้งห้องเงียบกริบลงทันทีราวกับกดปุ่มปิดเสียง พิมพ์พรรณสะดุ้งสุดตัว รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแห้งๆ "ท่านประธานคะ ดิฉันแค่..." "ฉันไม่ได้ถามความเห็นค่ะ" คินน์ตัดบทเสียงเรียบ ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บริหารฝ่ายบุคคลด้วยแววตาเย็นเยียบจนอีกฝ่ายต้องรีบหลบสายตา "และเรื่องระบบอัลกอริทึมที่ทุกคนกำลังถกเถียงกันอยู่ ฉันได้ให้ทีมตรวจสอบอิสระจากภายนอกเข้ามาดูตั้งแต่วันก่อนแล้ว ผลปรากฏว่ามันเป็นความผิดพลาดของซอฟต์แวร์เวอร์ชันเก่าที่ยังไม่ได้อัปเดตแพץความปลอดภัย ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรงของฝ่ายบริหารงบประมาณที่อนุมัติล่าช้า ไม่ใช่ความผิดของทีมโปรแกรมเมอร์" คำพูดของคินน์ราatกับน้ำเย็นที่สาดเข้าใส่หน้าพิมพ์พรรณ รินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ ทีมตรวจสอบอิสระจากภายนอกงั้นเหรอ? คินน์สั่งการเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทั้งที่เขากับคินน์เพิ่งจะมีปากเสียงกันเรื่องนี้ไปเมื่อวานซืนนี้เอง "ส่วนเรื่องที่คุณรินทร์พยายามแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจนถึงตีสามเมื่อคืนนี้..." คินน์หยุดเดิน พลางปรายตามองโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่ "ก็เป็นหลักฐานชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาทำหน้าที่เกินกว่าคำว่ารับผิดชอบด้วยซ้ำ ใครที่มีปัญหาเรื่องการทำงานของทีมนี้อีก เชิญยื่นใบลาออกไปพร้อมกับฟอร์มประเมินผลงานปีหน้าได้เลยค่ะ การประชุมนี้... เลิกได้" สิ้นคำประกาศิตของประธานหนุ่ม ทุกคนต่างทยอยลุกขึ้นเก็บข้าวของและเดินออกจากห้องประชุมอย่างรวดเร็วราวกับผึ้งแตกรัง พิมพ์พรรณหน้าซีดเผือด รีบเดินจ้ำอ้าวออกจากห้องไปเป็นคนแรก ทิ้งให้รินทร์นั่งนิ่งอยู่กับที่ ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวลงมาอีกครั้ง รินทร์เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกซับซ้อนตีรวนอยู่ในอก ทั้งโล่งใจ โกรธที่ตัวเองเกือบเอาตัวไม่รอด และ... รู้สึกแปลกประหลาดกับท่าทีของคนที่เพิ่งช่วยเขาไว้ เมื่อประตูห้องประชุมปิดสนิทลง เหลือเพียงเขากับร่างสูงที่ยังคงยืนกอดอกมองมาด้วยสายตาซับซ้อน คินน์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงใช้มือค้ำกับพนักเก้าอี้ที่รินทร์นั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ "นั่งทำหน้าเป็นปลาทูแม่กลองโดนแดดอยู่ได้นะคะ หรือว่าสมองอัจฉริยะประมวลผลคำพูดของฉันไม่ทัน" คินน์เอ่ยแซะด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเคย ทว่าแววตาที่มองกลับเจือความห่วงใยที่ปิดไม่มิด รินทร์เงยหน้าขึ้น สบตากับคนตัวโตอย่างไม่ยอมแพ้ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบจะกระoutออกมานอกอกแล้วก็ตาม "ผมไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยสักหน่อย แล้วก็... คุณรู้เรื่องที่ผมอยู่เคลียร์งานถึงตีสามได้ยังไง อย่าบอกนะว่าคุณแอบติดกล้องวงจรปิดไว้แถวโต๊ะผม" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกสนุก ร่างสูงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ให้หายใจ "หลงตัวเองไปหน่อยไหมคะคุณรินทร์ ฉันเป็นถึงซีอีโอ มีงานร้อยแปดพันเก้าต้องทำ จะเอาเวลาที่ไหนไปแอบมองคุณดึกๆ ดื่นๆ กัน" "อ้าวเหรอคะ นึกว่าว่างมากจนต้องมาตามแก้ปัญหาให้เด็กดื้อแถวนี้ซะอีก" รินทร์เชิดหน้าเถียงกลับทันควัน ปากบางขยับยิ้มเยาะเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่กำลังตีรวนในใจ "ขอบคุณก็0ะได้นะ ถ้าหวังคำนี้จากผม" "ใครอยากได้คำขอบคุณจากคุณกันล่ะคะ" คินน์ก้มหน้าลงมาจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มเนียนจนรินทร์ต้องกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ "ที่ฉันทำไป ก็แค่ไม่อยากให้หมาแถวนี้โดนคนอื่นรุมกัดจนตายคากองเอกสาร แล้วไม่มีคนมานั่งเถียงกับฉันในห้องทำงานต่างหากล่ะ" "นี่คุณ! ปากคอระรานไม่เปลี่ยนเลยนะ" รินทร์ผลักอกแกร่งเบาๆ เพื่อถอยร่นระยะห่าง แต่คินน์กลับยิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม มือหนาเอื้อมขึ้นมาคว้าข้อมือเรียวที่พยายามผลักไสเอาไว้เบาๆ ไม่ให้หนีไปไหน ดวงตาสีเข้มของคินน์มองสำรวจใบหน้าหวานที่เริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความพอใจ รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ปากร้ายก็ส่วนหนึ่ง..." คินน์กระซิบเสียงแผ่วพร่าข้างใบหู จนรินทร์รู้สึกวูบวาบไปทั้ง Länk "แต่เรื่องที่ฉันเป็นห่วงคุณ... มันก็อีกเรื่องเหมือนกันนะคะ" รินทร์ชะงักค้าง สมองที่เคยประมวลผลโค้ดซับซ้อนได้อย่างรวดเร็วกลับชัตดาวน์ลงในพริบตาเดียว หัวใจเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องอยู่ในหู คำพูดสวนกลับที่เตรียมไว้หายวับไปกับตา เมื่อดวงตาคู่คมของคนตรงนั้นมองตรงเข้ามาลึกซึ้งเกินกว่าจะหาข้อแก้ตัวใดๆ มากลบเกลื่อนได้ทัน "ปล่อยผมนะ..." รินทร์พยายามดึงมือออก เสียงสั่นพร่าอย่างควบคุมไม่อยู่ "คนอื่น... อาจจะยังเดินอยู่แถวนี้ก็ได้" "ให้เดินมาเห็นสิคะ ฉันจะได้ประกาศให้รู้กันไปเลยว่าประธานบริษัทคนนี้กำลังจีบหัวหน้าโปรแกรมเมอร์ปากจัดอยู่" คินน์ยิ้มมุมปาก ยิ่งเห็นอีกฝ่ายหน้าแดงก่ำก็ยิ่งได้ใจ มือหนาเปลี่ยนจากการกุมข้อมือมาเป็นเกลี่ยไล้หลังมือเบาๆ อย่างถือวิสาสะ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของรินทร์กำลังจะเต้นระเบิดออกมาจากอก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ประตูห้องประชุมจะถูกผลักเปิดออกโดยผู้ช่วยเลขาธิการหน้าตาตื่นตระหนก "ท่านประธานคะ! เกิดเรื่องใหญ่ที่แผนกเซิร์ฟเวอร์กลางแล้วค่ะ ระบบฐานข้อมูลหลักกำลังถูกแฮกจากภายนอก หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องกำลังรันโค้ดประหลาด... และมีข้อความท้าทายส่งตรงถึงคุณรินทร์ค่ะ!" รินทร์เบิกตากว้าง สติที่กระจัดกระจายกลับคืนมาในเสี้ยววินาที ร่างเพรียวสะบัดมือหลุดจากการเกาะกุมของคินน์ทันที หันขวับไปมองหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลขาฯ ที่สั่นเทาด้วยความตกใจ คินน์ขมวดคิ้วมุ่น รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงอีกครั้งในพริบตา ดวงตาคมกริบหันกลับมามองหน้ารินทร์สลับกับหน้าจอประตูห้องประชุมด้วยแววตาที่คาดเดาไม่ได้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความปั่นป่วนชวนใจเต้นไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%