สถาปนิกปากแจ๋วกับสัตวแพทย์หน้านิ่ง•ตอนที่ 2

หมอหน้าตายกับสถาปัตย์หน้ามึน

ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
เสียงกระแทกของกล่องขนมแมวเลียราคาแพงระยับบนเคาน์เตอร์ไม้สักทองส่งเสียง *ปึก* ดังสนั่น จนพนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์ถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยกรูดไปชิดกำแพงด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยๆ ของกันตภณกระตุกวูบตกลงไปถึงตาตุ่ม ตั้งแต่จังหวะที่ร่างสูงโปรดปรานในชุดกราวน์สีขาวยับย่นนิดๆ เดินเลี่ยงผ่านประตูห้องตรวจสัตว์ป่วยวิกฤตออกมา พร้อมกับสายตาคู่คมที่มองตรงมายังเขา... สถาปนิกหนุ่มผู้กำลังยืนเท้าสะเอวทำหน้ายุ่งอยู่หน้าตู้กระจกแสดงสินค้า "ถ้าคุณยังเอา 'เปี๊ยะทุเรียนหมอนทอง' มาหย่อนไว้ให้เจ้าพุดดิ้งกินเล่นอีกเป็นครั้งที่สาม รับรองว่าผมจะเชิญคุณออกจากคลินิกด้วยข้อหาพยายามฆ่าแมวทางอ้อมนะคะ... อ้อ, หมายถึง คุณน่ะแหละที่กำลังจะโดนผมฆ่า" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบ ไร้ซึ่งอารมณ์ขันใดๆ ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูปของนายสัตวแพทย์ทัพไทย เจ้าของฉายา 'หมอหน้าตายประจำย่าน' ที่กันต์เพิ่งตั้งให้สดๆ ร้อนๆ เมื่อสามวินาทีที่แล้ว กันต์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือเรียวที่เพิ่งจัดเรียงกระป๋องอาหารเปียกเมื่อครู่ชักกลับแทบไม่ทัน ร่างโปร่งบางในเสื้อฮู้ดดี้สีโอხลด์โรสขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด แต่ด้วยความที่เป็นคนประเภท 'ไม่ยอมแพ้ใครแม้แต่เงาตัวเอง' ปากเจ้ากรรมก็สวนกลับไปทันควันแบบไม่ได้กรองผ่านสมอง "โอייה หมอคะ! จะอะไรกันนักกันหนา ก็แค่ขนมมงคลต้อนรับตรุษจีนย้อนหลังไหมล่ะคะ พุดดิ้งมันทำหน้าเศร้าเหมือนน้องหมาโดนทิ้งตอนผมเดินผ่านตู้กระจกเมื่อกี้ ผมก็แค่ใจอ่อนเมตตาตบะแตกซื้อมาฝาก... อีกอย่างนะ! ทุเรียนน่ะมีประโยชน์ ช่วยเพิ่มพลังงานเชิงโครงสร้างให้สิ่งมีชีวิตนะรู้ยัง?" "โครงสร้างบ้านคุณสิครับที่จะพัง เพราะแมวเป็นสัตว์กินเนื้อ ไม่ใช่ลิงอุรังอุตังที่จะมานั่งเคี้ยวทุเรียนกวน!" ทัพไทยถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือหนายกขึ้นเสยผมสีดำสนิทที่ตกลงมาปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ร่างบางตรงหน้า "แล้วก็เลิกเรียกผมว่า 'หมอคะ' ด้วยครับ ผมเป็นผู้ชาย... ถึงหน้าจะหวานจนพวกคุณแม่ๆ พาหมามาจีบก็เถอะ" "อุ๊ย! มั่นหน้ามั่นโหนกเกินไปแล้วคุณหมอ ใครเขาจะไปอยากจีบคนหน้าตาบึ้งตึงเหมือนคนท้องผูกมาสามปีกันคะ?" กันต์ลอยหน้าลอยตาเถียงกลับ เชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อยอย่างเหนือกว่า แม้ว่าในใจจะแอบลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เพราะส่วนสูงอีกฝ่ายที่กดดันลงมาจนเขาต้องแหงนมองคอตั้งบ่า "งานออกแบบบ้านของผมคิวนั้นยาวเป็นหางว่าว ยุ่งจนหัวฟูไม่มีเวลามานั่งแทะทุเรียนเองหรอก ถึงได้เผื่อแผ่มาถึงลูกรักของคุณเนี่ย!" บรรยากาศหน้าเคาน์เตอร์คลินิกสัตว์เงียบกริบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศตัวเก่าที่ส่งเสียงหึ่งๆ แข่งกับเสียงหัวใจของกันต์ที่เต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน ทัพไทยไม่ตอบโต้อะไร เขาเพียงแต่หรี่ตามองร่างบางตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตานิ่งสนิทคู่นั้นเดาไม่ออกเลยว่ากำลังคิดวิเคราะห์เรื่องอะไรอยู่ เหมือนเวลาที่สถาปนิกกำลังตรวจดูรอยร้าวของคานปูนคอนกรีตเสริมเหล็ก... นิ่งเงียบ ลึกซึ้ง และน่าขนลุกเป็นบ้า "เบอร์โทรศัพท์ของคุณ..." จู่ๆ เสียงทุ้มก็เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ "ฮะ? อะไรนะ?" กันต์กะพริบตาปริบๆ ปรับโหมดรับฟังแทบไม่ทัน "เบอร์โทรศัพท์ของคุณ... ที่ให้ไว้กับเคาน์เตอร์ตอนมาติดต่อเรื่องต่อเติมห้องตรวจเอกซเรย์เมื่อวานนี้" ทัพไทยย้ำชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบตึงไร้รอยยิ้ม "ผมโทรไปสามสายเมื่อเช้าเพื่อแจ้งเรื่องขนาดท่อระบายน้ำที่ไม่ตรงกับแบบแปลนที่คุณส่งมา แต่คุณไม่ยอมรับสาย" "อ๋อ..." กันต์ร้องอ้อลากเสียงยาว นึกขึ้นได้ว่าตัวเองปิดโหมดห้ามรบกวนไว้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนปั่นแบบโครงสร้างจนสว่างคาตา มือเรียวรีบคว_านหาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดดี้ขึ้นมาปลดล็อกหน้าจออย่างลิบลับ "ก็คนมันยุ่งนี่คะ งานหลวงงานราษฎร์ประเดประดังเข้ามาพร้อมกัน คุณหมอจะมาคาดหวังให้สถาปนิกผู้บอบบางคนนี้สแตนด์บายตลอด 24 ชั่วโมงเหมือนคอลเซ็นเตอร์ธนาคารไม่ได้หรอกนะ!" "บอบบาง?" ทัพไทยทวนคำนั้นด้วยน้ำเสียงสูงขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับมุมปากข้างหนึ่งที่กระตุกยิ้มขึ้นมานิดนึง แบบที่ถ้าไม่สังเกตดีๆ ก็คงคิดว่าตาฝาด "คนที่ยืนเถียงฉอดๆ ปากคอเราะร้ายใส่ผมเมื่อกี้ คือคนเดียวกับคนที่ใช้คำว่า 'บอบบาง' อธิบายตัวเองเหรอครับ?" "ก็ใช่สิคะ! ผิวพรรณ หน้าตา จิตใจของผม... บอบบางราวกับแก้วเจียระไนเลยเหอะ!" กันต์สะบัดหน้าหนีอย่างงอนๆ ก่อนจะยื่นหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่มีหน้าต่างรายชื่อติดต่อค้างไว้ไปตรงหน้าอกแกร่งของอีกฝ่าย "เอามานี่ค่ะ! ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว แลกคอนแทกต์กันไว้เลย จะได้ไม่ต้องโทรศัพท์ให้เปลืองค่าโทร ถ้ามีปัญหาเรื่องแบบห้องน้ำห้องท่าอะไรอีก ก็ส่งไลน์มาจิกกัดกันในแชตเอา สะดวกดีออก!" ทัพไทยนิ่งไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นล่าสุดของตัวเองออกจากกระเป๋าเสื้อกราวน์อย่างไม่รีบร้อน นิ้วเรียวยาวกดสแกนคิวอาร์โค้ดที่หน้าจอฟังก์ชั่นไลน์ของกันต์อย่างคล่องแคล่ว เสียงแจ้งเตือน *ปิ้ง!* ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับหน้าจอของกันต์ที่ปรากฏชื่อบัญชีไลน์ใหม่ขึ้นมา *T.Thapthai* (รูปโปรไฟล์เป็นภาพแมวเปอร์เซียหน้าตาดุดันเหมือนเจ้าของไม่มีผิดเพี้ยน) "เรียบร้อยครับ" ทัพไทยเก็บโทรศัพท์เข้าที่เดิม "หวังว่าคราวนี้คุณคงจะเปิดเสียงแจ้งเตือนไว้บ้างนะครับ สถาปนิก 'ปากแจ๋ว'..." ประโยคท้ายสุดถูกเน้นเสียงหนักแน่นเป็นพิเศษ จนกันต์อยากจะยกเท้าขึ้นไปยันหน้าผากอีกฝ่ายเสียให้เข็ด แต่ติดที่ว่าภาพลักษณ์กุลสตรีศรีสถาปนิกที่อุส่าห์สะสมมาตั้งแต่เช้ามันค้ำคออยู่ "ปากแจ๋วอะไรกันคะ! เขาเรียกว่า 'สถาปนิกผู้มีวิสัยทัศน์ในการสื่อสารต่างหากเล่า!' ทุเรียนกล่องนี้ผมฝากไว้ให้พุดดิ้งกินได้แล้ว ห้ามเอาไปทิ้งถังขยะเด็ดขาดนะ ไม่งั้นผมจะมานั่งประท้วงชูป้ายหน้าคลินิกคุณจริงๆ ด้วย!" กันต์คว้ากล่องขนมแมวเลียกลับมาแกะเทใส่ถ้วยให้เจ้าพุดดิ้งที่เดินนวยนาดเข้ามาคลอเคลียข้อเท้าพอดี ทัพไทยยืนมองภาพนั้นเงียบๆ แววตาที่เคยแข็งกระด้างเมื่อครู่เผลออ่อนแสงลงวูบหนึ่งโดยที่เจ้าตัวก็ไม่ทันรู้ตัว แต่ความสงบสุขบนเคาน์เตอร์ดำเนินอยู่ได้ไม่ถึงห้านาที เสียงริงโทนโทรศัพท์มือถือของกันต์ก็แผדเสียงร้องลั่น ทำลายบรรยากาศชวนฝันเสียกระเจิง กันต์หยิบขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นชื่อของ 'มินนี่' เพื่อนสนิทตัวแสบที่โทรเข้ามาจิกตามนัดกินชาบู ร่างบางจึงรีบกดรับสายแล้วหันไปแยกเขี้ยวใส่สัตวแพทย์หนุ่มเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวออกจากคลินิกไปอย่างรวดเร็ว "ยัยมินนี่! ฉันบอกแกแล้วไงว่ากำลังเคลียร์ธุระกับหมอโรคจิตแถวนี้อยู่... เออๆ รีบอยู่เนี่ย กำลังจะไป!" เสียงบ่นงึมงำค่อยๆ ห่างออกไปจนกระทั่งประตูกระจกอัตโนมัติปิดสนิท ทัพไทยยืนมองแผ่นหลังบางที่เดินหายลับไปกับฝูงชนริมถนนด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก มือหนายกโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูหน้าต่างแชตไลน์ที่เพิ่งเพิ่มเพื่อนไปเมื่อครู่ ชื่อไลน์ของอีกฝ่ายตั้งไว้อย่างน่ารักว่า *'กันต์เองนะจ๊ะคนดี'* นิ้วแกร่งกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของอีกฝ่ายกำลังจะพิมพ์ข้อความทักทายอะไรบางอย่างเล่นๆ เผื่อแกล้งสถาปนิกหน้ามึนเล่นแก้เบื่อ แต่ทว่า... จังหวะที่นิ้วโป้งกำลังจะแตะลงบนปุ่มส่งข้อความ หน้าจอมือถือกลับเด้งแจ้งเตือนสถานะแปลกประหลาดขึ้นมาเสียก่อน *(ระบบแจ้งเตือน: ผู้ใช้งานรายนี้ได้บล็อกการติดต่อของคุณ)* ทัพไทย: "..." ดวงตาคมกริบกะพริบปริบๆ ด้วยความคาดไม่ถึง รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากเมื่อครู่แข็งค้างกลายเป็นเส้นตรงในทันที สัตวแพทย์หนุ่มนิ่งอึ้งไปสามวินาทีเต็ม ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอออกมาเบาๆ อย่างนึกขัน ให้ตายเถอะ... ยัยสถาปนิกปากแจ๋วคนนี้ นอกจากจะกวนประสาทเก่งเป็นที่หนึ่งแล้ว ยังใจร้อนบล็อกเบอร์บล็อกไลน์คนอื่นเร็วยิ่งกว่ากดสั่งซื้อแฟลชเซลในแอปส้มเสียอีก! ทัพไทยส่ายหัวเบาๆ อย่างอ่อนอกอ่อนใจ พร้อมกับจ้องมองหน้าจอแชตที่ถูกปิดกั้นความสัมพันธ์อย่างถาวร (หรืออาจจะแค่ชั่วคราว) ด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่วิ่งพล่านเข้ามาในอก... เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ความสันโดษอันแสนสงบของนายสัตวแพทย์หนุ่ม กำลังจะถูกพายุลูกใหญ่ที่ชื่อ 'กันตภณ' เข้ามาปั่นป่วนจนพินาศย่อยยับ และเขาก็ชักจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ตอนตรวจงานหน้างานไม่ไหวเสียแล้วสิครับ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้กันเสมอนะคะ!
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากแจ๋วกับสัตวแพทย์หน้านิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%