กลิ่นอายจางๆ ของกระดาษ parchment เก่าเก็บและหมึกสีชาดราคาแพง ลอยคละคลุ้งอยู่ในห้องพักอาจารย์ยามวิกาล แสงจากตะเกียงเวทมนตร์สีนวลส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของเอเลน่า นิ้วเรียวยาวที่มักจะถือปากกาขนนกด้วยความมั่นใจเสมอ บัดนี้กลับกำลังสั่นเทาอย่างควบคุมได้ยาก แผ่นกระดาษแผ่นเล็กที่เพิ่งถูกส่งมาทางหน้าต่างโดยนกฮูกไร้สังกัด ไม่ได้มีข้อความข่มขู่หรือคำสาปแช่งรุนแรง แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้หญิงที่เยือกเย็นที่สุดใน
Astraea Academy เสียอาการได้ถึงเพียงนี้
"เธอมาถึงเร็วกว่าที่คิด..." เสียงพึมพำลอดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นจนแทบไร้สีเลือด
เรนซึ่งกำลังก้มหน้าก้มตาคำนวณสมการเวทมิติระดับสูงบนกระดานชนวนมุมห้อง ชะงักมือที่กำลังถือชอล์กทันที ความเงียบที่ผิดปกติภายในห้องพักทำให้ประสาทสัมผัสของเขาตื่นตัวขึ้นอย่างอัตโนมัติ ในฐานะนักคำนวณเวทผู้มองโลกด้วยตรรกะและเหตุผล เรนไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัวตามอารมณ์ความรู้สึก แต่เขา "อ่าน" ความผิดปกติทางกายภาพได้เฉียบคมยิ่งกว่าใคร
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นใสเหลือบมองไปยังร่างเพรียวบางของอาจารย์สาว เปลือกตาที่กะพริบถี่กว่าปกติ อัตราการหายใจที่ตื้นและเร็ว รวมถึงปลายนิ้วที่จิกกระดาษแผ่นนั้นจนยับยู่ยี่
"อาจารย์เอเลน่าครับ" เรนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าจริงจังพอที่จะดึงสติอีกฝ่ายกลับมา "ถ้าสมการความดันอากาศในห้องนี้ลดลงอีกสามปาสคาล อัตราการเผาไหม้ของไส้ตะเกียงจะผิดเพี้ยน ซึ่งนั่นแปลว่า... คุณกำลังตื่นตระหนกจนเกินกว่าระดับปรกติของมนุษย์ที่จะรับมือไหว"
เอเลน่าสะดุ้งเล็กน้อย เธอรีบซ่อนแผ่นกระดาษไว้ใต้กองตำราประวัติศาสตร์เวทมนตร์หนาเตอะอย่างลนลาน รอยยิ้มยียวนที่มักจะประดับบนใบหน้าเพื่อกวนประสาทเขากลับมาแทนที่อย่างรวดเร็ว แม้ว่ามันจะดูฝืนธรรมชาติเสียจนน่าขัน
"นายช่างสังเกตเกินไปแล้วนะ เรน... สมองของเด็กสายคำนวณนี่มันน่ารำคาญจริงๆ" เธอกล่าวกลั้วเสียงหัวเราะแห้งๆ พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ "ไม่มีอะไรหแค่จดหมายทวงหนี้ค่าจัดพิมพ์ตำราประวัติศาสตร์ฉบับพิเศษน่ะ"
"คำโกหกของคุณมีค่าความน่าเชื่อถือต่ำกว่าศูนย์จุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ครับ" เรนวางชอล์กในมือลงอย่างใจเย็น เขาเดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเธอทีละก้าว ฝีเท้าสม่ำเสมอราวกับเข็มนาฬิกา "หนึ่ง—คุณไม่เคยสั่งพิมพ์ตำราฉบับพิเศษผ่านระบบไปรษณีย์นกฮูกไร้สังกัด สอง—ตราประทับขี้ผึ้งสีดำบนซองจดหมายเมื่อครู่ ใช้เวทมนตร์สะกดรอยระดับสูงที่พบได้เฉพาะในหอคอยต้องห้ามเขตแดนเหนือ และสาม..."
เรนหยุดยืนอยู่เบื้องโต๊ะทำงาน ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบที่แผ่ออกจากตัวเธอ
"...ชีพจรของคุณเต้นเร็วกว่าปกติถึงยี่สิบครั้งต่อนาที ตั้งแต่เมื่อสามนาทีที่แล้ว"
เอเลน่าเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยที่เคยฉายแววเจ้าเล่ห์และท้าทาย บัดนี้กลับมีความหวาดระแวงและความเจ็บปวดลึกๆ ซ่อนอยู่ ปราศจากเกราะป้องกันใดๆ เป็นครั้งแรกที่เรนได้เห็นมุมที่เปราะบางที่สุดของอาจารย์สาวผู้กุมความลับมากมาย
"ถ้ารู้มากนัก... นายอยากรู้ไหมล่ะว่าอดีตที่ฉันพยายามหนีมาตลอดสิบปี มันหน้าตาเป็นยังไง?" เอเลน่าถามเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเศร้าสร้อยปรากฏขึ้นที่มุมปาก
"ถ้ามันมีผลกระทบต่อความปลอดภัยในสถาบัน และเสถียรภาพของเวทมนตร์ที่ผมกำลังศึกษาอยู่ ผมมีความจำเป็นต้องรู้ครับ" เรนตอบตามตรงอย่างไร้ความปรานีในแง่ของความรู้สึก แต่แววตาของเขากลับมีความใส่ใจในแบบฉบับของชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในตรรกะ "ความกลัวเกิดจากสิ่งที่เราไม่รู้และควบคุมไม่ได้ หากเราแปลงมันเป็นตัวแปรและหาค่าคงที่ได้ ความกลัวก็จะหายไป"
"นายเนี่ยนะ... พูดจาไม่รื่นหูเอาเสียเลย" เอเลน่าถอนหายใจยาวเหยียด เธอเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นกลับขึ้นมาบนโต๊ะอีกครั้ง ยอมจำนนต่อสายตาที่คาดคั้นแต่มั่นคงของเด็กหนุ่ม
เรนก้มลงมองข้อความบนกระดาษ หมึกสีชาดเขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่ทรงพลัง:
*[ความลับของเขตแดนที่เจ็ดกำลังจะรั่วไหล... เอเลน่า วาเลนไทน์ ลูกสาวแห่งนักโทษประหาร เธอคิดว่าจะหนีพ้นเงาของบิดาไปได้อีกนานแค่ไหน?]*
ไม่มีชื่อผู้ส่ง มีเพียงสัญลักษณ์รูป "กางเขนไขว้ทับวงกลมสมการเวทต้องห้าม" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ขององค์กรลึกลับที่ถูกลบชื่อออกจากบันทึกประวัติศาสตร์เวทมนตร์เมื่อสองศตวรรษก่อน
"ตระกูลวาเลนไทน์... ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิดเบือนโครงสร้างเวทมนตร์โบราณ" เรนทวนชื่อในใจ สมองของเขาเริ่มประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เคยผ่านตาในห้องสมุดใต้ดิน "ผมจำได้ว่าตระกูลนี้ถูกกวาดล้างข้อหาพยายามผสานเวทมนตร์เข้ากับตรรกะจักรกล ซึ่งผิดกฎของสภาเวทมนตร์สูงสุด แต่คุณ... รอดมาได้ และใช้ชื่อปลอมเพื่อมาหลบซ่อนอยู่ที่นี่"
"ใช่..." เอเลน่าหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาหยดหนึ่งไหลรินผ่านแก้ม "และคนที่ส่งจดหมายฉบับนี้มา ไม่ใช่คนแปลกหน้า... แต่เป็น 'เขา' คนนั้น คนที่เคยร่วมทดลองกับพ่อของฉัน คนที่ทำให้ฉันต้องสูญเสียทุกอย่าง รวมถึงสิทธิ์ในการใช้เวทมนตร์ของตัวเอง"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงอีกครั้ง เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางแสงตะเกียงที่เริ่มริบหรี่ เรนไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนใดๆ ที่ไร้สาระ เพราะเขารู้ดีว่าสำหรับเอเลน่า คำพูดหวานหูไม่ได้ช่วยให้อาการบาดเจ็บทางจิตใจดีขึ้น สิ่งที่เธอต้องการคือแนวทางปฏิบัติ และความมั่นใจว่าเธอจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับมันเพียงลำพัง
"ถ้าเขาตามหาคุณเจอ แปลว่าการเคลื่อนไหวของเราในสัปดาห์ที่ผ่านมา... ตอนที่ผมแก้สมการผนึกประตูมิติ... ส่งผลกระทบต่อร่องรอยเวทมนตร์โบราณที่เขากำลังตามหาอยู่ใช่ไหมครับ?" เรนวิเคราะห์อย่างแม่นยำ
เอเลน่าลืมตาขึ้นมองลูกศิษย์หนุ่มด้วยความทึ่ง แม้ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่ที่สุด สมองของเด็กคนนี้ก็ยังคงทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมไม่มีที่ติ
"ฉลาดเป็นกรดจริงๆ... ใช่ รอยร้าวของเขตแดนที่เราเพิ่งซ่อมแซมไป มันใช้คลื่นความถี่เดียวกับเวทมนตร์ที่ตระกูลฉันเคยถูกสั่งห้าม เขาจึงรู้ทันทีว่ามีคนที่มี 'องค์ความรู้เดียวกัน' กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในสถาบันแห่งนี้"
เรนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขายืดตัวตรง แววตาฉายประกายความมุ่งมั่นที่เฉียบคมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มือข้างหนึ่งหยิบปากกาขนนกขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ เป็นจังหวะ
"ในเมื่อตัวแปรถูกเปิดเผยแล้ว เราก็แค่ต้องเปลี่ยนเกมรุกครับ" เรนกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบแต่น่าเกรงขาม "ไม่ว่าคนจากอดีตของคุณจะเป็นใคร หรือมีความสามารถระดับไหน... การเข้ามาในอาณาเขตของ Astraea Academy โดยไม่ได้รับอนุญาต และพยายามคุกคามอาจารย์ในความดูแลของผม ถือเป็นการคำนวณที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตของเขา"
เอเลน่ามองแผ่นหลังของเด็กหนุ่มที่ยืนบังเธอจากความมืดนอกหน้าต่าง หัวใจที่เคยหวาดกลัวมาตลอดสิบปีกลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด ความกวนประสาทและท่าทีไร้หัวใจในบางครั้งของเรน แท้จริงแล้วถูกห่อหุ้มด้วยความรับผิดชอบที่หนักอึ้งและน่าพึ่งพาอย่างยิ่ง
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างกะทันหันที่โถงทางเดินด้านนอก—*ตึง ตึง ตึง*—มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของยามรักษาการณ์ปกติ แต่เป็นจังหวะการเดินที่พร้อมเพรียงและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น
พร้อมกันนั้น เสียงกระดิ่งเวทมนตร์เตือนภัยระดับฉุกเฉินสีแดงฉานก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งตึกอำนวยการ
หน้าต่างห้องพักอาจารย์ถูกแรงระเบิดจากคลื่นพลังงานปริศนาซัดจนกระจกแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เศษแก้วพุ่งกระจายไปทั่วห้อง ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ที่ลอยเข้ามา ร่างของชายสวมหน้ากากเหล็กสีดำสนิทผู้หนึ่งก้าวผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามาอย่างไร้ซุ่มเสียง ในมือของเขากำดาบยาวที่เคลือบด้วยออร่าเวทมนตร์สีเลือด
"เจอตัวเสียที... ทายายคนสุดท้ายแห่งวาเลนไทน์ และ... เจ้าหนูผู้บังอาจแตะต้องสมการต้องห้าม"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครของผมเสมอนะครับ
ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท•ตอนที่ 12
จดหมายจากอดีต
ผลงานโดย ไมโลกับภูตน้อย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไมโลกับภูตน้อย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศาสตราจารย์มือใหม่กับศิษย์สายคำนวณเวท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!