หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 4

ก้าวกระโดด

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
"เจ้าคิดหรือว่าตำแหน่งสนมชั้นต่ำขั้นหกที่เพิ่งได้รับ จะทำให้เจ้าก้าวข้ามหัวข้าไปได้ หลินเฟยอวี่?" เสียงของจางลี่แหบพร่าทว่าแฝงไว้ด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ มือเรียวประดับด้วยปลอกเล็บทองคำยาวเฟื้อยบีบเข้าที่ปลายคางของเฟยอวี่อย่างแรงจนใบหน้างามต้องเชิดขึ้น แต่ในแววตาของหญิงสาวที่เพิ่งได้รับการเลื่อนขั้นกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่ถูกทิ้งไว้กลางทะเลทราย เฟยอวี่ขยับยิ้มที่มุมปากอย่างเฉยเมย "พระสนมจางลี่โปรดระวังอาการด้วยเถิดเพคะ บัดนี้ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาแก่หม่อมฉันแล้ว การที่ท่านมาลงมือทำร้ายร่างกายสนมที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งในตำหนักกลางเช่นนี้ หากฝ่าบาทเสด็จมาพบเข้า เกรงว่าแม้แต่ท่านก็อาจจะอธิบายลำบากนะเพคะ" จางลี่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะสะบัดหน้าหนีด้วยความเดือดดาล พลางปัดมือไล่ข้ารับใช้รอบข้างให้ออกไปให้พ้นทาง "พระเมตตา? ฮึ! เจ้ามันก็แค่หมากตัวหนึ่งที่ฝ่าบาทใช้คั่นเวลาเพื่อตบตาพวกขุนนางตระกูลหลิวที่กำลังกระด้างกระเดื่องเท่านั้น อย่าได้หลงระเริงไปว่าตนเองมีค่ามากมายนักเลย" เมื่อร่างของจางลี่และเหล่าบริวารเดินกระฟัดกระเฟียดจากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลชวนวิงเวียน เฟยอวี่จึงปล่อยลมหายใจออกช้าๆ มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้แขนเสื้อยาวสั่นเทาเล็กน้อย ความจริงที่จางลี่พูดนั้นใช่ว่าไม่มีเค้ามูล แต่นางไม่มีทางเลือก ในเมื่อเส้นทางสู่การทวงคืนความเป็นธรรมให้ตระกูลหลินนั้นปูลาดด้วยกระดูกของศัตรู นางก็จำต้องเดินต่อไป แม้พื้นใต้ฝ่าเท้าจะเต็มไปด้วยเปลวเพลิงที่พร้อมจะเผาผลาญนางให้มอดไหม้ก็ตาม "คุณหนู... ท่านไม่ควรยั่วยุพระสนมจางลี่เช่นนั้นเลยนะเจ้าคะ" เสี่ยวจู สาวใช้คนสนิทกระซิบเสียงสั่นขณะช่วยจัดชุดสนมชั้นต่ำที่ดูเรียบง่ายแต่แฝงความสง่างามให้เข้าที่ "ถ้าข้าไม่ยั่วยุ นางก็จ้องจะทำลายข้าอยู่ดี" เฟยอวี่ตอบพลางส่องกระจกทองเหลือง "ในวังหลวงแห่งนี้ ความอ่อนแอคือโทษประหาร การยอมก้มหัวให้ศัตรูไม่ต่างอะไรกับการขุดหลุมฝังศพตัวเองให้ลึกขึ้นกว่าเดิม" ยามค่ำคืนในวังหลวงเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบสระบัว เฟยอวี่นั่งอยู่เพียงลำพังในตำหนักที่เพิ่งได้รับจัดสรร กลิ่นหอมจางๆ จากเตาอโรมาไม่ได้ช่วยให้ใจสงบลงเลย นางกำลังทบทวนหมากตากลยุทธ์ที่จะใช้ในวันพรุ่งนี้ วันที่ฮ่องเต้เฟยหลงจะเสด็จออกว่าราชการเพื่อประกาศการตัดสินใจเกี่ยวกับคดีภาษีเกลือที่กำลังเป็นข้อพิพาท เสียงฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงดังขึ้นที่หน้าประตูตำหนักก่อนจะค่อยๆ แผ่วลง เฟยอวี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางไม่ได้จุดโคมไฟดวงใหญ่ไว้ ผู้ที่มาในยามวิกาลเช่นนี้ หากไม่ใช่ขันทีนำสาร ก็คงเป็นใครบางคนที่ถือวิสาสะเกินควร "เจ้ายังไม่นอนรึ?" เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจทำเอาเฟยอวี่ต้องรีบลุกขึ้นทำความเคารพ ฮ่องเต้เฟยหลงยืนตระหง่านอยู่ตรงมุมมืดของห้อง ใบหน้าของเขามีเพียงครึ่งหนึ่งที่ต้องแสงจันทร์ อีกครึ่งจมหายไปในความมืดประหนึ่งตัวตนที่แท้จริงของเขานั้นยากจะหยั่งถึง "ฝ่าบาท... ดึกดื่นเช่นนี้ เหตุใดจึงเสด็จมาที่ตำหนักสนมตัวเล็กๆ เช่นหม่อมฉันได้เพคะ?" เฟยอวี่ก้มหน้าต่ำพยายามเก็บซ่อนกระแสความรู้สึกในดวงตา เฟยหลงเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นสุราจางๆ จากพระวรกาย "ข้าแค่อยากรู้ว่า สนมที่ข้าเพิ่งยกย่องให้มีตำแหน่งเป็นคนของข้าจริงๆ หรือเป็นเพียง 'หมาก' ที่ข้ากำลังจะเสียการควบคุมในอีกไม่ช้า" เขาเชยคางนางขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แผ่วเบากว่าจางลี่ แต่น่าหวั่นเกรงกว่าร้อยเท่า เฟยอวี่ประสานสายตากับเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง ในขณะที่หัวใจของนางเต้นระรัวราวกับกลองศึก "หมากจะดีหรือไม่ อยู่ที่ผู้เดินหมากวางไว้ที่ใดเพคะฝ่าบาท" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท "หากท่านต้องการให้หม่อมฉันทำลายศัตรูของท่าน หม่อมฉันย่อมทำ แต่หากท่านคิดจะสละหม่อมฉันทิ้งเมื่อหมดประโยชน์... หม่อมฉันก็ขอเตือนว่า หมากที่ถูกทิ้งมักมีพิษร้ายแรงเสมอ" เฟยหลงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ทันใดนั้น เขาก็ปล่อยมือนางแล้วหยิบม้วนกระดาษประทับตราลับสีแดงชาดออกมาจากอกเสื้อ "พรุ่งนี้จะมีคนนำความลับเรื่องโกดังเสบียงของตระกูลจางไปให้เจ้า หากเจ้าสามารถทำให้เรื่องนี้ถึงหูบรรดาตุลาการได้โดยไม่ให้ตัวเองต้องแปดเปื้อน... ข้าจะเลื่อนขั้นให้เจ้าอีกสองชั้น" เฟยอวี่รับม้วนกระดาษมาด้วยมือที่เย็นเฉียบ นี่ไม่ใช่แค่การเลื่อนขั้น แต่นี่คือการประกาศสงครามกับจางลี่อย่างเปิดเผย หากนางทำสำเร็จ สถานะของนางจะพุ่งทะยานขึ้นจนใครก็ฉุดไม่อยู่ แต่หากพลาด... ชีวิตนางจะจบลงทันที ทว่า ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยปากขอบพระทัย ฮ่องเต้กลับโน้มตัวลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะที่ข้างหูของนาง "และเตรียมตัวไว้ให้ดี... เพราะเมื่อเจ้าก้าวขึ้นไปถึงจุดนั้นแล้ว เจ้าจะไม่มีวันได้กลับลงมาเป็นคนธรรมดาได้อีกตลอดกาล... เพราะคนที่จะอยู่ข้างกายข้าได้ ต้องมีเลือดที่เย็นพอจะฆ่าได้แม้กระทั่งคนที่ตัวเองรักที่สุด" เขาสะบัดชายเสื้อเดินจากไป ทิ้งให้เฟยอวี่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ท่ามกลางความมืดมิด นางคลี่ม้วนกระดาษนั้นออกอ่านด้วยหัวใจที่บีบรัด แต่ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของนางกำนัลที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก พร้อมกับเสียงกระซิบที่ทำให้เลือดในกายของนางแทบแข็งตัว "พระสนมเพคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... ในจดหมายที่ฝ่าบาททรงให้ท่านมา... มีตราประทับปลอมของท่านพ่อท่านที่เสียชีวิตไปแล้วซ่อนอยู่ภายใน... ฝ่าบาททรงรู้ความจริงเรื่องตระกูลของท่านตั้งแต่ต้นแล้วเพคะ!" ไป๋เหลียนหวาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องราวในตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านตื่นเต้นไปกับการวางหมากของหลินเฟยอวี่นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%