“ข้าไม่เคยบอกให้เจ้ามาขวางคมกระบี่แทนข้า... เจ้ามันคนโง่เง่าหลินเฟยอวี่!”
เสียงตวาดกร้าวของฮ่องเต้เฟยหลงดังก้องไปทั่วระเบียงทางเดินที่เงียบสงัด ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปกับกลิ่นอายฝนที่กำลังจะตก ลมพายุบุแคมพัดกระหน่ำจนม่านมุกล้ำค่าในตำหนักสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง
หลินเฟยอวี่ทรุดกายลงในอ้อมแขนที่แกร่งดั่งหินผาของชายผู้เป็นเจ้าแผ่นดิน ปลายกระบี่ที่อาบยาพิษสีม่วงคล้ำยังคงปักค้างอยู่บนหัวไหล่ของนาง เลือดสีสดค่อยๆ ซึมผ่านชุดผ้าไหมปักลายหงส์จนกลายเป็นสีแดงฉานทับซ้อนกับลวดลายเดิม ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนนางต้องขบกรามแน่นเพื่อไม่ให้เสียงครางเล็ดลอดออกมา
“หากฝ่าบาทสิ้นชีพ... แล้วใครจะเป็นผู้ทวงคืนความยุติธรรมให้ตระกูลหลินของหม่อมฉันเพคะ?” นางเค้นเสียงตอบด้วยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าที่เริ่มซีดเผือด สายตาที่เคยเย็นชาและเด็ดเดี่ยวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความท้าทาย “หม่อมฉันไม่ได้ช่วยเพราะรัก... แต่เพราะยังไม่อยากเห็นหมากกระดานนี้พังทลายลงก่อนถึงคราวจบเกมต่างหาก”
เฟยหลงก้มมองหญิงสาวในอ้อมกอด ดวงตาคมกริบดั่งพญาเหยี่ยวของเขาไหววูบเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่น่าสะพรึงกลัว เขาปัดมือองครักษ์ที่กำลังจะเข้ามาช่วยออกไปอย่างไม่ใยดี แล้วประคองร่างของเฟยอวี่ด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชับกระบี่มังกรในมือแน่นขึ้น
“ในเมื่อพวกมันอยากให้พายุนี้เป็นพยานในการล่มสลายของราชวงศ์ ข้าก็จะทำให้พวกมันได้เห็นว่า พายุที่แท้จริงน่ะเป็นอย่างไร!”
ท่ามกลางเงามืดที่ทอดตัวยาวจากเสาระเบียง เงาร่างของเหล่านักฆ่าในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตพุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่าราวกับฝูงอีกาที่หิวโหย พวกมันคือมือสังหารเดนตายที่ถูกส่งมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ สนมเอกจางลี่ช่างเลือกเวลาได้เหมาะเจาะนัก ในคืนที่การอารักขาน้อยที่สุดและฟ้าฝนเป็นใจให้กับการทำลายล้าง
เฟยหลงลุกขึ้นยืนตระหง่าน มือที่เปื้อนเลือดของนางยังคงสั่นเล็กน้อย แต่จิตวิญญาณของเขาช่างดุดัน เขาสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว รัศมีแห่งอำนาจที่แผ่ออกมาทำให้พวกนักฆ่าต้องชะงักฝีเท้า “ใครที่ต้องการศีรษะของข้า ก้าวเข้ามา! แต่จงจำไว้ว่า... เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในเขตวังหลวงแล้ว จะไม่มีคำว่าทางถอยให้กับพวกสุนัขรับใช้!”
เฟยอวี่มองแผ่นหลังของบุรุษตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางรู้ดีว่านี่คือแผนการของจางลี่ การลอบสังหารครั้งนี้ไม่ได้ต้องการเพียงชีวิตฮ่องเต้ แต่มันคือการปูทางสู่การรัฐประหารโดยมีขุนนางในราชสำนักหนุนหลัง แต่ทว่า... ทันใดนั้น สายตาของนางเหลือบไปเห็นเงาสะท้อนในกระบี่ของเฟยหลง
ใครบางคนไม่ได้กำลังพุ่งเข้ามาโจมตี แต่มันกำลังยืนถือหน้าไม้เล็งไปยังตำแหน่งที่เฟยหลงจะก้าวถอยหลังเพื่อหลบคมกระบี่!
“ฝ่าบาท! ระวังด้านหลัง!”
เฟยอวี่ตะโกนสุดเสียง แรงเฮือกสุดท้ายทำให้นางพุ่งตัวออกไปขวางหน้าเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เพื่อกระบี่ แต่เพื่อรับลูกดอกอาบยาพิษที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาด้วยความเร็วสูง!
ฉึก!
ลูกดอกปักเข้าที่กลางหลังของนางอย่างจัง ความเจ็บปวดเหมือนถูกคราดเหล็กฉีกกระชากวิญญาณหลุดจากร่าง เฟยอวี่เซถลาเข้าหาเฟยหลงจนร่างของทั้งคู่กอดก่ายกันแน่น เฟยหลงรับร่างนางไว้ทันเวลา ทว่าในวินาทีที่สบตากันนั้นเอง นางกลับเห็นความตกใจที่ไร้ซึ่งความเสแสร้งในดวงตาของเขา
“เจ้า... เหตุใดถึงได้โง่เขลาเพียงนี้หลินเฟยอวี่!” เฟยหลงคำราม ความโกรธเกรี้ยวระคนความวิตกกังวลที่เขามิอาจปิดมิด
แต่ในขณะที่ความวุ่นวายกำลังถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองทหารรักษาพระองค์ก็ดังขึ้นใกล้เข้ามา ทว่านั่นไม่ใช่กองกำลังของเฟยหลง... มันเป็นกองกำลังองครักษ์ส่วนตัวของ 'อัครมหาเสนาบดีจาง' บิดาของสนมเอกจางลี่!
คนเหล่านั้นไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยฮ่องเต้ แต่พวกมันดาหน้าเข้ามาล้อมตำหนักไว้พร้อมกับอาวุธครบมือ โดยมีสนมเอกจางลี่เดินเยื้องกรายเข้ามาด้วยชุดสีแดงเพลิง ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มที่งดงามทว่าเย็นเยียบไปถึงกระดูก
“ฝ่าบาท... ช่างเป็นภาพที่น่าเวทนาเหลือเกิน” จางลี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “พระองค์ทรงได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการบุกรุกของกลุ่มกบฏ และดูเหมือนว่าสนมหลินผู้ต่ำต้อยคนนี้จะสิ้นใจในอ้อมกอดของพระองค์... ช่างเป็นโศกนาฏกรรมที่สมควรถูกบันทึกไว้ในพงศาวดารยิ่งนัก ว่าพระองค์ยอมสละราชบัลลังก์เพื่อความรักที่ไร้ค่าเช่นนี้”
เฟยหลงมองจางลี่ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยรังสีฆ่าฟัน เขาค่อยๆ วางร่างของเฟยอวี่ลงกับพื้นอย่างระมัดระวัง ก่อนจะหยัดกายขึ้นช้าๆ ราวกับพยัคฆ์ร้ายที่กำลังจะขย้ำเหยื่อ แต่นางกลับคว้าข้อมือของเขาไว้แน่น
“ฝ่าบาท... อย่า...” เฟยอวี่กระซิบเสียงแผ่ว เลือดสีดำคล้ำไหลออกจากมุมปาก แต่นางกลับยิ้มออกมา “มองไปที่... ใต้ฐานศิลาของตำหนักนี้สิเพคะ”
เฟยหลงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบนสายตามองไปยังจุดที่นางบอก ภายใต้แสงสายฟ้าที่ฟาดลงมา เขากลับเห็นประกายของดินระเบิดที่ถูกฝังไว้อย่างแนบเนียน นี่ไม่ใช่แค่การลอบสังหาร แต่มันคือการทำลายล้างทั้งตำหนักให้จมหายไปกับพายุ!
จางลี่หัวเราะร่า นางหยิบหินจุดชนวนออกมาจากแขนเสื้อ “ลาจากกันตรงนี้เถิดเพคะ... ทั้งฮ่องเต้ผู้ดื้อรั้น และสนมผู้ริษยา!”
นิ้วของจางลี่กำลังจะบีบหินชนวนให้แตกออก แต่ก่อนที่วินาทีแห่งความตายจะมาถึง จู่ๆ ผ้าม่านที่ห้อยระย้าอยู่เหนือหัวจางลี่ก็ขาดสะบั้นลง พร้อมกับเงาร่างของบุรุษชุดดำอีกคนหนึ่งที่กระโดดลงมาจากเพดาน—ชายคนนั้นก้าวเข้ามาคว้าลำคอของจางลี่ไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียว!
ท่ามกลางพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ สายฟ้าสว่างวาบเผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายปริศนาผู้นั้น ใบหน้าที่ทำให้เฟยหลงต้องเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง เพราะชายที่ควรจะตายไปในสงครามเมื่อห้าปีก่อน... บัดนี้เขากลับมาทวงแค้นด้วยตัวเขาเอง
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของหงส์ตัวนี้มาจนถึงตอนนี้นะคะ!
หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 14
พายุบุแคม
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!