ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท•ตอนที่ 3

ห้องสมุดต้องห้ามและความจริง

ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
กลิ่นอายของกระดาษโบราณผสมผสานกับน้ำมันเคลือบสนิมเหล็ก คือกลิ่นเดียวที่เรนยอมรับว่ามันมีความหมายมากกว่าคำว่า "ระเบียบวินัย" ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเคาะเป็นจังหวะบนสันปกหนังสีดำสนิท ไร้ชื่อเรื่อง ไร้ตราประทับสัญลักษณ์แห่งตระกูลเวทมนตร์ใดๆ มีเพียงร่องรอยการสึกกร่อนตามกาลเวลาที่ฟ้องว่าหนังสือเล่มนี้ถูกซ่อนไว้ในมุมอับที่สุดของหอสมุดหลวง ชั้นใต้ดินระดับเจ็ด—สถานที่ซึ่งนักเวทฝึกหัดทั่วไปไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเดินเฉียดผ่าน หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากสภาสูง “ดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอปลุกขึ้นมา... จะไม่ใช่แค่กลไกธรรมดาอย่างที่ฉันคิดไว้เสียแล้วล่ะนะ” คำพูดของอาจารย์เอเลน่าเมื่อคืนยังคงวนเวียนอยู่ในโสตประสาท ดวงตาสีเพชรคู่นั้นไม่ได้มีความตกใจเจืออยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความสนใจระคนความระแวงที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มยียวนตามนิสัย แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เรนมั่นใจว่า... เขากำลังเดินเข้าใกล้แก่นแท้บางอย่างที่สถาบันเวทมนตร์แห่งนี้พยายามปกปิดมานับร้อยปี เรนกวาดสายตามองไปรอบห้องอ่านหนังสือส่วนตัว แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวลส่องกระทบโครงสร้างสูตรสมการคณิตศาสตร์ที่เขาเพิ่งจดบันทึกมันลงบนกระดาษปาร์ชเมนต์ มันไม่ใช่เวทมนตร์บทท่องจำ ไม่ใช่การดึงมานาจากธรรมชาติผ่านอารมณ์ความรู้สึกอันพลุ่งพล่านเหมือนที่หลักสูตรมาตรฐานสอน แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษเก่าคร่ำครึเล่มนี้ คือสถาปัตยกรรมแห่งตัวเลข—มันคือสมการอนุพันธ์เชิงอนุ3มิติ ที่ถูกถอดรหัสออกมาเป็นโครงสร้างการไหลเวียนของมานาอย่างสมบูรณ์แบบ “เป็นไปได้ยังไง...” เรนพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าเล็กน้อย ความเหนื่อยล้าจากการอดนอนติดต่อกันสามคืนเริ่มส่งผล แต่สมองส่วนตรรกะกลับทำงานด้วยความเร็วสูงสุด ในทางทฤษฎีเวทมนตร์ปัจจุบัน โลกใบนี้เชื่อว่าเวทมนตร์คือ "พร" ที่พระเจ้าหรือพลังงานดั้งเดิมมอบให้ สิ่งที่มนุษย์ทำได้มีเพียงแค่การเลียนแบบ ท่องคาถา และวาดวงแหวนเวทตามตำราโบราณที่สืบทอดกันมา แต่สมการในหนังสือเล่มนี้กลับบอกว่า... วงแหวนเวทเหล่านั้นเป็นเพียงแค่ "กราฟสองมิติ" ของฟังก์ชันที่ซับซ้อนกว่า หากใครสามารถแก้สมการนี้ได้ เขาผู้นั้นก็สามารถ "เขียน" หรือ "แก้ไข" กฎของเวทมนตร์บทนั้นได้ตามใจชอบ โดยไม่ต้องพึ่งพาพรสวรรค์หรือปริมาณมานาที่มหาศาลเลยแม้แต่น้อย ก๊อกๆ เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ ส Aสามครั้ง เป็นรหัสที่นัดหมายไว้ เรนไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ เขารู้ดีว่าเป็นใคร ประตูไม้สักถูกผลักเปิดออกอย่างเงียบเชียบ พร้อมกับร่างสูงโปรดของเอเลน่าที่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมสีเทาเข้ม เธอปัดฝุ่นออกจากไหล่เล็กน้อย ก่อนจะเหลือบมองกองกระดาษบนโต๊ะด้วยหางตา “ดูท่าทางคุณจะไม่ยอมหลับยอมนอนเลยสินะครับ, คุณศาสตราจารย์มือใหม่” เสียงทุ้มนุ่มของเธอดังก้องในห้องเล็กๆ แฝงความเย้าแหย่ตามเคย แต่สายตากลับคมกริบขึ้นเมื่อกวาดมองไปที่หนังสือเปิดอยู่ “ผมนอนไม่หลับหรอกครับ ถ้าปริศนายังคาใจ” เรนตอบโดยไม่ละสายตาจากสมการ “คุณรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าในห้องสมุดต้องห้ามมีอะไรแบบนี้ซ่อนอยู่?” เอเลน่าเดินเข้ามาใกล้ เธอวางแก้วชาร้อนกลิ่นคาโมมายล์ลงบนโต๊ะข้างกองเอกสาร กลิ่นหอมละมุนช่วยเจือจางบรรยากาศที่ตึงเครียดลงได้บ้างเล็กน้อย เธอโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ปลายเส้นผมสีเงินยววงไกว 500 ไปตามแรงโน้มถ่วง ดวงตาสีเพชรจ้องมองตัวเลขที่เรนเขียนด้วยความเงียบงันชั่วขณะ “โลกนี้มีเรื่องที่คนฉลาดเกินไปไม่ควรรู้เยอะหريكนะ, เรน” เอเลน่าเอ่ยเสียงเบา “ความรู้บางอย่าง... มันไม่ได้ถูกซ่อนเพราะมันอันตราย แต่มันถูกซ่อนเพราะถ้าผู้คนรู้ความจริง พวกเขาจะตั้งคำถามถึงรากฐานทั้งหมดที่สถาบันนี้สร้างขึ้นมา” “รวมถึงเรื่องการจำกัดเขตการใช้เวทมนตร์เมื่อสิบปีก่อนด้วยหรือเปล่าครับ?” เรนเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ บรรยากาศรอบตัวราวกับลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา แววตาสนุกสนานเมื่อครู่ของเอเลน่าหายวับไปกับตา เหลือเพียงความว่างเปล่าและความลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก ห้องสมุดต้องห้ามแห่งนี้ไม่ได้เก็บแค่ตำราเวทโบราณ แต่มันคือสุสานของประวัติศาสตร์ที่ถูกลบเลือน “คุณนี่มัน... เกินเยียวยาจริงๆ นะครับ” เอเลน่าถอนหายใจเบาๆ เธอยืดตัวตรง รอยยิ้มจางๆ กลับมาที่มุมปาก “คิดจะขุดคุ้ยเรื่องของสภาสูงตั้งแต่ยังไม่พ้นช่วงทดลองงานเลยหรือไง? ระวังตัวหน่อยเถอะ คนที่รู้มากเกินไปในที่แห่งนี้ มักจะอายุสั้นกว่าต้นสนหน้าหอพักเสียอีก” “ผมเป็นนักคณิตศาสตร์ครับอาจารย์... ผมสนใจแค่ความสมเหตุสมผล ไม่ใช่ความกลัว” เรนตอบเสียงเรียบ แต่แววตาเต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ซ่อนอยู่ใต้ท่าทีสุภาพ “ถ้าอย่างนั้น... ฉันคงต้องพิสูจน์ให้คุณเห็นด้วยตาตัวเองแล้วล่ะนะ ว่าสิ่งที่คุณกำลังเล่นอยู่มันไม่ใช่แค่ทฤษฎีบนกระดาษ” เอเลน่าเอื้อมมือไปหยิบสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่ถูกปิดผนึกด้วยเวทมนตร์โบราณ เธอไม่ได้ใช้คาถาใดๆ เพียงแตะปลายนิ้วลงไปตามจุดตัดของเส้นตารางที่เรนเพิ่งคำนวณเสร็จ รอยผนึกสีทองก็สลายกลายเป็นละอองแสงทันที—ด้วยหลักการทางคณิตศาสตร์ล้วนๆ ที่เรนเพิ่งค้นพบเมื่อไม่กี่นารีก่อน! เรนเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย นี่คือหลักฐานยืนยันว่าสมการของเขาถูกต้องอย่างสมบูรณ์แบบ พึ่บ! หน้ากระดาษแผ่นสุดท้ายพลิกเปิดออกเองโดยไม่มีลมพัด สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าไม่ใช่ตัวอักษรเวทมนตร์ แต่เป็นภาพวาดโครงสร้างสามมิติของ "บางสิ่งที่ถูกกักขัง" อยู่ใต้รากฐานของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงเข้มราวกับเลือด *[คำเตือน: เมื่อตัวเลขครบวงจร ผู้พิทักษ์แห่งสนธยาจะตื่นขึ้น]* ฉับพลันนั้นเอง พื้นหอคอยใต้ดินก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โคมไฟเวทมนตร์กะพริบถี่รัวก่อนจะดับลงทีละดวง ความมืดมิดเข้ากลืนกินพื้นที่รอบตัว เสียงคำรามต่ำๆ ที่สะเทือนเลื่อนลั่นจากใต้พิภพดังขึ้นราวกับเสียงหายใจของอสูรกายขนาดยักษ์ที่หลับใหลมานับพันปี “ดูเหมือนว่า...” เอเลน่าหันมาสบตาเรน รอยยิ้มเจื่อนๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอเป็นครั้งแรก “...เราคำนวณเวลาผิดไปหน่อยสินะครับ เรน” [ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลุก "เขตแดนต้องห้ามระดับ SSS" - ผู้พิทักษ์แห่งสนธยา (The Twilight Sentinel) เริ่มกระบวนการบูสต์มานา 100%] [เงื่อนไขการรอดชีวิต: แก้ไขสมการมานาเชิงอนุพันธ์ภายใน 180 วินาที มิฉะนั้นพื้นที่ทั้งหมดจะถูกรีเซ็ตทางกายภาพ] เสียงแจ้งเตือนที่ดังขึ้นในหัวของเรน พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงบนบ่า ทำให้เขารู้ทันทีว่า... เกมการทดลองในครั้งนี้ ได้ข้ามเส้นความปลอดภัยไปไกลลิบแล้ว ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ไมโลกับภูตน้อย" มาโดยตลอดนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%