"ตัวเลขไม่เคยโกหกใคร... มีแต่มนุษย์นี่แหละครับที่พยายามโกหกตัวเลข เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสบายใจขึ้นเวลาที่ร่ายเวทมนตร์พลาด"
เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องโถงสอบคัดเลือกอาคารทิศเหนือ สายตานับร้อยคู่พุ่งตรงมายังชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีเทาอ่อนในชุดคลุมนักศึกษาเรียบง่าย เรนยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อ อีกข้างถือชอล์กสีขาวที่ปลายหักบิ่น ดวงตาสتคมกริบกวาดมองกระดานชนวนเวทมนตร์ขนาดใหญ่เบื้องหน้า ซึ่งปัจจุบันเต็มไปด้วยสมการคณิตศาสตร์เชิงซ้อนที่ยาวเหยียดและไร้ซึ่งรูปร่างของวงแหวนเวทมนตร์แบบที่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ กำลังวาดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
บนอัฒจันทร์ผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการคุมสอบต่างขมวดคิ้วมุ่น เสียงซุบซิบดังระงมราวกับฝูงผึ้งแตกตาราง
"ไอ้เด็กนั่นมันบ้าไปแล้วหรือเปล่า?" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากแถวหน้า "นั่นมันวิชาคำนวณขั้นสูงของภาควิชาดาราศาสตร์โบราณไม่ใช่หรือไง เอามาใช้กับการสอบคัดเลือกภาคปฏิบัติของภาควิชาเวทมนตร์ธาตุได้ยังไงกัน"
"แถมไม่มีมานาสักหยดในสมการพวกนั้นด้วยซ้ำ..." อีกคนเสริมด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน "ไร้แก่นสาร ปราศจากพลังงาน ไม่มีทางที่เวทมนตร์จะเกิดขึ้นได้หรอก ถ้าปราศจากความรู้สึกและจิตวิญญาณแห่งธาตุ"
เรนไม่ได้ใส่ใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบข้าง สมองของเขาประมวลผลทุกปัจจัยอย่างเป็นระบบ โลกใบนี้ขับเคลื่อนด้วยมานา—พลังงานลึกลับที่ไหลเวียนอยู่ในอากาศ แต่นั่นเป็นเพียง "ผลลัพธ์" ไม่ใช่ "เหตุ" ในสายตาของเรน มานาก็เหมือนกับตัวแปรในสมการพีชคณิต หากเรารู้จักโครงสร้างและอัตราการไหลเวียน เราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ "อารมณ์" หรือ "พรสวรรค์" เพื่อบังคับมัน สิ่งที่เราต้องทำมีเพียงแค่ "แก้สมการ" ให้ถูกจุดเท่านั้น
ปมในใจของเรนเริ่มต้นจากตรงนี้ เขารarไม่เคยสัมผัสถึงสายสัมพันธ์ทางอารมณ์กับมานาได้เลยตั้งแต่เด็ก ในขณะที่คนอื่นร้องไห้ด้วยความปีติเมื่อจุดไฟดวงแรกติด เรนกลับนั่งนับอัตราการสั่นสะเทือนของโมเลกุลอากาศรอบเปลวไฟนั้น ความไร้เดียงสาทางอารมณ์ทำให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็น "เศษสวะไร้พรสวรรค์" แต่ในขณะเดียวกัน มันก็หล่อหลอมให้เขากลายเป็นอัจฉริยะด้านตรรกะที่มองทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ของกฎเกณฑ์เวทมนตร์
"หมดเวลาสำหรับการแสดงปาหี่แล้ว เจ้าหนู" กรรมการอาวุโสผู้ดูแลการสอบลุกขึ้นยืน สีหน้าบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ "ถ้าเจ้าไม่มีปัญญาจะร่ายเวทมนตร์พื้นฐานอย่าง 'ศรเพลิง' หรือ 'บอลน้ำ' ก็ไสกหัวออกไปจากที่นี่ซะ อย่ามาเสียเวลาของคณะกรรมการด้วยการเขียนขยะพวกนี้บนกระดาน"
ความกดดันในห้องโถงพุ่งสูงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ต่างถอยห่างจากเรนราวกับเขากำลังป่วยเป็นโรคติดต่อ บางคนถึงกับหัวเราะเยาะรอความอับ1าย
ท่ามกลางบรรยากาศที่มาคุนั้นเอง ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องโถงก็เปิดออกช้าๆ
แอ๊ด...
เสียงบานพับไม้เนื้อแข็งเสียดสีกันเบาๆ แต่กลับดึงดูดสายตาของทุกคนให้หันไปมองเป็นตาเดียว ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมสีดำสนิทขลิบทองเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า เส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยายคลอเคลียไหล่ 3 ดวงตาสีอัมพันคู่สวยคู่หนึ่งมองตรงมายังเรนด้วยแววตาลึกล้ำยากจะคาดเดา มุมปากของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ทั้งเย้ายวนและอันตรายในเวลาเดียวกัน
เอเลน่า... อาจารย์สาวลึกลับผู้กุมความลับบางอย่างของสถาบันแห่งนี้ เธอกวาดสายตามองสมการบนกระดานชั่วครู่ ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้เรนเรื่อยๆ จนกลิ่นหอมจางๆ คล้ายกลิ่นกระดาษเก่าและดอกไม้ป่าลอยเข้าจมูก
"ขยะอย่างนั้นหรือครับ?" เสียงนุ่มนวลแต่ทรงพลังของเอเลน่าดังขึ้น ทำเอาคณะกรรมการอาวุโสถึงกับหุบปากฉับ "น่าสนใจดีออก ฉันไม่ยักรู้ว่าคณะกรรมการผู้ทรงเกียรติของสถาบันเวทมนตร์แห่งนี้ ตัดสินความรู้อัจฉริยะด้วยสายตาที่คับแคบขนาดนี้"
"ท่านเอเลน่า! นี่มันนอกเหนือกฎระเบียบ..." กรรมการคนเดิมพยายามแย้ง แต่ถูกสายตาคมกริบของอาจารย์สาวหยุดไว้ด้วยประโยคเดียว
"กฎระเบียบถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์รู้สึกปลอดภัยจากความไม่รู้ไม่ใช่หรือคะ?" เอเลน่าหันไปมองหน้าเรน ดวงตาสีอัมพันสะท้อนเงาร่างของชายหนุ่ม "ว่าอย่างไรล่ะพ่อหนุ่มนักคำนวณ สมการยาวเหยียดนี่ไม่ได้มีไว้ประดับกระดานเล่นใช่ไหม? พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่า สิ่งที่เรียกว่า 'ความว่างเปล่า' ของเธอน่ะ มันน่ากลัวกว่าเวทมนตร์ธาตุบ้าบอพวกนั้นแค่ไหน"
เรนสบตากับอาจารย์สาวนิ่งนาน เขาอ่านความท้าทายในแววตานั้นออก เอเลน่าไม่ได้มาเพื่อช่วยเธอ แต่เธอกำลัง "เดิมพัน" กับเขา
ชายหนุ่มหันกลับไปมองกระดานชนวนอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนสมการบรรทัดสุดท้ายเบาๆ
*ก๊อก... ก๊อก...*
"ถ้าท่านปรารถนาเช่นนั้นครับ..." เรนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความตื่นตระหนก "ผมจะแสดงให้เห็นเองว่า กฎของความว่างเปล่า ไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไร... แต่มันแปลว่า ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของผมต่างหาก"
เขายกชอล์กขึ้น วาดเส้นตรงตัดผ่านสมการทั้งหมดในคราวเดียว!
*ฉับ!*
ในวินาทีนั้นเอง อากาศรอบตัวก็พลันเย็นเยียบลงอย่างไร้สาเหตุ มานาที่เคยพัดวนอย่างบ้าคลั่งในห้องโถงกลับหยุดนิ่งสนิท ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากดึงออกไปจนหมดสิ้น เปลวไฟบนคบเพลิงข้างผนังดับวูบลงพร้อมกัน ความมืดมิดเข้าครอบงำชั่วพริบตา ก่อนที่เสียงเตือนบางอย่างจะดังขึ้นในโสตประสาทของเรน—เสียงที่ไม่มีใครอื่นได้ยิน
[ระบบวิเคราะห์พลังงานเวทมนตร์: ตรวจพบการแทรกแซงโครงสร้างแก่นแท้ระดับ SSS]
[คำเตือน: ท่านกำลังละเมิดกฎพื้นฐานของจักรวาลเวทมนตร์]
[เงื่อนไขการปลดล็อกบอสลับ: เสร็จสิ้น]
[เป้าหมายเบื้องหน้า: ประตูมิติแห่งความลับของหอคอยต้องห้าม กำลังเปิดออก...]
พื้นห้องโถงใต้ฝ่าเท้าของเรนเริ่มสั่นสะเทือน รอยร้าวสีฟ้าครามแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจากจุดที่เขายืนอยู่ และก่อนที่ใครจะได้ทันส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ เงาร่างมหึมาคู่หนึ่งก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นจากความมืดมิดเบื้องล่างกระดานชนวนนั้นเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมเดินทางเปิดฉากบทแรกด้วยกันนะครับ
ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท•ตอนที่ 1
กฎของความว่างเปล่า
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!