หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง•ตอนที่ 6

ความลับในหอตำรา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
“ข้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อเสพสุขกับบรรยากาศอันเงียบเชียบ หากเจ้ายังยืนบังทางอยู่เช่นนี้ เห็นทีต้องให้ข้าหยิบยกกฎมณเฑียรบาลขึ้นมาสนทนากับเจ้าให้แจ่มแจ้งสักครา” เสียงของหลินเฟยอวี่ราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลม ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกเมื่อ นางจ้องมองขันทีชราหน้าหอตำราหลวงด้วยสายตาเยือกเย็นดุจน้ำค้างแข็ง ขันทีผู้นั้นยืดอกขึ้นเล็กน้อย มุมปากปรากฏรอยยิ้มหยามหยัน “พระสนมหลิน... ที่นี่คือเขตหวงห้ามชั้นใน แม้แต่สนมเอกจางลี่ยังต้องมีราชโองการจึงจะก้าวเท้าผ่านธรณีประตูนี้ได้ ท่านเป็นเพียงสนมขั้นต่ำ อย่าได้ทำตัวให้เป็นภาระต่อราชสำนักเลยพ่ะย่ะค่ะ” เฟยอวี่ไม่ตอบโต้ด้วยวาจา นางเพียงก้าวเข้าไปใกล้จนลมหายใจของทั้งสองปะทะกัน ก่อนจะยกนิ้วเรียวงามขึ้นดีดเศษผงที่ติดอยู่บนไหล่เสื้อของขันทีผู้นั้นอย่างแผ่วเบา “คนรับใช้ที่ฉลาด... ย่อมรู้ว่าจมูกของตนควรดมกลิ่นสิ่งใด และตาของตนควรปิดมองสิ่งใด หากเจ้าเลือกข้างผิดเพียงก้าวเดียว ลมหายใจที่เหลืออยู่ของเจ้าอาจจะไม่คุ้มค่ากับเบี้ยหวัดที่ได้รับจากสนมจางลี่หรอกนะ” ขันทีชะงักไปชั่วขณะ แววตาที่เคยแข็งกร้าวไหววูบด้วยความหวาดหวั่นที่ไม่อาจปิดมิด เฟยอวี่ไม่รอให้เขาตั้งตัว นางอาศัยจังหวะที่ฝ่ายตรงข้ามกำลังเสียหลัก แทรกตัวผ่านช่องว่างเล็กๆ เข้าไปในหอตำราทันที กลิ่นกระดาษเก่าและหมึกจีนที่อบอวลอยู่ภายในทำให้หัวใจของนางเต้นระรัว เฟยอวี่หยิบโคมไฟที่วางอยู่ข้างทางเดินขึ้นมา แสงสีส้มสลัวสาดส่องลงบนชั้นหนังสือที่เรียงรายสูงตระหง่านราวกับป้อมปราการแห่งความลับ นางมุ่งหน้าไปยังมุมอับที่ลึกที่สุดของหอตำรา ซึ่งเป็นที่เก็บรวบรวมจดหมายเหตุการคลังและการทหารจากยุคต้นรัชสมัย นิ้วเรียวไล่ไปตามสันหนังสืออย่างใจจดใจจ่อ ‘ปีที่สิบสี่แห่งรัชศก... ปีที่สิบห้า...’ นางหยุดกึกที่ชั้นหนังสือชั้นที่สี่จากด้านล่าง จดหมายเหตุเล่มหนึ่งถูกวางสลับที่อย่างผิดสังเกต เฟยอวี่รีบคว้ามันออกมา พลิกหน้ากระดาษอย่างรวดเร็ว เสียงกระดาษกรอบแกรบดังก้องอยู่ในความเงียบงัน จนกระทั่งนิ้วของนางหยุดลงที่หน้ารอยเปื้อนหมึกที่จงใจทำลายหลักฐานสำคัญ “ท่านพ่อ... ข้าพบแล้ว” น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อล้นออกมาคลอหน่วย แต่นางกลับไม่มีเวลาให้ความโศกเศร้า ในหน้ากระดาษแผ่นนั้นระบุชัดเจนถึงการโอนถ่ายเสบียงจากคลังหลวงไปยังกองทัพชายแดนในช่วงเวลาที่ตระกูลหลินถูกกล่าวหาว่าทุจริต ลายเซ็นของผู้บัญชาการคลังมิใช่บิดาของนาง แต่เป็นคนของตระกูลจาง! ทว่า ทันทีที่นางคิดจะฉีกหน้ากระดาษนั้นออกมาเก็บรักษาไว้ เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเชื่องช้าก็ดังสะท้อนมาจากทางเข้าประตูหลัก ‘ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก’ เสียงเคาะไม้เบาๆ ทำให้นางตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่เสียงขันทีคนนั้น แต่เป็นเสียงฝีเท้าที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ราวกับพยัคฆ์ที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ “ดึกดื่นป่านนี้ สนมรักของข้ามาค้นหาความทรงจำใดอยู่ในหอตำราหลวงที่เงียบเหงาเช่นนี้หรือ?” สุรเสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจทำเอาลมหายใจของเฟยอวี่สะดุด ฮ่องเต้เฟยหลงก้าวออกมาจากเงามืดของชั้นวางหนังสือ รัศมีของพระองค์เย็นเยียบจนความร้อนจากโคมไฟในมือนางแทบจะมอดดับลงไป “ฝ่าบาท...” เฟยอวี่ก้มหน้านิ่ง ซ่อนจดหมายเหตุไว้ใต้แขนเสื้ออย่างมิดชิด “หม่อมฉันเพียงแต่นอนไม่หลับ จึงมาหาตำราประวัติศาสตร์อ่านเพื่อคลายความวิตกกังวลเพคะ” เฟยหลงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า กลิ่นกำยานเย็นๆ จากฉลองพระองค์ตลบอบอวลอยู่รอบกายเขา พระองค์ยกพระหัตถ์ขึ้นเชยคางนางให้เงยหน้าขึ้น สายตาคมกริบดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของนางราวกับจะกระชากความลับออกมาจากจิตวิญญาณ “ตำราประวัติศาสตร์ที่อ่านแล้วทำให้คนเรากล้าเสี่ยงชีวิตเข้ามาในเขตหวงห้ามยามวิกาล... ดูท่าจะเป็นตำราที่น่าสนใจไม่น้อย” พระองค์ยื่นพระหัตถ์ออกมา “ส่งมันมาให้ข้า” “ฝ่าบาท... มันเป็นเพียงตำราเก่าแก่...” “ข้าบอกให้เจ้าส่งมา!” เสียงที่ราบเรียบเปลี่ยนเป็นกดดันจนห้องทั้งห้องดูจะสั่นสะเทือน เฟยอวี่เม้มริมฝีปากแน่น ความหวาดกลัวเริ่มกัดกินหัวใจ แต่ความแค้นของตระกูลหลินคือโซ่ตรวนที่ผูกมัดนางไว้ไม่ให้ยอมจำนน นางค่อยๆ ยื่นม้วนจดหมายเหตุออกไปทว่าในวินาทีที่พระหัตถ์ของฮ่องเต้สัมผัสถึงตัวหนังสือ ความเงียบของหอตำราก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงพังประตูจากด้านนอก “ฝ่าบาท! แย่แล้วเพคะ! สนมเอกจางลี่ถือวิสาสะนำทหารองครักษ์บุกเข้ามาในเขตหอตำรา อ้างว่าได้รับแจ้งว่ามีคนลักลอบเข้ามาขโมยเอกสารลับของแผ่นดิน!” เสียงของนางกำนัลคนสนิทตะโกนผ่านประตูดังเข้ามา ทันใดนั้น แสงไฟจากคบเพลิงจำนวนมหาศาลก็สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างหอตำรา เสียงฝีเท้าทหารหลายสิบนายกรูเข้ามาจนพื้นไม้สั่นสะเทือน ฮ่องเต้เฟยหลงขมวดคิ้วแน่น พระองค์มองจดหมายเหตุในมือนาง สลับกับประตูที่กำลังถูกพังลงมาด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะตัดสินใจคว้าตัวเฟยอวี่แล้วผลักให้นางเข้าไปหลบในช่องลับหลังชั้นหนังสือทันที “เงียบไว้!” พระองค์กระซิบสั่งเสียงเข้ม ก่อนจะหันกลับไปเผชิญหน้ากับกลุ่มทหารที่บุกเข้ามา ประตูถูกกระแทกจนเปิดออก สนมเอกจางลี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่แต้มอยู่บนริมฝีปาก นางกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่พระพักตร์ของฮ่องเต้ “ฝ่าบาท... หม่อมฉันได้ยินข่าวว่ามีโจรขโมยเอกสารแผ่นดิน จึงรีบนำทหารมาอารักขาพระองค์เพคะ... เอ๊ะ? แล้วเหตุใดพระสนมหลินจึงไม่อยู่ที่นี่ด้วยเล่าเพคะ ทั้งที่สายข่าวของหม่อมฉันรายงานว่าเห็นนางเพิ่งก้าวเข้ามา” เฟยอวี่ที่หลบอยู่ในความมืดหลังชั้นหนังสือ กำจดหมายเหตุในมือแน่นจนนิ้วซีดขาว เสียงหัวใจของนางเต้นรัวแรงยิ่งกว่ากลองรบ ในขณะที่สถานการณ์ภายนอกกำลังบีบคั้นถึงขีดสุด เมื่อจางลี่ค่อยๆ ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ชั้นหนังสือที่นางซ่อนตัวอยู่ทีละก้าว... ทีละก้าว หวังว่าตอนนี้น่าจะทำให้ท่านผู้อ่านลุ้นระทึกไปกับการเดินหมากอันชาญฉลาดของเฟยอวี่นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ ไป๋เหลียนฮวา
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เหนือบัลลังก์ทราย: เล่ห์รักเล่ห์กลลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%