"ถ้าท่านประธานยังมองผมด้วยสายตาแบบนั้น บอร์ดบริหารคงไม่ต้องประชุมเรื่องโปรเจกต์อัลกอริทึมแล้วล่ะครับ... เปลี่ยนไปประชุมเรื่องแผนกักกันโรคจิตเภทแทนท่าจะเวิร์กกว่า"
รินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ทว่าน้ำเสียงไม่ได้มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวยังคงเคาะลงบนหน้าจอแท็บเล็ตเบาๆ เป็นจังหวะ ขณะที่นัยน์ตาคู่คมกริบตวัดกลับไปสบกับดวงตาคู่นคมของคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมอย่างไร้ความเกรงใจ
คินน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่สบอารมณ์ นัยน์ตาคมกริบตวัดมองผู้บุกรุกด้วยความเย็นชาที่พร้อมจะแช่แข็งคนให้กลายเป็นจุลในทันที... แต่ทว่าความเกรี้ยวกรามระดับสิบนั้น กลับทำอะไรคนปากเก่งตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด ร่างสูงในชุดสูทคัตติ้งเนี้ยบขยับตัวเล็กน้อยเพื่อกดดัน ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดัน กลับมีประกายความกังวลระคนเอ็นดูวาดผ่านมาชั่วแวบเดียวเท่านั้น
"ถ้ายังไม่อยากโดนเฉดหัวออกจากโปรเจกต์นี้ รินทร์... ช่วยหุบยิ้มกวนประสาทแล้วเงยหน้าขึ้นมาดูวาระการประชุมตรงหน้าสักนิด คุณกำลังทำให้บอร์ดอาวุโสข้างๆ เริ่มสงสัยแล้วว่าเราสองคนกำลังประชุมเรื่องงาน หรือกำลังตกลงเรื่องหย่ากันแน่"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟันด้วยความหงุดหงิด ปากร้ายๆ ของซีอีโอหนุ่มมักจะหาคำพูดที่เผ็ดร้อนมากลบเกลื่อนความห่วงใยเสมอ ใครจะไปรู้ว่าไอ้สายตาที่เขาใช้มองโปรแกรมเมอร์ตัวแสบเมื่อครู่ มันไม่ใช่สายตาคาดโทษ แต่มันคือสายตาของคนที่กำลังพยายามหักห้ามใจไม่ให้ลุกขึ้นไปดึงอีกฝ่ายมาซ่อนไว้ข้างหลังต่างหาก
ห้องประชุมใหญ่ชั้นห้าสิบของตึกระฟ้าใจกลางเมืองเวลานี้ อบอวลไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ ทว่าความตึงเครียดนั้นไม่ได้มาจากตัวเลขผลประกอบการหรือบั๊กในระบบ หากแต่มาจาก 'เคมี' ที่พุ่งทะยานจนคนนอกยังสัมผัสได้
"แฮ่ม..."
เสียงกระแอมไอของท่านรองประธานอาวุโส 'คุณพงษ์เทพ' ดังขึ้น ทำเอาบรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบลงทันตาเห็น ชายวัยกลางคนผู้กุมอำนาจรองลงมาจากตระกูลของคินน์กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาพิจารณา รอยยิ้มที่เคลือบอยู่บนริมฝีปากนั้นช่างดูน่าขนลุกเสียเหลือเกินสำหรับรินทร์
"ดูเหมือนช่วงนี้ คุณรินทร์กับท่านประธานจะตัวติดกันเป็นเงาตามตัวเลยนะครับ... ถึงขนาดที่ว่ารายงานการประเมินความเสี่ยงของระบบอัลกอริทึมตัวใหม่ มีลายมือของคุณรินทร์กำกับในเอกสารลับส่วนตัวของท่านประธานด้วย แปลกดีแท้ ปกติแล้วท่านหวงเอกสารชุดนั้นยิ่งกว่าอะไร"
คำทักทายที่แฝงไว้ด้วยนัยยะทำให้รินทร์ชะงักไปนิด รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากยังคงอยู่ ทว่าสมองกลับประมวลผลอย่างรวดเร็ว โปรแกรมเมอร์หนุ่มเก่งกาจเรื่องโค้ดดิ้ง แต่เรื่องเกมการเมืองในองค์กรระดับนี้ เขาก็ไม่ใช่เด็กอมมือที่จะมองไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามขุดหลุมพราง
"ก็แค่เอกสารวิเคราะห์โค้ดธรรมดาครับ ท่านรองฯ หรือว่าท่านรองฯ มีปัญหาเรื่องสายตา จนแยกแยะระหว่าง 'โค้ดโปรแกรม' กับ 'พินัยกรรม' ไม่ออก ถึงได้มองว่ามันเป็นเรื่องแปลก?" รินทร์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือนในที ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวบอร์ดอาวุโส
คินน์เหลือบมองคนข้างๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ความปากกล้าที่ไม่ดูตาม้าตาเรือ และทั้งอยากจะดึงตัวเข้ามาปกป้องให้พ้นจากสายตาจ้องจับผิดของพวกเสือเฒ่าในห้องนี้ มือหนาภายใต้โต๊ะประชุมเผลอกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"พอได้แล้วรินทร์" คินน์เอ่ยเสียงเข้ม ดุเพื่อปรามไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ แม้ลึกๆ จะสะใจที่คนตัวเล็กซัดหน้าหงายใส่พงษ์เทพไปเต็มๆ ก็ตาม "อย่าลืมมารยาทในที่ประชุม"
"ผมก็พูดจาตามมารยาทของโปรแกรมเมอร์นี่ครับท่านประธาน... หรือท่านประธานอยากให้ผมพูดจาพะเน้าพะนอเอาใจเหมือนเลขาฯ หน้าห้องคนก่อน ถึงจะถูกใจบอร์ดบริหารล่ะครับ?" รินทร์เลิกคิ้วถาม ปรายตาคมมองกลับด้วยความดื้อรั้น ชel ซึนมา ซึนกลับ ไม่โกง—นั่นคือคติประจำใจของรินทร์ในยามที่ต้องปะทะกับซีอีโอหนุ่มจอมเผด็จการ
เสียงฮัททึเบาๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะประชุม บอร์ดบริหารหลายคนเริ่มซุบซิบกันเบาๆ ความสัมพันธ์ที่สนิทสนมเกินขอบเขตระหว่างซีอีโอหนุ่มผู้เย็นชาไร้หัวใจ กับโปรแกรมเมอร์ฝีปากกล้าคนนี้ เริ่มกลายเป็นหัวข้อสนทนาระดับท็อปฮิตที่ทุกคนต่างเก็บงำความสงสัยไว้ในใจ และดูเหมือนว่า... วันนี้มันจะเริ่มเก็บเป็นความลับไว้ไม่ไหวเสียแล้ว
พงษ์เทพหัวเราะในลำคอ สีหน้าของชายสูงวัยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ เขาประสานมือวางไว้บนโต๊ะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อยเพื่อกดดัน
"น่าสนใจดีนี่ครับ... ผมแค่สงสัยว่า ความสัมพันธ์ที่ 'สนิทสนม' เกินกว่าคำว่าเจ้านายกับลูกน้องของคุณสองคน จะส่งผลกระทบอะไรกับโปรเจกต์ร้อยล้านตัวนี้หรือเปล่า เพราะเท่าที่ผมจำได้ ท่านประธานไม่เคยอนุญาตให้ใครเข้าไปในเพนต์เฮาส์ส่วนตัวหลังเที่ยงคืน... ยกเว้นคุณรินทร์ เมื่อคืนซะด้วยสิ"
กริ๊ง!
เสียงปากกาในมือของคินน์ร่วงกระทบกับพื้นโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น นัยน์ตาคมกริบที่เคยมีความระಯดระวังแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นยะเยือกในเสี้ยววินาที บรรยากาศรอบตัวของซีอีโอหนุ่มแผ่รังสีความน่ากลัวออกมาจนทุกคนในห้องต้องกลั้นหายใจ รังสีอำมหิตที่พร้อมจะบดขยี้ทุกคนที่กล้าล้ำเส้นความเป็นส่วนตัวของเขาพุ่งพล่านออกมาอย่างปิดไม่มิด
รินทร์เองก็ชะงักไป รอยยิ้มเยาะบนมุมปากเลือนหายไปในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อคืน... พวกเขาอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์จริง และมันก็ดึกมากแล้วด้วย แต่ข้อมูลระดับวงในขนาดนี้... ทำไมพงษ์เทพถึงรู้?
หรือว่า... ในทีมพัฒนาอัลกอริทึมจะมีหนอนกระบือที่คอยคาบข่าวไปขายให้ฝั่งบอร์ดบริหาร?
"ระวังปากของคุณหน่อยครับ, คุณพงษ์เทพ" คินน์เอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟัน น้ำหนักเสียงเน้นย้ำทีละคำจนน่ากลัว "เรื่องส่วนตัวของผม จะเป็นใคร หรือทำอะไรที่ไหน มันไม่ใช่กงการอะไรที่บอร์ดบริหารจะต้องเอามาสอดรู้สอดเห็นในเวลาประชุมงาน ถ้าสมองของคุณว่างมากจนเอาเวลาไปสืบเรื่องใต้เตียงคนอื่น ผมแนะนำให้เอาเวลาไปทบทวนตัวเลขงบประมาณที่ขาดหายไปในแผนกของคุณจะดีกว่า!"
การสวนกลับอย่างเผ็ดร้อนและตรงจุดทำให้พงษ์เทพหน้าเสียไปวูบหนึ่ง รอยยิ้มเสแสร้งแข็งค้างอยู่บนใบหน้า ความลับเรื่องงบประมาณที่ถูกทุจริตในแผนกของพงษ์เทพเป็นสิ่งที่เจ้าตัวคิดว่าซ่อนไว้มิดชิดที่สุด แต่การที่คินน์หยิบมันขึ้นมาพูดกลางที่ประชุมแบบนี้ เท่ากับการประกาศสงครามอย่างเต็มรูปแบบ
รินทร์หันไปมองข้างกาย แผ่นหลังกว้างของคนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กำลังปกป้องเขาจากสายตาคมกริบของคนทั้งห้อง แม้ปากจะร้ายและชอบดุเขาอยู่เรื่อย แต่ในยามคับขัน... คินน์ไม่เคยปล่อยให้ใครมาเหยียบย่ำเขาเลยสักครั้ง
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติของโปรแกรมเมอร์หนุ่มเริ่มรัวเร็วกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความรู้สึกอุ่นวาบที่ตีตื้นขึ้นมาในอกอย่างห้ามไม่อยู่
"เลิกประชุม!"
คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองทุกคนในห้องด้วยความเหี้ยมเกรียม มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือของรินทร์ไว้แน่น ดึงให้ลุกขึ้นยืนตามทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เอ่ยอะไรต่อทั้งสิ้น
"เอกสารทั้งหมดส่งให้เลขาฯ ของผม ส่วนเรื่องโปรเจกต์... ผมจะจัดการเอง ไม่ต้องเสือก!"
พูดจบ คินน์ก็ลากตัวรินทร์ก้าวฉับๆ ออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตานับสิบที่มองตามด้วยความตะลึงงัน เสียงซุบซิบไล่หลังดังระงม แต่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะลุกขึ้นมาขวางทางเสือร้ายที่กำลังโมโหจัดตัวนี้
แรงบีบที่ข้อมือไม่ได้เจ็บปวด แต่มันเต็มไปด้วยความร้อนรุ่มและอารมณ์คุกรุ่นที่อัดอั้น คินน์กึ่งเดินกึ่งลากเขาเข้ามาในลิฟต์ส่วนตัวที่ปิดกั้นจากโลกภายนอกทันทีที่ก้าวเข้ามา ประตูลิฟต์สแตนเลสสีเงางามปิดสนิท ตัดขาดเสียงรบกวนจากข้างนอกทั้งหมด เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ในพื้นที่แคบๆ
พรืด!
ร่างสูงผลักรินทร์ชิดติดผนังกระจกเย็นเฉียบของลิฟต์โดยที่รินทร์ยังไม่ทันได้ตั้งตัว แขนแกร่งข้างหนึ่งยกขึ้นทาบกับผนัง กักขังร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขนอย่างจำยอม ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธและความรู้สึกบางอย่างที่อัดแน่นจนล้นปรี่
"นายบ้าหรือไงรินทร์!" คินน์ตวาดเสียงต่ำใส่หน้า ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธระคนเป็นห่วง "รู้ตัวไหมว่าเมื่อกี้มันอันตรายแค่ไหน! ถ้าตาแก่พงษ์เทพมันเล่นงานนายเรื่องความสัมพันธ์ของเราขึ้นมาจริงๆ นายจะเอาอะไรไปสู้กับพวกเขาลำพังห๊ะ!"
รินทร์ไม่ยอมหลบตา แม้แผ่นหลังจะแนบอยู่กับกระจกเย็นเฉียบ แต่ไอร้อนจากตัวของซีอีโอหนุ่มกลับแผ่ซ่านเข้ามาจนหัวใจสั่นไหว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นบางๆ อย่างท้าทาย ทั้งที่สถานการณ์คับขันถึงเพียงนี้
"แล้วไงล่ะครับ... กลัวว่าผมจะเดือดร้อน หรือกลัวว่า 'ความลับ' ของเราจะหลุดออกไปกันแน่ ท่านประธาน?" รินทร์เอ่ยกลั้วหัวเราะ ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครือนิดๆ อย่างปิดไม่มิด มือเรียวยกขึ้นแตะที่อกเสื้อสูทของอีกฝ่ายเบาๆ "ปล่อยให้คนอื่นเขาสงสัยไปสิครับ... หรือว่าท่านประธาน... กลัวว่าตัวเองจะห้ามใจไม่ไหวเวลาอยู่ใกล้ผม?"
คำพูดท้าทายนั้นทำเอาคินน์นิ่งงั้น นัยน์ตาคมกริบหรี่ลงมองริมฝีปากที่ขยับเจรจาพาทีด้วยความหมั่นเขี้ยวระคนคลั่งรัก ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนรุ่มที่ถูกจุดประกายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ปากเก่งนักนะ..." คินน์กระซิบเสียงพร่า ริมฝีปากหยักกดลึกลงที่ข้างใบหูขาวเนียนเบาๆ จนคนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว "คิดว่าฉันไม่กล้าจัดการนายตรงนี้ใช่ไหม... หืม?"
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับประตูที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นพื้นที่เพนต์เฮาส์ส่วนตัวชั้นบนสุด ทว่าในจังหวะที่ประตูเปิดกว้างออกนั้นเอง สายตากลับปะทะเข้ากับร่างของใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเรียบเฉย
บุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาขวางทาง พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งวูบลงในพริบตา
"สวัสดีครับพี่คินน์... แล้วก็น้องรินทร์ ดูเหมือนผมจะมาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าครับเนี่ย?"
* * * * *
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับอัลกอริทึมรักบทนี้นะคะ!
อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก•ตอนที่ 20
สัญญาณที่อันตราย
ผลงานโดย หมอกไม้ไผ่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกไม้ไผ่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมรักฉบับคัดกรองความรู้สึก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!