อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 3

อย่าสั่งให้ผมทำในสิ่งที่ไร้เหตุผล

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
หน้าจอแท็บเล็ตในมือรินทร์สว่างวาบด้วยเส้นกราฟสีแดงฉานที่พุ่งชนเพดานห้องประชุมใหญ่ เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่จากบอร์ดบริหารดังสลับกับการกระแอมไอของใครหลายคน แต่ไม่มีใครมีน้ำหนักเท่ากับสายตาคมกริบของภาคิน ซีอีโอหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบระดับไมโครเมตร ที่กำลังจ้องมองเขา—โปรแกรมเมอร์สัญญาจ้างที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน—ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "คุณรินทร์ อัลกอริทึมที่คุณเขียนขึ้นมาเพื่อคัดกรองความพึงพอใจของลูกค้าระดับพรีเมียมตัวนี้ กำลังสร้างความเสียหายให้เราสามล้านบาทในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ คุณจะอธิบายความผิดพลาดทางเทคนิคนี้ว่ายังไง หรือจะให้ผมเปิดโอกาสให้คุณเก็บของบนโต๊ะตอนนี้เลยดี" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยียบเย็นกดดันจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ คินน์เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังราคาแพง กอดอกมองร่างโปร่งที่ยืนหยัดอยู่หน้าจอพรีเซนต์ด้วยท่าทีมั่นคงเกินกว่าที่เด็กจบใหม่คนหนึ่งควรจะเป็น รินทร์ไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอกเลียนแบบอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ใบหน้าหวานคมเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "ท่านประธานครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ ดิฉันหมายถึง 'คุณคินน์' ช่วยกรุณาดึงสติแล้วมองตัวเลขที่แท้จริง ไม่ใช่ตัวเลขมโนจากอคติส่วนตัวของคุณก่อนจะไล่ใครออกจะได้ไหมคะ" รินทร์เปิดฉากสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ชนิดที่ทำให้คินน์ถึงกับชะงัก สีหน้าเคร่งขรึมเปลี่ยนเป็นความไม่พอใจในทันทีที่ถูกย้อนศรต่อหน้าบอร์ดบริหาร "คุณว่ายังไงนะ..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคมดุหรี่ลงอันตราย "ดิฉันบอกว่าที่คุณคินน์เห็นว่าเป็นความเสียหาย นั่นคือ 'กลยุทธ์การคัดกรองเชิงลึก' ต่างหากล่ะคะ" รินทร์ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะประชุมใหญ่ขึ้นอีกนิด ปลายนิ้วเรียวสวยกดสไลด์เปลี่ยนหน้าจอแสดงผลโค้ดซับซ้อน "อัลกอริทึมตัวนี้ไม่ได้พัง แต่มันกำลังทำหน้าที่ 'สกรีน' ลูกค้ากลุ่มเปราะบางที่ชอบกดขอคืนเงินหลังใช้งานฟรีออกไป ซึ่งคิดเป็นร้อยละสี่สิบของฐานลูกค้าเดิมที่ไม่มีศักยภาพในการซื้อซ้ำ การที่ยอดขายลดลงชั่วคราวในสัปดาห์นี้ คือการตัดเนื้อร้ายทิ้งเพื่อรักษาอวัยวะสำຄัญค่ะ ถ้าคุณคินน์มีความรู้ด้าน Data Analytics มากพอที่จะมองข้ามภาพตัวเลขสั้นๆ เหล่านี้ คุณน่าจะเห็นว่ายอดพรีออเดอร์ของลูกค้าเกรดพรีเมียมจริงๆ พุ่งสูงขึ้นถึงสองร้อยเปอร์เซ็นต์ในรอบสามวันที่ผ่านมาต่างหากล่ะคะ" ความเงียบกริบเข้าปกคลุมห้องประชุมทันที บอร์ดบริหารหลายคนรีบก้มลงมองแท็บเล็ตของตัวเองเพื่อตรวจสอบตัวเลขที่รินทร์เพิ่งกล่าวอ้าง และพบว่ามันเป็นความจริงตามนั้นทุกประการ คินน์ชะงักค้างไปชั่วขณะ ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตาคู่คมจับจ้องใบหน้าเนียนใสที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของคนตรงหน้า ความโกรธขึงเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก—ความรู้สึกยอมรับแกแกมหมั่นไส้ที่ผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก รินทร์ไม่เพียงแต่โต้กลับด้วยตรรกะที่เหนือชั้นจนเขาเถียงไม่อออก แต่ยังตบหน้าเขาฉาดใหญ่ด้วยข้อมูลเชิงประจักษ์กลางที่ประชุม "เก่งมากนี่..." คินน์เค้นเสียงลอดไรฟัน ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนรินทร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง แรงกดดันรอบตัวไม่ได้ลดน้อยลงเลย กลับยิ่งเข้มข้นขึ้นเมื่อร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดตัวโปรแกรมเมอร์หนุ่มจนแทบจะไม่มีช่องว่าง "ปากเก่งแบบนี้... หวังว่าผลประกอบการไตรมาสหน้ามันจะดีอย่างที่คุณโม้ไว้ก็แล้วกัน" "ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันไม่เคยพูดอะไรที่ไม่มีหลักฐานมารองรับเหมือนใครบางแถวนี้หรอกค่ะ" รินทร์ตอบกลับทันควัน นัยน์ตาส่อแววเย้ยหยันเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดของซีอีโอหนุ่มแม้แต่น้อย คินน์จ้องมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายเป็นคำพูดไม่ได้ ร่างสูงก้มตัวลงกระซิบชิดริมหูของรินทร์ด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันแค่สองคน "เลิกทำตัวอวดดีแล้วมาห้องทำงานผมเดี๋ยวนี้... เรามีเรื่องต้อง 'เคลียร์' กันยาวๆ เรื่องโค้ดตัวนี้" พูดจบร่างสูงก็สะบัดตัวเดินนำออกไปจากห้องประชุมทันที ทิ้งให้รินทร์ยืนกะพริบตาปริบๆ กับคำสั่งที่ชวนให้คิดลึก แต่ริมฝีปากบางกลับยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ รินทร์ใช้เวลาจัดการเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เรียบร้อยก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของซีอีโอที่ตั้งอยู่ชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงบของห้องทำงานกระจกใสสะท้อนภาพเมืองหลวงเบื้องล่าง คินน์ยืนหันหลังให้อยู่ตรงกระจกบานใหญ่ ท่าทางดูครุ่นคิดจนแผ่นหลังกว้างนั้นตึงเครียด แกร็ก! เสียงปิดประตูห้องทำงานดังขึ้นเบื้องหลัง รินทร์ก้าวเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ ไม่มีความเกรงกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย "เรียกมาพบเป็นกรณีพิเศษแบบนี้ มีอะไรจะชมฝีมือดิฉันเพิ่มเหรอคะคุณคินน์" คินน์หมุนตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว ขายาวก้าวเข้าประชิดตัวรินทร์ด้วยความเร็วที่ตั้งตัวไม่ทัน ผลักแผ่นหลังบางให้แนบชิดกับบานประตูที่เพิ่งปิดลง พร้อมกับใช้แขนทั้งสองข้างกักตัวอีกฝ่ายไว้ตรงกลางอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับไอความร้อนจากร่างกายของซีอีโอหนุ่มทำเอารินทร์ชะงักลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที "คุณ..." รินทร์เบิกตากว้างเล็กน้อยเมื่อใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ความเย่อหยิ่งเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความระแวงระวัง "จะทำอะไรคะ ถอยไปเลยนะ" "คุณกล้ามากนะรินทร์ กล้าหักหน้าผมกลางที่ประชุมบอร์ดบริหาร" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมฝีปาก แววตาที่มองมาไม่ได้มีความโกรธเคืองอย่างที่ปากว่า กลับพราวระยับด้วยประกายความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม "รู้ตัวไหมว่าเวลามั่นใจแล้วคุณ... น่าหมั่นไส้ชะมัด" "ก็คนมันเก่งนี่คะ จะให้แกล้งโง่เพื่อให้คุณรู้สึกเหนือกว่าคงทำไม่ได้หรอก" รินทร์เชิดหน้าขึ้นสู้สายตา แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบทะลุออกมานอกอกกับระยะห่างที่ใกล้เกินมาตรฐานความสัมพันธ์ทางธุรกิจ คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่ยังคงต่อปากต่อคำไม่หยุด "ปากดีแบบนี้... น่าจับมาเขียนอัลกอริทึมใหม่ซะให้เข็ด ว่าควรจะพูดจาอ่อนหวานกับเจ้านายยังไง" นิ้วเรียวหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรบแก้มใสของรินทร์แผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนขัดกับท่าทางดุดันเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง รินทร์นิ่งค้างไปกับความใกล้ชิดที่เปลี่ยนโทนอารมณ์ฉับพลัน หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะโค้ดรันระบบกลับรวนเรจนควบคุมไม่ได้ "ถ้าไม่อยากให้ผม 'ลงโทษ' คุณด้วยวิธีอื่น..." คินน์กระซิบเสียงพร่าชิดริมหู ลลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บริเวณต้นคอขาว "ก็หัดพูดจาให้มันน่ารักกว่านี้... ดีไหมครับ" รินทร์เม้มปากแน่น หัวใจกระหน่ำเต้นรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ก่อนที่เขาจะทันได้อ้าปากตอกกลับด้วยประโยคคมคายเช่นเคย เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตระหว่างคนทั้งคู่เสียก่อน ก๊อก ก๊อก! "คุณคินน์คะ เอกสารด่วนจากตลาดหลักทรัพย์มาถึงแล้วค่ะ... เอ๊ะ ขอโทษค่ะ ดิฉันเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าคะ" เสียงหวานใสของเลขาฯ สาวที่ผลักประตูก้าวเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้คินน์ต้องจำใจผละออกจากร่างบางอย่างหงุดหงิด รินทร์รีบกระโดดถอยหลังเว้นระยะห่างทันที ใบตองหน้าแดงซ่านด้วยความเขินอายที่เกือบจะเลยเถิด และในจังหวะที่คินน์หันไปถลึงตาใส่เลขาฯ หน้าห้องเพื่อกลบเกลื่อนความหัวเสียนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลในมือเธอ ซึ่งจ่าหน้าซองด้วยชื่อของบุคคลที่ทำให้คินน์ต้องหน้าถอดสีในทันที—บุคคลที่ตั้งใจจะกลับมาพังทุกอย่างที่เขากำลังสร้างขึ้นในตอนนี้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความปั่นป่วนชวนใจเต้นไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%