หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 8

กับดักพิษ

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"ข้ามิได้ต้องการสิ่งใดมากไปกว่าความซื่อตรง... สนมจางลี่ ท่านแน่ใจแล้วหรือว่าชาถ้วยนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้นขึ้น มิใช่เป็นเพียงตัวเร่งให้ท่านต้องรีบไปพบบรรพบุรุษก่อนวัยอันควร?" หลินเฟยอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตาดุจคมมีดกรีดผ่านความเงียบงันภายในตำหนักบูรพา นิ้วเรียวสวยของนางแตะอยู่ที่ขอบถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดตาอย่างแผ่วเบา โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองของเหลวสีอำพันที่กรุ่นกลิ่นหอมจางๆ อันเป็นพิษร้ายที่แฝงมากับกลิ่นดอกมะลิ สนมเอกจางลี่ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคลี่ยิ้มบาง ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความอบอุ่น นางวางถ้วยชาของตนลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมเสียงดัง ‘กึก’ ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเฟยอวี่สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมแรงของเครื่องหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบกายอีกฝ่าย "เจ้ายังเด็กนัก เฟยอวี่... ในวังหลังแห่งนี้ หากไม่มีมิตรไมตรีแลกเปลี่ยน ชีวิตย่อมสั้นกว่าลมหายใจของมวลบุปผา ข้าเพียงต้องการเห็นเจ้ามีอนาคตที่รุ่งโรจน์ มิใช่ดับสูญไปเหมือนเศษซากตระกูลหลินที่ฮ่องเต้ทรงกวาดล้างเมื่อสามปีก่อน" คำพูดนั้นจงใจกระแทกกระทั้นลงบนบาดแผลฉกรรจ์ในใจของเฟยอวี่ แต่นางกลับไม่สะทกสะท้าน มุมปากของหญิงสาวกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่นิ่งสงบเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด เฟยอวี่รู้ดีว่าถ้วยชาของนางผสมด้วย ‘ผงสลายวิญญาณ’ ซึ่งเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ช้าแต่ไร้ทางรักษา หากนางจิบเข้าไปเพียงนิดเดียว อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามชีพจรจะเริ่มเต้นผิดจังหวะและสิ้นใจอย่างทรมานในฐานะผู้ที่ ‘ตรอมใจ’ ตาย "ตระกูลหลินมีชะตากรรมอย่างไร ข้าจำได้แม่นยิ่งกว่าลมหายใจของตนเองเสียอีก" เฟยอวี่กล่าวพลางค่อยๆ เลื่อนถ้วยชาของตนไปทางจางลี่อย่างเชื่องช้า "แต่สิ่งที่ท่านลืมไปคือ... ในวันที่ตระกูลหลินล่มสลาย ข้ามิใช่คนโง่เขลาที่รอวันตาย ข้าคือคนที่ได้รับคำสั่งลับจากฝ่าบาท... คำสั่งที่ท่านเองก็ปรารถนาจะครอบครอง" ดวงตาของจางลี่ไหววูบชั่วขณะหนึ่ง นางพยายามเก็บงำความตื่นตระหนกภายใต้ท่าทีที่ถือดี แต่มือที่วางอยู่บนตักกลับกำแน่นจนสั่นเทา "เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ? คำสั่งลับของฝ่าบาทงั้นรึ... เจ้ากล้าอ้างชื่อพระองค์มาปกป้องตนเองจากความตายเชียวหรือ" "ข้ามิได้ขู่ แต่ข้ากำลังให้โอกาสท่าน" เฟยอวี่คว้าถ้วยชาของจางลี่มาไว้ในมือด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ก่อนจะใช้เข็มเงินขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อจิ้มลงไปในชาของจางลี่ เมื่อชักออกมา ปลายเข็มที่เคยแวววาวกลับกลายเป็นสีดำสนิทชั่วพริบตา จางลี่เบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นจนเก้าอี้ไม้ล้มระเนระนาด "เจ้า! นี่เจ้า..." "ดูเหมือนว่าชาถ้วยนี้จะถูกปรุงมาอย่างพิถีพิถันเกินไปนะเจ้าคะ สนมจางลี่" เฟยอวี่ลุกขึ้นยืนประจันหน้า อีกฝ่ายสูงกว่านางเพียงเล็กน้อย ทว่ารัศมีของเฟยอวี่ในยามนี้กลับแผ่อำนาจกดขี่จนจางลี่รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก นางเดินอ้อมไปด้านหลังจางลี่ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบถ้วยชาของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วบังคับให้จางลี่อ้าปากออกด้วยแรงที่คาดไม่ถึง "เจ้าจะทำอะไร! ปล่อยข้านะ! ใครก็ได้! ทหาร!" จางลี่กรีดร้อง ทว่าเสียงนั้นกลับถูกกลืนหายไปในความเงียบของตำหนักที่เฟยอวี่สั่งปิดตายเอาไว้ล่วงหน้า "ท่านเป็นผู้เลือกถ้วยนี้ให้ข้า มิใช่หรือเจ้าคะ?" เฟยอวี่กระซิบข้างหู น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเย็นเยียบถึงกระดูก "หากท่านมั่นใจนักว่ามันคือชาเลิศรส ก็จงพิสูจน์ให้ข้าเห็นเถิดว่าท่าน ‘ใจกว้าง’ เพียงใด... ดื่มมันลงไปเสีย แล้วข้าจะยอมรับว่าท่านคือมิตรแท้เพียงหนึ่งเดียวของข้าในวังหลังแห่งนี้" "ไม่! ข้าไม่ดื่ม! เจ้ามันนางปีศาจ!" จางลี่พยายามดิ้นรน แต่เฟยอวี่กดจุดที่ลำคอของอีกฝ่ายจนร่างของสนมเอกอ่อนระทวยลงชั่วขณะ ก่อนจะกรอกน้ำชาสีอำพันลงไปในลำคอของจางลี่โดยไม่ปรานี ทันทีที่ของเหลวไหลลงคอ จางลี่ก็สำลักออกมาอย่างรุนแรง ใบหน้าของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีคล้ำขณะที่มือพยายามข่วนคอตัวเองด้วยความทรมาน เฟยอวี่ถอยห่างออกมาดูผลงานของตนด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับนิ้วที่เปื้อนน้ำชาอย่างใจเย็น "ฝ่าบาททรงตรัสไว้ว่า... คนที่ฆ่าผู้อื่นด้วยยาพิษ มักจะจบชีวิตลงด้วยรสสัมผัสที่ตนเองสร้างขึ้น" เฟยอวี่ก้าวถอยหลังไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูตำหนัก "ท่านมีเวลาอีกหนึ่งก้านธูปก่อนที่หัวใจจะหยุดเต้น จางลี่... จงใช้เวลาที่เหลือสารภาพความผิดต่อบรรพบุรุษของข้าเสียเถิด" เฟยอวี่ผลักประตูออก ทันใดนั้น ร่างสูงสง่าในชุดฉลองพระองค์สีทองเข้มที่ยืนรออยู่หน้าตำหนักก็ปรากฏสู่สายตา ฮ่องเต้เฟยหลงทรงยืนกอดอก ทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ทว่ามีประกายแห่งความพึงพอใจแฝงอยู่ในนั้น "เจ้านี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีกนะ หลินเฟยอวี่" ฮ่องเต้เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจ เฟยอวี่ย่อกายลงถวายบังคมด้วยท่าทางอ่อนช้อย แต่นัยน์ตากลับแน่วแน่ "หม่อมฉันเพียงแค่ตอบแทนความเมตตาที่นางมอบให้ ก็เท่านั้นเพคะ" ขณะที่เฟยอวี่กำลังจะเงยหน้าขึ้น สายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาร่างของบุรุษอีกคนหนึ่งที่ก้าวออกมาจากเงามืดด้านหลังฮ่องเต้ บุรุษผู้นั้นสวมชุดสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากเงิน ทว่าดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่นางจำได้ดีแม้ผ่านไปสามปี ดวงตาของพี่ชายแท้ๆ ของนางที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงในวันนั้น! เขายืนอยู่เคียงข้างฮ่องเต้ มือหนึ่งกุมกระบี่ไว้แน่นราวกับพร้อมจะลงมือสังหารนางได้ทุกเมื่อ "อวี่เอ๋อร์... เจ้ายังจำพี่ชายคนนี้ได้หรือไม่?" เสียงแหบพร่าของเขาเอ่ยขึ้น พร้อมกับการที่ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวถอยหลังเปิดทางให้ชายผู้นั้นเดินตรงมาหาเฟยอวี่อย่างช้าๆ ในมือของเขาไม่ได้ถือสิ่งใดนอกจากตราประทับตระกูลหลินที่สาบสูญไปนานแสนนาน หวังว่าเนื้อหาตอนนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับชะตากรรมของเฟยอวี่นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ! ด้วยความเคารพรักจากนักเขียน... ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%