“หากเจ้ายังไม่ยอมคุกเข่าสารภาพความจริง ข้าจะถือว่าน้ำชาถ้วยนี้คือคำประกาศสงครามของตระกูลเจ้าที่มีต่อราชวงศ์”
เสียงของสนมเอกจางลี่ดังก้องกังวานไปทั่วตำหนักเย็นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความกดดัน นางสะบัดแขนเสื้อปักลายโบตั๋นสีทอง ดวงตาเรียวรีดั่งนางจิ้งจอกจ้องมองสนมชั้นรองนางหนึ่งที่กำลังตัวสั่นเทาอยู่เบื้องล่าง พื้นหินอ่อนที่เคยเย็นเยียบในยามนี้กลับร้อนระอุด้วยเพลิงแห่งอำนาจที่จางลี่จงใจจุดขึ้น
หลินเฟยอวี่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมในมุมที่อับแสงที่สุดของห้อง มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น นางจิบน้ำชาในจอกกระเบื้องเคลือบอย่างเชื่องช้า สายตาจ้องมองละครฉากสำคัญที่นางเป็นผู้ 'เขียนบท' อยู่หลังม่าน
“สนมกุ้ยเหริน... เจ้าช่างกล้าหาญนัก ที่แอบนำปิ่นปักผมลายหงส์ที่ฝ่าบาทประทานให้ข้า ไปวางไว้ใต้เตียงของสนมจางลี่ เพื่อหมายจะให้ฝ่าบาททรงพิโรธต่อตัวนางอย่างนั้นหรือ?” เฟยอวี่เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทิ่มแทงใจคนฟังราวกับเข็มพิษ
คำพูดของเฟยอวี่เพียงประโยคเดียว เปลี่ยนบรรยากาศที่ตึงเครียดอยู่แล้วให้กลายเป็นสนามรบที่ไร้ทางออก สนมกุ้ยเหรินเบิกตากว้าง นางหันขวับมามองเฟยอวี่ด้วยความตกตะลึง “ข้า... ข้าไม่ได้ทำ! เจ้าเป็นคนบอกข้าเองว่าปิ่นเล่มนั้น...”
“ข้าหรือ?” เฟยอวี่วางถ้วยน้ำชาลงเบาๆ เสียงกระทบกันของจอกและจานรองดังกังวานใสราวกับเสียงกระดิ่งแห่งมรณะ “เจ้าคงจำผิดแล้วกระมัง ข้าเป็นเพียงสนมผู้น้อยที่เพิ่งได้รับโปรดปราน จะกล้าบงการเจ้าให้ไปท้าทายสนมเอกผู้กุมอำนาจวังหลังได้อย่างไร?”
จางลี่หันขวับมามองเฟยอวี่ ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางชั้นเลิศบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว นางก้าวเข้ามาหาเฟยอวี่ช้าๆ แต่ละย่างก้าวแฝงไปด้วยจิตสังหาร “หลินเฟยอวี่... อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังเล่นเกมสกปรกอะไรอยู่ เจ้าพยายามปั่นหัวข้ากับกุ้ยเหรินให้หันมาฆ่ากันเอง เพื่อที่เจ้าจะได้ก้าวขึ้นไปแทนที่ข้าอย่างนั้นรึ!”
เฟยอวี่ลุกขึ้นยืนช้าๆ นางปรับอาภรณ์ให้เรียบร้อย ใบหน้าของนางสงบนิ่งราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันสั่นไหว แม้ในใจจะพุ่งพล่านด้วยความแค้นที่ฝังรากลึกถึงเหตุการณ์ที่ตระกูลของนางต้องสิ้นซากด้วยน้ำมือของหญิงตรงหน้า แต่ภายนอกนางกลับยิ้มให้จางลี่อย่างอ่อนหวาน
“พี่หญิงจาง... ท่านกล่าวหาข้าเกินไปแล้ว ข้าเพียงแค่บังเอิญพบสนมกุ้ยเหรินเดินวนเวียนอยู่ที่ตำหนักของท่านยามวิกาล จึงได้เตือนด้วยความหวังดีเท่านั้น ส่วนเรื่องปิ่น... หากมันไปอยู่ในห้องของท่านจริงๆ นั่นมิใช่เรื่องที่ท่านควรตรวจสอบจวนของกุ้ยเหรินหรอกหรือ?”
เฟยอวี่ก้าวเข้าไปใกล้จางลี่อีกก้าว กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ได้ยินกันเพียงสองคน “คนใกล้ตัวที่ท่านไว้ใจที่สุด อาจกำลังเป็นงูพิษที่รอจังหวะฉกท่านในยามเผลอ... เหมือนกับที่ข้าถูกกระทำเมื่อสามปีก่อนอย่างไรเล่า”
ดวงตาของจางลี่วูบไหวไปชั่วขณะ ความหวาดระแวงที่หลินเฟยอวี่ปลูกฝังลงไปเริ่มหยั่งรากลึก จางลี่หันไปมองกุ้ยเหรินด้วยสายตาเปลี่ยนไป นางไม่เชื่อใจใครอีกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสนมคนไหน หรือแม้แต่คนสนิทข้างกาย
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มองครักษ์หลวงก็ดังขึ้นที่หน้าตำหนัก ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักออกอย่างแรง ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก สายตาคมกริบของเขากวาดมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเฟยอวี่
“เกิดอะไรขึ้นในตำหนักของข้า?” ฮ่องเต้ตรัสถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจจนทุกคนในห้องต้องก้มลงกราบกับพื้น
เฟยอวี่คุกเข่าลงช้าๆ พลางก้มหน้าปิดบังแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันเพียงแค่พยายามไกล่เกลี่ยความเข้าใจผิดระหว่างพี่หญิงจางกับสนมกุ้ยเหริน แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของหม่อมฉันจะทำให้สถานการณ์แย่ลงเสียแล้วเพคะ”
จางลี่รีบเชิดหน้าขึ้น “ฝ่าบาท! นังเด็กนี่ใส่ความหม่อมฉัน นางวางแผนให้กุ้ยเหรินขโมยปิ่นของนางมาวางที่ตำหนักหม่อมฉัน เพื่อหวังจะปรักปรำหม่อมฉันว่าซ่องสุมอำนาจเกินหน้าเกินตา!”
ฮ่องเต้เฟยหลงปรายตามองไปยังพื้น ตรงนั้นมีปิ่นหยกสีเขียวมรกตตกอยู่—มันคือปิ่นที่เขามอบให้เฟยอวี่เมื่อวานนี้ แต่เหตุใดมันถึงมาตกอยู่ในตำหนักของสนมเอกจางลี่ได้?
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงจนได้ยินเสียงลมหายใจ ฮ่องเต้ก้าวเข้าไปหยิบปิ่นขึ้นมา แล้วหันไปมองเฟยอวี่ที่ยังคงคุกเข่าอยู่ด้วยท่าทีนิ่งเฉย ทว่าในจังหวะนั้นเอง ผ้าม่านกั้นห้องด้านหลังก็ถูกกระชากออก เผยให้เห็นขันทีคนสนิทของจางลี่ที่ถูกมัดปากและซ้อมจนสะบักสะบอมถูกโยนลงมาแทบเท้าฮ่องเต้
“ฝ่าบาท... หม่อมฉันพบขันทีผู้นี้กำลังแอบนำหลักฐานจดหมายลับไปซ่อนที่เรือนของสนมกุ้ยเหริน ตามคำสั่งของใครบางคนพะย่ะค่ะ!” องครักษ์ผู้หนึ่งรายงานเสียงดัง
ใบหน้าของจางลี่ซีดเผือด นางหันไปมองขันทีคนสนิทที่สั่นเทาอยู่เบื้องล่าง ก่อนจะเบนสายตามาที่เฟยอวี่ซึ่งกำลังเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้จางลี่ต้องขนลุกชัน
"ดูเหมือนว่า... หมากเกมนี้ ท่านจะเดินพลาดไปหลายก้าวแล้วนะคะ พี่หญิงจาง"
เฟยอวี่กระซิบข้างหูจางลี่ในขณะที่ฮ่องเต้กำลังหยิบจดหมายลับนั้นขึ้นมาอ่าน และวินาทีที่กระดาษถูกคลี่ออก ใบหน้าของฮ่องเต้เฟยหลงก็เปลี่ยนเป็นสีดำคล้ำดุจพายุที่กำลังจะพัดถล่มวังหลวง
ไป๋เหลียนหวาหวังว่าตอนนี้จะทำให้ท่านผู้อ่านลุ้นระทึกไปกับการเดินหมากอันชาญฉลาดของเฟยอวี่นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 5
หมากเกมแรก
ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!