"ถ้าขยับอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว... เส้นเลือดคาโรติดบริเวณลำคอของคุณจะขาดสะบั้นก่อนที่สมองจะทันส่งสัญญาณความเจ็บปวดเสียด้วยซ้ำครับ อาจารย์เอเลน่า"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องเก็บตำราโบราณชั้นใต้ดิน ปราศจากความตื่นตระหนก มีเพียงความนิ่งสงบอันเป็นเอกลักษณ์ของเรน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นโลหะเพ่งตรงไปยังพื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้า ซึ่งควรจะมีเพียงอากาศธาตุ แต่ม่านตาของเขากลับสะท้อนภาพการหักเหของแสงที่บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติอย่างจงใจ
เอเลน่าที่ยืนกอดอกพิงชั้นหนังสือในเงาสลัว ชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากที่มักจะซ่อนความเย้าแหย่เอาไว้เสมอจางหายไปแทนที่ด้วยแววตาพิจารณา เธอไม่ได้ขยับเขตกายหนี แต่กลับเอียงคอมองศาสตราจารย์มือใหม่ผู้ดูไร้พิษภัยคนนี้ด้วยความสนใจใคร่รู้ที่ปิดไม่มิด
"นายรู้ได้อย่างไรว่ามันอยู่ตรงนั้น... เรน? ตาเนื้อของมนุษย์ไม่น่าจะมองเห็นคลื่นการพรางตัวระดับอาคมโบราณได้นะ" เสียงหวานติดจะเย้าแหย่เอ่ยถาม ทำลายความตึงเครียดลงได้เพียงเสี้ยววินาที
"ดวงตาของผมอาจจะหลอกลวงได้ครับ แต่วิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ของเวทมนตร์ไม่เคยโกหกใคร" เรนขยับกรอบแว่นเล็กน้อย นิ้วเรียวยาววาดผ่านอากาศเบื้องหน้า สร้างเส้นตารางพิกัดคาร์ทีเซียนสีฟ้าจางๆ ขึ้นด้วยพลังมานาที่ถูกควบคุมอย่างแม่นยำราatจับวาง
"ลองดูที่มุมตกกระทบของแสงเทียนจากผนังฝั่งซ้ายสครับ สัมประสิทธิ์การหักเหของแสงที่สะท้อนผ่านละอองฝุ่นในอากาศตรงจุดนี้มีค่าผิดเพี้ยนไปจากค่าเฉลี่ยมาตรฐานอยู่ 0.04 เปอร์เซ็นต์ ในทางทฤษฎีความหนาแน่นของอากาศไม่ควรทำให้เกิดการหักเหแบบเลนส์เว้าคู่เช่นนี้... เว้นเสียแต่ว่า จะมีมวลสารที่มีดัชนีหักเหแสงเฉพาะตัวกำลังเคลื่อนที่ผ่าน และสิ่งที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้าเราตอนนี้ คือ 'สลีปปิ้ง แพนเธอร์' สัตว์เวทนักล่าไร้เงา ที่แม้แต่จอมเวทระดับสูงยังต้องเสียเหงื่อ"
บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงถนัดตา กลิ่นอายความกดดันระดับสูงแผ่ซ่านออกมาจากความว่างเปล่าเบื้องหน้า ทันทีที่ถูกเปิดโปง ร่างของสัตว์เวทขนาดมหึมาที่โปร่งใสราวกับกระจกก็ค่อยๆ ปรากฏเค้าโครงขึ้นทีละน้อย ดวงตาสสีทองอร่ามคู่โตจ้องมองมาที่เรนด้วยความอาฆาตมาดร้าย มันอ้าปากคำรามไร้เสียง แต่แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นเสียงความถี่ต่ำกลับทำให้ตำราโบราณบนชั้นหล่นลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
นี่คือความน่ากลัวของสัตว์เวทที่มองไม่เห็น มันไม่ได้ใช้การหายตัวแบบคาถาอาคม แต่ใช้กลไกทางกายภาพในการบิดเบือนแสงรอบตัวให้ทะลุผ่านร่างไปได้โดยสมบูรณ์ หากเป็นคนอื่นคงตกเป็นเหยื่ออันโอชะของมันไปเสียแล้วโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรปลิดชีพตนเอง
"ความละเอียดรอบคอบนี่... น่ากลัวเป็นบ้าเลยนะนายเนี่ย" เอเลน่าถอนหายใจเบาๆ พร้อมกับคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ลง เธอยกมือขึ้นเตรียมร่ายเวทป้องกันระดับสูงเพื่อรับมือ แต่เรนกลับยกมือขึ้นห้ามด้วยความนิ่งสงบ
"ไม่ต้องครับอาจารย์... การใช้เวทมนตร์โจมตีตรงๆ จะทำให้มันปรับค่าการหักเหแสงตามคลื่นมานาของเรา และทำให้มันกลายเป็นอมตะชั่วคราวในทางปฏิบัติ" เรนกล่าวอธิบายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับกำลังบรรยายสรุปในชั้นเรียนเลคเชอร์ มากกว่าการเผชิญหน้ากับสัตว์นักล่าที่พร้อมฉีกร่างเป็นชิ้นๆ
เรนก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างมั่นคง สมองของเขาประมวลผลความเร็วลม อุณหภูมิห้อง และมุมสะท้อนแสงในระดับเสี้ยววินาที สองมือรัวนิ้วกลางอากาศราวกับกำลังพิมพ์สมการในคอมพิวเตอร์ชั้นยอด
"ในเมื่อมันพึ่งพาการหักเหของแสงเพื่อซ่อนเร้น... เราก็แค่ทำลายตัวกลางในการหักเหของมันก็พอครับ"
สิ้นคำพูดของเรน วงแหวนเวทมนตร์สีฟ้าครามขนาดมหศมาก็ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้าของเขา มันไม่ใช่เวทมนตร์ธาตุไฟหรือสายฟ้าเพื่อการทำลายล้าง แต่เป็น 'อาคมคำนวณ: เขตสนามแม่เหล็กกระจายอนุภาค' มานาบริสุทธิ์ถูกบีบอัดจนกลายเป็นละอองแสงจำนวนมหาศาลกระจายตัวออกไปทั่วห้อง ทำหน้าที่เสมือนผงแป้งที่ถูกโปรยลงบนรอยนิ้วมือ
ทันทีที่ละอองแสงสัมผัสกับร่างของสลีปปิ้ง แพนเธอร์ ร่างที่เคยโปร่งใสไร้เงากลับถูกเคลือบด้วยแสงเรืองรองอย่างชัดเจน การหักเหของแสงถูกหักล้างด้วยความหนาแน่นของอนุภาคมานาที่เรนคำนวณไว้อย่างสมบูรณ์แบบ มันสูญเสียความสามารถในการพรางตัวไปโดยปริยาย
"ตอนนี้แหละครับอาจารย์!"
เอเลน่าไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ รอยยิ้มทรงเสน่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง พริบตานั้น เปลวเพลิงสีครามบริสุทธิ์ก็พวยพุ่งออกจากปลายนิ้วของเธออย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ พุ่งเข้าพันธนาการร่างของสลีปปิ้ง แพนเธอร์เอาไว้แน่นหนา แรงกดดันมหาศาลทำให้สัตว์เวทยักษ์ส่งเสียงร้องโหยหวนออกมาก่อนจะหมดสติไปในที่สุด
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องเก็บตำราอีกครั้ง กลิ่นอายอันตรายมลายหายไป เหลือเพียงกลิ่นจางๆ ของโอโซนและละอองมานาที่ค่อยๆ สลายตัว
เอเลน่าผ่อนลมหายใจยาว เธอหันมามองชายหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องข้าง แววตาของเธอมีความรู้สึกหลากหลายฉายชัด ทั้งทึ่ง สับสน และมีความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมา
"นายเนี่ยนะ... ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองกลายเป็นคนโง่ไปเลยทุกครั้งที่ได้ร่วมงานด้วยจริงๆ เรน" อาจารย์สาวลึกลับเอ่ยกลั้วหัวเราะ พยายามกลบเกลื่อนความประทับใจที่ก่อตัวขึ้นในใจ
"ไม่ใช่ว่าอาจารย์โง่หรอกครับ... เพียงแต่วิธีการมองโลกของเราต่างกัน ผมแค่ใช้คณิตศาสตร์อธิบายสิ่งที่สายตามองไม่เห็นก็เท่านั้นเองครับ" เรนตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามเคย ก่อนจะก้มลงเก็บสมุดบันทึกที่หล่นอยู่ขึ้นมาปัดฝุ่นเบาๆ
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายลงนั้นเอง จู่ๆ หน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ปิดตายมานับร้อยปีของห้องเก็บตำราโบราณก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ราวกับมีบางสิ่งกำลังกระแทกมันจากภายนอก
*เคร้ง!*
รอยร้าวรูปใยแมงมุมกระจายตัวออกเป็นวงกว้างในเสี้ยววินาที เรนหรี่ตาลงทันที สมองประมวลผลความเสียหายและแรงปะทะอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องชะงักค้างไม่ใช่แรงกระแทกจากภายนอก...
บนผิวกระจกที่ร้าวรานนั้น ไม่มีเงาสะท้อนของตัวเขาและเอเลน่า... แต่กลับมีข้อความสีดำสนิทที่เขียนด้วยลายมืออันคุ้นเคย ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่าอย่างช้าๆ
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบตัวตนระดับ SSS "ผู้สังเกตการณ์นอกกฎเกณฑ์" กำลังเชื่อมต่อเข้าสู่เขตพื้นที่หวงห้าม]*
*[คำเตือน: เป้าหมายมิใช่สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรเวทมนตร์... และพวกมันกำลังรอคอยการถอดรหัสครั้งสุดท้ายของคุณ]*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ไขปริศนา และเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท•ตอนที่ 14
สัตว์เวทที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!