อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 4

กาแฟขมกับมื้อดึกในออฟฟิศ

ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
เสียงคีย์บอร์ดกลไกราคาแพงกระทบสลับกับเสียงถอนหายใจยาวเหยียด เป็นดนตรีประกอบยามเที่ยงคืนที่รินทร์เริ่มจะเอียนเสียแล้ว หน้าจอคอมพิว터ขนาดใหญ่สามจอสะท้อนแสงสีฟ้าสว่างวาบลงบนใบหน้าตึงเครียดของโปรแกรมเมอร์หนุ่ม รินทร์ปัดผมหน้าที่ปรกลงมาทัดหูด้วยความหงุดหงิด นิ้วเรียวกำลังไล่เช็คโค้ดบรรทัดสุดท้ายของระบบอัลกอริทึมคัดกรองความรู้สึกที่ใกล้เดดไลน์เข้ามาทุกที แต่เจ้าบั๊กตัวดีเจ้ากรรมกลับซ่อนตัวลึกอยู่ในโมดูลหลักจนเขาอยากจะเอาหัวโขกโต๊ะทำงานให้รู้แล้วรู้รอด "ถ้าแก้ไม่ได้ภายในตีสอง นายได้เห็นฉันเปลี่ยนอาชีพไปขายลูกชิ้นปิ้งแน่..." รินทร์พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางเอื้อมมือคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่ข้างตัวด้วยความคุ้นชิน แต่ทว่า... ปลายเรียวนิ้วกลับสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า รินทร์กะพริบตาปริบๆ หันขวับไปมอง แล้วก็พบว่าแก้วกาแฟทรงสูงของเขาว่างเปล่ามานานนับชั่วโมง มีเพียงหยาดน้ำค้างเกาะพราวข้างแก้วจนเปียกชื้นโต๊ะทำงาน ร่างบางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ดวงตากลมโตฉายแววหงุดหงิดระคนอ่อนล้า ความสมบูรณ์แบบที่เขาพยายามไขว่คว้าตามกรอบของครอบครัวกำลังสูบพลังชีวิตเขาไปทีละนิด จนตอนนี้สมองตื้อตันไปหมด ติ๊ง— เสียงแจ้งเตือนจากลิฟต์ส่วนตัวที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของชั้นผู้บริหารทำให้รินทร์ต้องสะดุ้ง เขานึกฉุนในใจว่าดึกป่านนี้แล้ว ใครยังหน้ามืดตามัวมาเดินตรวจงานอีก ประตูลิฟต์เปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มที่ถูกถอดสูทออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นถึงข้อศอก คินน์ก้าวเข้ามาในโซนห้องทำงานด้วยท่าทางเนี้ยบกริบเช่นเคย แต่เม็ดเหงื่อบางๆ ที่ขมับกับเนกไทที่ถูกคลายปมออกเล็กน้อยก็ฟ้องชัดเจนว่าซีอีโอคนนี้ก็งานหนักไม่แพ้กัน ดึงสายตาคมกริบกวาดมองรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานของโปรแกรมเมอร์ตัวแสบที่ยังนั่งหัวฟูอยู่หน้าจอ "ยังไม่กลับอีกรึไง หรือตั้งใจจะนอนกินเงินเดือนค่าโอทีบริษัทฉัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่เดินมาถึง พร้อมกับวางแก้วกระดาษสีน้ำตาลเข้มลงบนโต๊ะตรงหน้าของรินทร์ เสียงกระแทกเบาๆ เรียกความสนใจให้รินทร์ต้องเงยหน้าขึ้นมอง "ถ้าคุณคินน์ยังมีเวลามาเดินแซะคนอื่น แปลว่าโค้ดระบบใหม่คงเสร็จแล้วสินะคะ? อ้อ ไม่สิ... หรือว่าแก้บั๊กไม่ได้จนต้องหนีมาเดินตรวจงานแก้เครียดกันแน่" รินทร์สวนกลับทันที เสียงแหบพร่าเล็กน้อยจากการใช้เสียงมาทั้งวัน แต่ความปากจัดไม่เคยลดลง คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มเยาะ "ปากดีไม่เปลี่ยน ถึงว่าล่ะ หน้าตาถึงได้ซีดเซียวเหมือนซอมบี้ใกล้หมดอายุขัยแบบนี้" "ฉันจะหน้าตาเป็นยังไงก็เรื่องของฉันค่ะ ขอบพระคุณที่เป็นห่วง แต่เชิญท่านประธานเอาเวลาไปตรวจทานงบดุลของตัวเองดีกว่ามั้งคะ มายืนค้ำหัวคนอื่นอยู่ได้ น่ารำคาญ" รินทร์เชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะรู้ดีว่าเรี่ยวแรงของตัวเองแทบจะไม่เหลือแล้ว ความดื้อรั้นคือเกราะป้องกันเดียวที่เขามี คินน์ไม่ได้โต้เถียงอย่างที่รินทร์คาดการณ์ไว้ ดวงตาคมกริบทอดมองใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้มีรอยคล้ำใต้ตาจางๆ จากการอดนอน ลยไปถึงริมฝีปากแห้งผากที่เม้มเข้าหากันแน่น ร่างสูงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความหงุดหงิดที่สะสมมาทั้งวันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่เขาไม่อยากยอมรับ มือหนาเลื่อนแก้วกระดาษบนโต๊ะเข้าไปใกล้รินทร์มากขึ้น กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟลาเต้อุ่นๆ ผสมกลิ่นคาราเมลจางๆ ลอยกรุ่นเตะจมูก ทลายบรรยากาศตึงเครียดลงทีละน้อย "ดื่มซะ" คินน์สั่งเสียงเรียบ รินทร์ก้มลงมองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าคมคายของคนสั่ง "อะไรคะ? คิดจะวางยาฉันเหรอ กลัวฉันเขียนโปรแกรมเสร็จทันกำหนดแล้วโบนัสคุณจะปลิวหรือไง" "ฉันไม่เล่นสกปรกกับคู่แข่งทางธุรกิจหรอก โดยเฉพาะกับเด็กดื้อที่ชอบทำตัวเก่งเกินเบอร์แต่ซุ่มซ่ามจนเป็นลมคาโต๊ะ" คินน์ย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน มือใหญ่เอื้อมไปเคาะหน้าผากมนของรินทร์เบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ "นั่นกาแฟมอคติสูตรลดหวานที่คุณชอบสั่งเวลากลุ่มโปรแกรมเมอร์สั่งเดลิเวอรีตอนดึก... ฉันสั่งให้เลขาซื้อเผื่อตอนลงมาตรวจตึก ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อให้คุณเป็นพิเศษหรอกนะ อย่าสำคัญตัวผิด" คำพูดปากแข็งที่สวนทางกับแววตาอ่อนโยนวูบหนึ่งทำให้รินทร์ชะงักไป หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ รินทร์เม้มปากแน่น หลบสายตาคมคายคู่นั้นที่มองมาเหมือนจะทะลุทะลวงเข้าไปถึงความอ่อนแอข้างใน "ใครสำคัญตัวกันคะ..." รินทร์พึมพำเสียงเบาลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน มือบางเอื้อมไปหยิบแก้วอุ่นๆ ขึ้นมาถือไว้ ความร้อนจากแก้วแผ่ซ่านเข้ามาถึงฝ่ามือ ส่งผ่านความอบอุ่นเข้าสู่ร่างกายที่กำลังเหน็บหนาวจากการโหมงานหนัก คินน์ลอบมองท่าทางที่เปลี่ยนไปของคนตรงหน้า รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นบนมุมปากหนαอย่างไม่รู้ตัว ร่างสูงยืดตัวตรงแล้วดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ อย่างถือวิสาสะ "ติดบั๊กตรงไหนล่ะ หรืองานมันยากเกินสมองเด็กจบใหม่แบบคุณจะรับไหว" คินน์ถามด้วยน้ำเสียงกวนประสาทเช่นเคย แต่กลับไม่มีรังสีคุกคามเหมือนก่อนหน้า รินทร์หันขวับกลับมาทำตาเขียวใส่ "อย่ามาดูถูกนะคะ! ฉันแค่... ตรงลูปการคำนวณความรู้สึกมันดันตีกลับค่า Null ออกมาทุกที ทั้งที่โครงสร้างฐานข้อมูลก็ถูกต้องตามทฤษฎีทุกอย่างแล้วแท้ๆ" พูดจบ รินทร์ก็พ่นลมหายใจด้วยความคับข้องใจ คินน์โน้มตัวเข้ามาใกล้หน้าจอมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกรินทร์ ระยะห่างที่ลดลงทำให้รินทร์เผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สายตาคมกริบกวาดมองโค้ดบนหน้าจออย่างรวดเร็ว ก่อนจะชี้ปลายนิ้วเรียวยาวไปที่บรรทัดหนึ่ง "ตรงนี้... นายกำหนดเงื่อนไขให้ระบบคัดกรองเฉพาะความรู้สึกที่ชัดเจนเกินร้อยละแปดสิบสินะ" "ก็ใช่สิคะ ระบบอัลกอริทึมความรักจำเป็นต้องมีความเด็ดขาด ไม่ใช่ระบบลังเลใจสักหน่อย" รินทร์เถียงเสียงแข็ง ขยับตัวหนีเล็กน้อยเมื่อไหล่ของพวกเขาสัมผัสกันจนรับรู้ถึงความอุ่นร้อน "ผิดแล้ว..." เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาข้างหู รินทร์รู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดต้นคอจนขนลุกซู่ "ความรู้สึกของมนุษย์มันไม่ได้มีแค่ศูนย์กับหนึ่งเหมือนโค้ดคอมพิวเตอร์ของคุณหรอกรินทร์... ยิ่งความรู้สึกที่ซับซ้อนที่สุด อย่างเช่น ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดร้ายๆ... มันมักจะแสดงออกมาในรูปแบบของค่าความผิดพลาดเสมอ" รินทร์นิ่งอึ้ง สมองประมวลผลคำพูดสองแง่สองง่ามนั้นไม่ทัน ดวงตากลมโตหันไปสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่มองตรงมาด้วยความลึกซึ้งเกินกว่าเจ้านายจะมีให้กับลูกน้อง บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกกดปุ่มหยุดเวลา เสียงคีย์บอร์ดรอบด้านเงียบสนิท มีเพียงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในอก รินทร์รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้าอย่างประหลาด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์กาแฟอุ่นๆ หรือเพราะสายตาคู่คนที่กำลังจ้องมองมาเนิ่นนาน "คุณ... พูดอะไรของคุณเนี่ย..." รินทร์หลบสายตา เสียงสั่นพร่าโดยไม่ตั้งใจ คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ มือหนายื่นออกไปหมายจะปัดปอยผมที่ตกลงมาบังแก้มใสของรินทร์ออกให้ ท่าทางที่อ่อนโยนผิดวิสัยทำให้หัวใจของโปรแกรมเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วอุ่นจะทันได้สัมผัสกับผิวแก้ว *กริ๊งงงงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของรินทร์แผดเสียงดังลั่นลายความเงียบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ให้พังทลายลงในพริบตา รินทร์สะดุ้งสุดตัว รีบผุดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลถอยหลังไปกระแทกตู้เอกสารด้านหลังเสียงดังล้ำ ร่างบางหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายและตกใจ รีบคว้ามือถือขึ้นมามองหน้าจอ ปรากฏชื่อสายเรียกเข้าคือ 'แม่' ที่โทรมาจู้จี้ตามเวลานัดหมายดึกดื่น คินน์ชักมือกลับ สีหน้าเรียบเฉยถูกดึงกลับมาสวมทับอย่างรวดเร็ว แม้ในแววตาจะฉายแววเสียดายอย่างปิดไม่มิดก็ตาม "รับสายสิ หรือจะให้ฉันช่วยบอกคุณแม่ของคุณว่า... ตอนนี้ลูกชายตัวดีกำลังนั่งดื่มกาแฟดึกดื่นกับซีอีโอหนุ่มสองต่อสองในห้องทำงานกันแน่" คินน์เลิกคิ้วแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ รินทร์ค้อนขวับใส่ด้วยความหมั่นไส้ "หุบปากไปเลยนะคะคุณคินน์!" รินทร์กดรับสายแล้วเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียงกระจกเพื่อคุยโทรศัพท์ คินน์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหนีไปพลางอมยิ้มบางๆ สายตาคมเหลือบมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังค้างโค้ดบรรทัดปัญหาอยู่ ก่อนที่รอยยิ้มของเขาจะเปลี่ยนเป็นประกายตาวาวโรจน์ด้วยความนึกสนุกบางอย่าง มือหนาเอื้อมไปแตะคีย์บอร์ดแล้วพิมพ์แก้โค้ดบรรทัดสุดท้ายลงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่เจ้าของโปรแกรมยังไม่ทันได้หันกลับมามอง... และสิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอก็คือข้อความแจ้งเตือนสีเขียวสดใสที่รันผ่านฉลุยอย่างไร้ที่ติ *ระบบประมวลผลสำเร็จ: พบความรู้สึกที่ตรงกัน 100%* *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความปั่นป่วนชวนใจเต้นไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%