ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท•ตอนที่ 2

ทฤษฎีบทของอาจารย์จอมกวน

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
“จงหยุดหรี่ตามองสมการพวกนั้นเสียที เรน การใช้สายตาเพ่งเล็งราวกับจะขุดเจาะลงไปในโครงสร้างโมเลกุลของหินอ่อนพื้นห้องโถงไม่ได้ช่วยให้สัตว์อสูรใต้เท้าคุณขยับตัวเร็วขึ้นหรอกนะ” เสียงเนิบนาบแต่แฝงไปด้วยกระแสประชดประชันดังมาจากมุมมืดของห้อง เอเลน่ายืนกอดอกพิงเสาหินเก่าแก่ ดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอหรี่ลงเล็กน้อยขณะจ้องมองร่างของเด็กหนุ่มที่กำลังยืนนิ่งท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรนไม่ได้หันไปมองอาจารย์สาว เขายังคงจดจ้องที่จุดศูนย์กลางของรอยร้าวสีฟ้าครามนั้น นิ้วชี้ของเขาเคาะเป็นจังหวะอยู่บนอากาศ ราวกับกำลังกดเครื่องคิดเลขที่มองไม่เห็นในจินตนาการ “อาจารย์เอเลน่าครับ” เรนเอ่ยขึ้นโดยไม่ละสายตาจากรอยร้าว “แรงสั่นสะเทือนนี้ไม่ได้มาจากการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต แต่มันคือจังหวะการหมุนของมานาที่ฝังตัวอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของอาคาร อัตราการสั่นอยู่ที่ 4.2 เฮิรตซ์ ซึ่งสัมพันธ์กับค่าคงที่ของกฎการรวมตัวของเวทมนตร์ยุคบรรพกาล... คุณกำลังทดสอบความเข้าใจเรื่องเรขาคณิตเวทมนตร์ของผม หรือว่าคุณลืมปิดล็อกระบบรักษาความปลอดภัยของห้องเรียนกันแน่ครับ?” เอเลน่าเลิกคิ้วข้างหนึ่งขึ้น ใบหน้าเรียบเฉยของเธอมีรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาตรงมุมปากที่ยากจะสังเกตเห็น “ช่างเป็นคำถามที่น่ารักจังเลยนะ ทั้งที่พื้นกำลังจะแยกออกเป็นสองเสี่ยง แต่เธอกลับสนใจเรื่อง ‘ความสมเหตุสมผล’ มากกว่าเอาชีวิตรอด” *ครืนนน!* เสียงพื้นหินบดขยี้กันดังสนั่น รอยร้าวสีฟ้าครามขยายตัวเป็นรูปอักขระโบราณที่ส่องแสงวาบ เงาร่างมหึมาที่อยู่เบื้องล่างไม่ใช่สัตว์อสูรในตำนานที่น่าสะพรึงกลัวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือ ‘กลไกเวทมนตร์’ ขนาดมหึมาที่ถูกขับเคลื่อนด้วยฟันเฟืองทองคำและสายน้ำวนแห่งมานาบริสุทธิ์ ดวงตาคู่โตที่ดูเหมือนดวงดาวกำลังกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะมาหยุดลงที่เรน เอเลน่าไม่ได้ขยับตัวเข้ามาช่วย เธอเพียงแค่เฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ ราวกับว่านี่คือการทดสอบครั้งสำคัญที่สุดของศิษย์คนใหม่ “เรน” เสียงของเอเลน่าเย็นลงและทุ้มต่ำ “เวทมนตร์ไม่ใช่คณิตศาสตร์ที่ตายตัวเสมอไป บางครั้งมันคือความโกลาหลที่ไม่มีสูตรคำนวณ ถ้าหากเจ้าสิ่งนั้นกำลังจะกัดกินเธอด้วยมานาที่เกินพิกัด เธอจะแก้สมการอย่างไร?” เรนสูดหายใจเข้าลึก ความเย็นเยือกในใจของเขาเริ่มทำงาน สมองของเขาเปลี่ยนโหมดการมองเห็นเป็นภาพร่างโครงสร้างสามมิติ เขาสังเกตเห็นว่าแสงสีฟ้าจากกลไกนั้นไม่ได้ส่องสว่างสม่ำเสมอ แต่มันมีการกระพริบเป็นจังหวะที่สัมพันธ์กับตำแหน่งของเสาหินสี่ต้นในห้อง “มันไม่ใช่การโจมตีครับ แต่มันคือ... ปริศนา” เรนพึมพำ เขาพุ่งตัวหลบกรงเล็บเหล็กกล้าที่ตบลงมาเฉียดไหล่ไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงลมจากการฟาดฟันทำให้ผมของเขาปลิวไสว แต่ดวงตาของเขากลับนิ่งสนิท เขาไม่ได้หยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา แต่เขากลับย่อตัวลงแล้ววาดวงกลมด้วยปลายนิ้วบนพื้นดินที่กำลังสั่นไหว เขาใช้เศษหินที่แตกกระจายวางเรียงกันเป็นจุดพิกัดในพริบตา “ถ้าสมการนี้มีตัวแปรที่เกินมา... เราก็แค่ต้องหารมันออกด้วยค่าคงที่ที่สัมพันธ์กัน” เรนคำรามเบาๆ เขาดีดนิ้วหนึ่งครั้งในจังหวะที่กลไกนั้นเงื้อขึ้นสูง *ปัง!* เกิดคลื่นกระแทกขนาดเล็กจากจุดที่เขาวาดรูปอักขระไว้ พลังงานมานาที่ไหลเวียนอยู่ในห้องเกิดการบิดเบี้ยวชั่วขณะ กลไกยักษ์ใหญ่ที่กำลังบ้าคลั่งหยุดชะงักลงราวกับถูกแช่แข็ง ดวงตาที่เปล่งแสงสีฟ้าครามนั้นกะพริบถี่ๆ ก่อนจะหรี่แสงลงและค่อยๆ จมลงสู่พื้นดินเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ความเงียบเข้าปกคลุมห้องเรียนอีกครั้ง เรนนั่งลงบนพื้นอย่างหมดแรง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนหน้าผาก เอเลน่าเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มของเธอบัดนี้เปลี่ยนจากความยียวนเป็นความประหลาดใจที่ปิดไม่มิด เธอโน้มตัวลงมาหาเขา กลิ่นหอมจางๆ ของหนังสือเก่าและดอกไม้ป่าโชยมาแตะจมูกเรน “เธอไม่ได้แค่แก้สมการ แต่มันคือการทำลายความเชื่อมโยงของระบบ... เรน เธอรู้ตัวไหมว่าการทำแบบนั้นถ้าคำนวณพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว ร่างกายเธอจะถูกมานาฉีกกระชากจนไม่เหลือซาก?” เรนเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์สาวที่อยู่ใกล้จนเกือบชิด “ผมคำนวณแล้วครับ ความเสี่ยงอยู่ที่ 0.03 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้” เอเลน่าหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่สดใสและอบอุ่นจนเรนรู้สึกประหลาดใจ “ยัยเด็กเหลือขอเอ๊ย... พรสวรรค์ด้านการคำนวณของเธอมันไม่ได้แค่ผิดแปลก แต่มันอันตรายสำหรับพวกที่ชอบอยู่ในกรอบเดิมๆ ของโลกนี้มากเกินไป” เธอยื่นมือมาหยิบเศษกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อคลุมแล้ววางลงบนมือเรน มันไม่ใช่กระดาษธรรมดา แต่เป็นคำสั่งภารกิจที่ถูกประทับตราด้วยสัญลักษณ์ของสภาเวทมนตร์ระดับสูงสุด “นี่คือบทเรียนต่อไปของเธอ ไม่ใช่ในห้องสมุด แต่เป็นในพื้นที่ต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าย่างกรายเข้าไป... เธอพร้อมจะพิสูจน์ให้โลกเห็นหรือยังว่าคณิตศาสตร์กับเวทมนตร์คือเรื่องเดียวกัน?” ทันใดนั้นเอง เสียงสัญญาณเตือนจากสร้อยข้อมือที่เรนสวมอยู่ก็ดังขึ้นยาวต่อเนื่อง หน้าต่างสีน้ำเงินกึ่งโปร่งใสปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาพร้อมข้อความที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดนิ่ง [แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบระดับมานาเข้มข้นสูงผิดปกติในเขตต้องห้าม] [เงื่อนไขผ่านเกณฑ์ภารกิจระดับ SSS: กุญแจสู่จุดเริ่มต้นแห่งความโกลาหล] [สถานะ: ปลดล็อกพื้นที่อันตรายขั้นสูงสุด – 'หอคอยร้าวที่ไร้กาลเวลา'] เอเลน่าชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นหน้าต่างระบบนั้น เธอจ้องมองเรนด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าจะเดาใจได้ ก่อนจะกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่ “ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอปลุกขึ้นมา... จะไม่ใช่แค่กลไกธรรมดาอย่างที่ฉันคิดไว้เสียแล้วล่ะนะ” ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของเรนและอาจารย์เอเลน่าในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%