“ถอยไป!”
เสียงของรินตวาดลั่นพร้อมกับจังหวะที่ร่างโปร่งสูงของเธอพุ่งตัวเข้ามากระชากประตูห้องพักให้ปิดปังลงทันที แรงกระแทกนั้นทำให้ลูกบิดที่ธามกำลังจะหมุนหลุดลอยไปพร้อมกับความเงียบที่จู่โจมเข้ามาแทนที่ พรีมยืนนิ่งค้าง หัวใจเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความตกใจที่คนข้างนอกเกือบเห็นความลับ แต่เป็นเพราะแววตาดุดันที่ฉายชัดถึงความหึงหวงอย่างไม่ปิดบังของคนตรงหน้า
“พี่ริน...” พรีมเรียกชื่ออีกฝ่ายเบาๆ ในขณะที่ความตื่นเต้นเมื่อครู่ยังไม่ทันจางหาย
รินไม่ได้ตอบ เธอเพียงแต่หอบหายใจถี่ สายตาคมกริบไล่มองสำรวจร่องรอยความบอบช้ำบนมือของพรีมที่เกิดจากความวุ่นวายเมื่อครู่ ก่อนที่ใบหน้าเรียบเฉยตามฉบับประธานค่ายจะแปรเปลี่ยนเป็นความกังวลที่ซ่อนไม่อยู่ เธอคว้าข้อมือเล็กนั้นไว้ด้วยสัมผัสที่แม้จะดูรุนแรงไปบ้างในตอนแรก แต่กลับกลายเป็นความนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดเมื่อเธอพาคนตัวเล็กมานั่งลงบนเตียง
“ปากดีนักนะเรา” รินพึมพำพลางเปิดกล่องปฐมพยาบาลข้างหัวเตียง มือเรียวสวยหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว “ชอบนักใช่ไหมการทำให้คนอื่นเขาเดือดร้อนไปทั่วเนี่ย”
“ใครทำให้ใครเดือดร้อนกันแน่คะ” พรีมเถียงกลับตามนิสัย แม้จะเจ็บจนนิ้วเรียวสั่น แต่เธอก็ยังไม่ยอมแพ้ “คนที่บุกเข้ามาขัดจังหวะคนอื่นเนี่ย ใครกันแน่ที่ไร้มารยาท”
รินชะงักมือที่กำลังแตะสำลีลงบนแผล เธอเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “ถ้าฉันไม่บุกเข้ามา... เธอคงปล่อยให้ธามมันทำอะไรต่อมิอะไรไปแล้วใช่ไหม พรีม”
คำถามนั้นทิ่มแทงใจคนฟัง พรีมเม้มปากแน่น ความเฟียสที่มีหดหายไปชั่วขณะเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายนั่น รินกดสำลีลงบนแผลเบาๆ แต่ความเย็นของแอลกอฮอล์กลับทำให้คนถูกทำแผลสะดุ้งเฮือก
“โอ๊ย! เบาๆ หน่อยสิพี่ริน!”
“เจ็บเป็นด้วยเหรอ? นึกว่าด้านไปหมดแล้วเสียอีก” รินประชด แต่แรงที่กดสำลีกลับแผ่วลงจนกลายเป็นการลูบไล้อย่างแผ่วเบา รินก้มหน้าลงพิจารณาบาดแผลนั้นอย่างตั้งใจ เส้นผมยาวสลวยตกลงมาปรกข้างแก้ม บรรยากาศในห้องเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน
พรีมจ้องมองคนตรงหน้า ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความรู้สึกอุ่นวาบที่แล่นพล่านไปทั่วอก เธอแพ้... แพ้ให้กับความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มด้วยถ้อยคำร้ายกาจนี้ทุกที
“พี่รินคะ...”
“เงียบไปเลย” รินขัดขึ้นโดยไม่เงยหน้า “ถ้ายังไม่อยากให้ฉันลงน้ำหนักมือมากกว่านี้ก็นั่งนิ่งๆ”
“เป็นห่วงก็บอกว่าห่วงสิคะ ไม่เห็นต้องทำตัวเหมือนยักษ์ขู่จะกินหัวแบบนี้เลย”
รินหยุดมือลงทันที เธอเงยหน้าขึ้นมองพรีมด้วยสายตาที่ลึกซึ้งจนคนถูกมองต้องกลั้นหายใจ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเธอใกล้กันเสียจนความอบอุ่นจากลมหายใจปะทะเข้าหากัน รินเลื่อนมือขึ้นมาทัดผมให้พรีม นิ้วโป้งของเธอสัมผัสแผ่วเบาที่ข้างแก้มเนียนใส ก่อนจะลากผ่านริมฝีปากบางอย่างลืมตัว
“ห่วง... จนสติจะแตกอยู่แล้ว พรีม” รินกระซิบ เสียงของเธอแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด “เธอไม่รู้หรอกว่าฉันต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน ที่ต้องเห็นเธอไปยืนอยู่ใกล้ๆ คนอื่นแบบนั้น”
“ถ้าห่วงขนาดนั้น... ทำไมไม่รั้งพรีมไว้ตั้งแต่วันแรกล่ะคะ”
พรีมย้อนถาม ดวงตากลมโตสบประสานกับนัยน์ตาคู่สวยของรุ่นพี่อย่างท้าทาย รินนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน มือของรินที่เคยจับข้อมือพรีมเปลี่ยนมาเป็นประคองใบหน้าของเด็กสาวไว้อย่างทะนุถนอม
“ฉันแค่กำลังกลัว...” รินสารภาพออกมาแผ่วเบา “กลัวว่าถ้าฉันรั้งเธอไว้จริงๆ แล้ววันหนึ่งฉันจะทำให้เธอเสียใจ... พรีม ฉันไม่ใช่คนดีอย่างที่เธอคิดนะ”
“พรีมไม่สนหรอกว่าพี่จะดีหรือไม่ดี” พรีมเอ่ยขัดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “พรีมสนแค่ว่า... ตอนนี้พี่กำลังดูแลแผลให้พรีมอยู่ และพี่ก็เป็นคนเดียวที่พรีมอยากให้ทำแบบนี้”
บรรยากาศในห้องดูเหมือนจะถูกสูบอากาศออกไปจนหมด รินมองลึกลงไปในดวงตาคู่นั้น เธอกำลังจะโน้มตัวเข้าหาความหวานที่อยู่ตรงหน้า ทว่าในจังหวะที่ริมฝีปากของทั้งสองใกล้กันจนแทบจะสัมผัสกันได้...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงของธามที่ดังลอดเข้ามาจากด้านนอก “ริน! พรีม! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ผมรู้ว่าพวกคุณอยู่ข้างใน ผมเห็นรินวิ่งเข้าไป!”
รินผละตัวออกทันทีด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ พรีมกัดริมฝีปากด้วยความหงุดหงิด เธอหันไปมองประตูห้องที่สั่นไหวจากการกระแทกของธาม ก่อนจะหันกลับมามองรินที่ตอนนี้กลับมาปั้นหน้านิ่งเรียบเป็นประธานค่ายสุดเนี๊ยบคนเดิม
“พี่ริน...”
“ไปเปิดประตู...” รินสั่งเสียงเรียบพลางลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ แต่ก่อนที่พรีมจะได้ลุกไปเปิดประตู มือเรียวของรินก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่น “แต่จำไว้นะ... สิ่งที่เกิดขึ้นในนี้ ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด โดยเฉพาะไอ้ธาม”
พรีมยังไม่ทันได้ตอบรับ รินก็เดินไปกระชากประตูออกอย่างแรง เผยให้เห็นธามที่ยืนหน้าบูดบึ้งอยู่ด้านนอก แต่ในวินาทีที่ธามก้าวเข้ามา สายตาของเขาก็หยุดชะงักลงที่มือของพรีมที่มีพลาสเตอร์แปะไว้อย่างดี ก่อนจะเลื่อนมามองรินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
“ริน... คุณทำอะไรพรีม” ธามถามเสียงแข็ง
รินยกยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกเย็นสันหลังวาบ เธอขยับเข้าไปใกล้ธามจนไหล่เกือบชนกัน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาด “ดูแล... คนของฉันน่ะ มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”
คำว่า ‘คนของฉัน’ กระแทกใจคนฟังจนพรีมถึงกับเบิกตากว้าง ส่วนธามนิ่งอึ้งไปราวกับถูกสาป แต่ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์ของรินก็ดังแทรกขึ้นมาบนโต๊ะทำงาน เธอเหลือบมองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าที่เคยดุดันกลับซีดเผือดลงทันตาเห็น
“ว่ายังไงนะ... เกิดเรื่องที่ค่ายงั้นเหรอ!” รินรับสายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก เธอหันมามองพรีมด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา “พรีม... พี่ต้องไปเดี๋ยวนี้ ที่ค่ายมีปัญหาใหญ่!”
รินรีบคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้พรีมและธามยืนงงอยู่กลางห้องท่ามกลางความเงียบที่กลับมาปกคลุมอีกครั้ง พรีมมองตามหลังรินไป ใจหนึ่งกังวลเรื่องค่าย อีกใจหนึ่งยังคงสั่นไหวกับคำพูดเมื่อครู่ แต่สิ่งที่เธอยังไม่รู้... คือเรื่องที่รินเพิ่งได้รับแจ้งนั้น ไม่ใช่แค่เรื่องงาน แต่มันคือเรื่องที่จะเปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเธอไปตลอดกาล
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้นะคะ หวังว่าหัวใจของรี้ดทุกท่านจะยังเต้นเป็นจังหวะเดียวกับพรีมและพี่รินอยู่นะคะ! - ชากุหลาบอุ่นๆ ค่ะ
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน•ตอนที่ 15
แผลนี้ใครดูแล
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!