หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 11

แผนซ้อนแผน

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"พระสนมจางลี่... ท่านรวบรัดตัดความเสียจนหม่อมฉันเกือบจะเชื่อแล้วจริงๆ ว่านี่คือความห่วงใยจากใจจริง หากไม่ติดว่ารอยยิ้มมุมปากของท่านมันฟ้องว่ากำลังรอชมละครฉากใหญ่ที่เพิ่งเปิดม่านขึ้น" หลินเฟยอวี่เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับตำหนักจนแทบหยุดหายใจ นางไม่ได้ลุกขึ้นยืนด้วยความตื่นตระหนก ทว่ากลับนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลัก ดวงตาดำขลับจ้องมองจอกสุราในมือของจางลี่ราวกับกำลังวิเคราะห์รอยร้าวบนเครื่องกระเบื้อง จางลี่แค่นหัวเราะเสียงแหลม ความมั่นใจแผ่ซ่านออกมาจากท่าทางที่เชิดรั้ง "เจ้าจะแก้ตัวอย่างไรก็ได้หลินเฟยอวี่ แต่หลักฐานชิ้นนี้... จอกสุราอาบยาพิษที่เพิ่งผ่านมือฝ่าบาทมาหยกๆ กับสายลับที่ยอมแลกชีวิตเพื่อเปิดโปงความโฉดเขลาของเจ้า เจ้าคิดหรือว่าคนอย่างฝ่าบาทจะยอมปล่อยให้งูพิษอย่างเจ้าเลื้อยอยู่ในวังหลังได้อีกนาน?" ฮ่องเต้เฟยหลงยังคงประทับอยู่ ณ ที่เดิม พระเนตรคมกริบดุจพยัคฆ์มองสลับระหว่างสตรีทั้งสองด้วยความเรียบเฉย ราวกับเหตุการณ์เบื้องหน้าเป็นเพียงการแสดงงิ้วที่พระองค์มิได้ให้ความใส่ใจนัก ทว่าในความสงบนิ่งนั้น เฟยอวี่สัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่พุ่งตรงมายังนาง หากนางเพลี่ยงพล้ำเพียงก้าวเดียว ศีรษะของนางคงไม่พ้นต้องหลุดจากบ่า "สายลับหรือเพคะ?" เฟยอวี่ผุดลุกขึ้นช้าๆ ก้าวเดินไปหยุดอยู่เบื้องหน้าจางลี่ ระยะห่างเพียงคืบทำให้นางเห็นความสั่นไหวเล็กๆ ในแววตาของศัตรู "น่าแปลกนัก... เหตุใดสายลับผู้นั้นถึงไม่กราบทูลต่อหน้าพระพักตร์โดยตรง แต่กลับเลือกที่จะส่งจอกสุราที่ยังมีคราบพิษติดอยู่มาให้ท่านเพียงผู้เดียว มิใช่ว่าท่านต่างหากที่เป็นคน 'ปรุง' กลิ่นอายของความตายนี้ลงไป?" "เจ้ากล้ากล่าวหาข้าหรือ!" จางลี่ตวาดเสียงแข็ง มือที่ถือจอกเริ่มสั่นเครือ "หลักฐานคาตาเช่นนี้ เจ้ายังจะตะแบงไปถึงไหน!" "ข้าไม่ได้ตะแบง" เฟยอวี่แย้มยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งค้างปีน "ข้าเพียงแต่สงสัยว่า หากนี่คือยาพิษร้ายแรงจริง เหตุใดเมื่อครู่ตอนที่ฝ่าบาททรงดื่มสุราจากจอกนี้ถึงมิได้เป็นอันใด? หรือว่าสนมเอกจางลี่ผู้เปี่ยมเมตตาจะตั้งใจวางยาพิษ 'ชนิดที่ไร้ผล' เพื่อใส่ร้ายหม่อมฉันให้ถึงแก่โทษประหาร?" คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดกลางห้อง จางลี่ชะงักไปครู่ใหญ่ ใบหน้าซีดเผือดลงทันตา "เจ้า... เจ้าโกหก! ฝ่าบาทดื่มเข้าไปแล้ว..." "ข้าดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น" เฟยหลงตรัสแทรกขึ้นด้วยสุรเสียงเรียบราบแต่น่าเกรงขาม พระองค์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงกระทบดังสนั่น "และข้าก็นึกสงสัยอยู่เหมือนกันว่า เหตุใดพิษที่จางลี่อ้างว่าร้ายแรงนัก ถึงได้ทำลายอรรถรสในการเสวยสุราของข้าไปเพียงแค่นี้... หรือเป็นเพราะเจ้าจงใจใส่เพียง 'กากยา' เพื่อจะดูว่าข้าจะจับพิรุธได้หรือไม่?" จางลี่ลนลานจนแทบเสียอาการ "ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้... สายลับคนนั้นบอกว่า..." "สายลับที่ว่าคือใครหรือ?" เฟยอวี่รุกคืบเข้าไปใกล้ กลิ่นหอมจางๆ จากกายของนางที่เคยทำให้จางลี่หลงใหล กลับกลายเป็นกลิ่นอายแห่งความตายที่บีบคั้น "ข้าจำได้ว่าในห้องนี้มีเพียงเราสามคน เหตุใดท่านถึงได้หยั่งรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในห้องปิดตายนี้ได้แม่นยำนัก? หรือว่าก่อนที่ท่านจะก้าวเข้ามา... ท่านรู้อยู่แล้วว่าข้าจะทำอะไร?" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ครั้งนี้มันหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม จางลี่กัดริมฝีปากจนห้อเลือด แววตาจองหองสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว นางหลงกลเข้าเต็มเปา แผนการที่วางไว้ว่าจะเป็นกับดักสังหารหลินเฟยอวี่ กลับกลายเป็นบ่วงเชือกที่รัดคอตัวเองเสียจนสิ้นฤทธิ์ เฟยอวี่ไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น นางเอื้อมมือไปคว้าจอกสุราจากมือของจางลี่มาถือไว้ แล้วมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "ในเมื่อท่านบอกว่านี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ งั้นหม่อมฉันขออนุญาตเชิญหมอหลวงมาตรวจสอบให้ชัดเจนต่อหน้าพระพักตร์เลยดีไหมเพคะ? หากพิษนี้มีจริง... ท่านพร้อมจะรับโทษฐานวางยาพิษฮ่องเต้ด้วยตัวท่านเองหรือไม่?" "เจ้า... นังแพศยา!" จางลี่เงื้อมมือหวังจะตบหน้าเฟยอวี่ แต่กลับถูกฮ่องเต้เฟยหลงคว้าข้อมือเอาไว้ได้ทันกาล แรงบีบจากพระหัตถ์ของฮ่องเต้นั้นรุนแรงจนจางลี่นิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "พอกันที!" เฟยหลงตวาด "ความอดทนของข้ามีขีดจำกัด การที่เจ้าพยายามกำจัดนางโดยไม่สนวิธีการเช่นนี้... เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าตระกูลจางเบื้องหลังเจ้ากำลังทำอะไรอยู่?" เฟยอวี่มองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่เต้นรัว นี่คือโอกาสทองที่จะสั่นคลอนอำนาจของจางลี่ แต่ทว่า... ก่อนที่เฟยหลงจะได้ออกคำสั่งประการใด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของมหาดเล็กคนสนิทก็ดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับรายงานที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องชะงัก "ฝ่าบาท! เกิดเหตุใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ที่หอจดหมายหลวงเกิดเพลิงไหม้ เอกสารลับจากชายแดนที่ระบุถึงความเชื่อมโยงของตระกูลหลินและข้าศึกถูกเผาวอดวายทั้งหมด... และมีพยานเห็นว่าคนของฝ่ายในเป็นผู้วางเพลิง!" คำว่า 'ตระกูลหลิน' ทำให้เฟยอวี่หัวใจหล่นวูบ นางหันไปมองจางลี่ที่เวลานี้เริ่มเผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมาได้อีกครั้ง เพราะสิ่งที่นางวางแผนไว้หาใช่การใส่ร้ายด้วยจอกสุราเพียงอย่างเดียว... หากแต่คือการเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อทำลายหลักฐานล้างมลทินของตระกูลนางให้สิ้นซาก! จางลี่หัวเราะร่าด้วยความสะใจ "ดูสิหลินเฟยอวี่... เจ้าชนะข้าในห้องนี้ได้ แต่เจ้าก็สูญเสียสิ่งที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลเจ้าไปตลอดกาล!" ทันใดนั้นเอง ประตูตำหนักก็ถูกเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงถีบที่หนักหน่วงกว่าเดิม ร่างของชายผู้หนึ่งในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามาพร้อมคราบเขม่าควันไฟบนใบหน้า ในมือนั้นถือม้วนเอกสารตราประทับสีชาดที่ยังคงมีรอยไหม้เกรียมขอบๆ แต่มันกลับเป็นเอกสารที่เฟยอวี่จำได้แม่น... มันคือหลักฐานการโอนส่วยที่จางลี่พยายามปกปิดมาตลอดสิบปี! เขาคุกเข่าลงเบื้องหน้าฮ่องเต้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุดัน "กระหม่อมนำสิ่งที่เหลืออยู่มาจากกองเพลิง... และความจริงทั้งหมดของตระกูลจาง อยู่ในนี้พ่ะย่ะค่ะ!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นระทึกไปกับเฟยอวี่นะคะ แล้วมาพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%