กลิ่นอายจางๆ ของชาวยุคคาโมมายล์ผสมความอับชื้นจากไอร้อนยามบ่ายในห้องพยาบาลคณะสถาปัตย์ฯ ไม่ได้ช่วยให้สติที่กระเจิดกระเจิงของรวิปรียากลับเข้าที่เข้าทางเลยสักนิด ตรงกันข้าม... มันกลับยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยที่ปกติเต้นเป็นจังหวะปกติ เกิดอาการรวนเรประหนึ่งระบบไฟฟ้ารัดวงจร
"จะมองหน้าฉันอีกนานไหมพรีม หรือคิดว่าบนหน้าฉันมีสูตรคำนวณโครงสร้างตึกแปดชั้นติดอยู่?"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อยดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงโปร่งของรินลดาที่ขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่ทว่า... กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือกลิ่นฝนจางๆ จากตัวรุ่นพี่สาวยังคงลอยวนอยู่รอบตัว จนพรีมเผลอสูดหายใจเข้าลึกโดยไม่รู้ตัว
ดาวคณะสุดเฟียสอย่างเธอสะดุ้งสุดตัว รีบเบือนหน้าหนีไปมองตู้เก็บเวชภัณฑ์กระจกเงาที่สะท้อนภาพตัวเองกำลังหน้าแดงก่ำ
"ใครมองพี่กันคะ! อย่ามาหลงตัวเองหน่อยเลย รินลดา" พรีมเชิดปลายคางขึ้นเล็กน้อย พยายามงัดเอาความมั่นใจและวาจาเชือดเฉือนมาเป็นเกราะกำบังหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลักออกมานอกอก "ฉันแค่... สังเกตต่างหากว่าพี่แอบกินอะไรเข้าไปหรือเปล่า ถึงได้พูดจาแปลกๆ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว"
"แปลกตรงไหน?" รินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสำรวจใบหน้าเนียนใสของรุ่นน้องที่ตอนนี้ขึ้นสีเรื่ออย่างปิดไม่มิด "ฉันก็พูดความจริง... หรือที่เธอนั่งเหม่อมองฉันตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องประชุมค่ายอาสาเมื่อกี้ เพราะกำลังคิดหาทางแก้ตัวเรื่องที่ไปยืนหัวร่อต่อกระซิกกับตาธามรุ่นพี่ปีสี่คณะวิศวะฯ คนนั้นอยู่ล่ะหึ?"
อ่า... นั่นไง ประเด็นที่ทำให้ยัยพี่ว้ากหน้ามึนคนนี้ของขึ้นจนลากเธอเข้ามา 'เคลียร์' (หรือเรียกว่ากักขัง) ในห้องพยาบาลแคบๆ นี่ต่างหากล่ะ!
พรีมเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกหงุดหงิดปนประหลาดใจตีรวนขึ้นมาในอก ธามเป็นแค่รุ่นพี่ที่เข้ามาคุยเรื่องงานประสาน
สปอนเซอร์ค่ายอาสาก็เท่านั้น แล้วทำไม... ทำไมรินลดาจะต้องทำหน้าบึ้งตึงแถมน้ำเสียงกระแทกกระทั้นเหมือนคนหึงหวงขนาดนั้นด้วยเล่า?
เดี๋ยวนะ... หึงเหรอ?
ความคิดนั้นแล่นปลาบเข้ามาในหัวจนพรีมต้องรีบสะบัดหน้าไล่ความมโนของตัวเองออกไปให้พ้นทาง บ้าไปกันใหญ่แล้ว! รินลดาเนี่ยนะจะหึงเธอ? คนอย่างยัยพี่ว้ากใจยักษ์หน้าตาย ที่วันๆ สนใจแต่แปลนก่อสร้าง งบประมาณ และระเบียบวินัยของเด็กปีหนึ่ง จะมามีความรู้สึกหึงหวงผู้หญิงปากร้ายอย่างเธอได้ยังไงกัน เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!
"พี่ธามเขาจะทำไมล่ะคะ เขาก็แค่อัธยาศัยดี น่ารัก แล้วก็..." พรีมจงใจลากเสียงยาวเพื่อกวนประสาท ทั้งที่ในใจเริ่มหวั่นไหวกับสายตาคมกริบที่จ้องเขม็งมาทางเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "เอ้อ... หล่อเหลาเอาการด้วย พี่รินจะเดือดร้อนทำไมคะ หรือว่า... แอบหึงฉันขึ้นมาจริงๆ ?"
ประโยคหลังพรีมตั้งใจเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามนิสัยถนัด แต่ทว่า... ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกจากปาก บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบกริบลงในฉับพลัน
รินลดาไม่ได้โต้เถียง ไม่ได้ตอกกลับด้วยวาจาเผ็ดร้อนเช่นเคย ร่างสูงนิ่งงันไปชั่วขณะ ดวงตาคู่คมที่เคยฉายแววดุเดือดและถือดี ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะหยั่งถึง รินก้าวเข้ามาประชิดตัวพรีมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ดาวคณะคนสวยต้องผถะหลังไปติดกับขอบโต๊ะทำงานสีขาวสะอาดอย่างไร้ทางหนี
"ถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะ..."
เสียงกระซิบแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำดังขึ้นใกล้จนปลายจมูกของคนทั้งคู่เกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดรดรินอยู่ตรงซอกคอและพวงแก้ม ทำให้พรีมรู้สึกเหมือนสติหลุดลอยไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวแรงจนแทบจะกระกระเด็นออกมาข้างนอก
"พี่... พี่ว่าอะไรนะคะ?" พรีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลไม่ทันกับจู่ๆ ก็โดนรุกฆาตแบบไม่ทันตั้งตัว
"ฉันบอกว่า..." รินโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาคู่สวยพินิจพิเคราะห์ทุกตารางนิ้วบนใบหน้าของรุ่นน้องราวกับกำลังค้นหาคำตอบบางอย่าง "ถ้าฉันหึงเธอจริงๆ... แล้วมันจะทำไมล่ะ รวิปรียา?"
ตึง!
เสียงหัวใจของพรีมเหมือนตกลงไปกระแทกพื้นห้องพยาบาลอย่างแรง ใบหน้าร้อนผ่าวลามเลียไปถึงใบหูและลำคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย ความโกรธ ความทิฐิ หรือความกวนประสาทที่เคยมี มลายหายวับไปกับตา เหลือเพียงความสับสนระคนตื่นตระหนกที่เกาะกุมหัวใจ
นี่เธอกำลัง... ใจสั่นให้กับยัยพี่ว้ากหน้ามึนคนนี้อย่างนั้นเหรอ?
บ้าไปแล้ว... พรีมบอกตัวเองซ้ำๆ ในใจ กฎเหล็กข้อแรกของการเป็นดาวคณะและเพื่อนสนิทตัวแสบของมีนคือ 'ห้ามหวั่นไหวกับคนประเภทเด็ดขาด รินลดา' แต่ทำไมตอนนี้ กำแพงที่เธอสร้างไว้สูงลิบถึงได้พังทลายลงมาง่ายดายเพียงแค่คำพูดประโยคเดียวแบบนี้ล่ะ
พรีมพยายามจะอ้าปากเถียง หรือหาคำพูดคมๆ มากลบเกลื่อนความเขินอายที่กำลังแผดเผา แต่ทว่า... เรียวปากอิ่มกลับสั่นระริกจนพูดไม่ออก มือเรียวที่ตั้งใจจะผลักอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง กลับกลายเป็นว่ายกขึ้นไปกำชายเสื้อเชิ้ตสีขาวของรุ่นพี่ไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
รินมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ความซึนเดระที่เคยพอกพูนไว้รอบตัวพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของรุ่นน้องมีร่องรอยของความสับสนและตื่นตระหนกไม่แพ้กัน รินลดาเอื้อมมือเรียวยาวออกไป หมายจะแตะเบาๆ ที่พวงแก้มเนียนใสที่กำลังแดงก่ำราวกับผลมะเขือเทศสุก
แต่ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วเรียวห่างจากผิวแก้มนุ่มเพียงไม่กี่เซนติเมตร เสียงเคาะประตูดังปัง! ก็ขัดจังหวะทุกสิ่งทุกอย่างลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ
"พรีมมม! แกอยู่ในนี้หรือเปล่า ฉันเดินหาทั่วคณะแล้วนะ... เอ๊ะ! ขอโทษค่ะ ฉันรบกวนเวลาส่วนตัวอะไรกันอยู่หรือเปล่าเนี่ย?"
เสียงแหลมสูงคุ้นหูของ 'มีน' เพื่อนสนิทตัวแสบดังขึ้นพร้อมกับผลักประตูห้องพยาบาลเปิดผางเข้ามาเต็มแรง โดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาตแม้แต่น้อย!
รินและพรีมสะดุ้งสุดตัวผละออกจากกันราวกับโดนไฟช็อต ร่างสูงของรุ่นพี่ปีสี่กระแอมออกมาเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนอาการประหม่า ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงเป็นปกติในพริบตาเดียว แล้วเดินเลี่ยงผ่านหน้ามีนออกไปจากห้องพยาบาลทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
พรีมยืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมห้อง หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ปลายนิ้วยังหลงเหลือสัมผัสความอุ่นร้อนจากไอร่างกายของคนเพิ่งเดินออกไป
ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังบางของรินลดาที่หายลับไปจากกรอบประตู พร้อมกับคำถามมากมายที่ตีรวนอยู่ในหัว สมองตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก นอกเสียจากเสียงสะท้อนก้องในอกที่ตะโกนเตือนสติเธอซ้ำๆ ว่า...
งานนี้... เธออาจจะกำลังพ่ายแพ้ให้กับกฎข้อที่ห้ามใจสั่นเข้าให้แล้วจริงๆ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและฟินไปกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของยัยพี่ว้ากและยัยตัวร้ายของเรานะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ!
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน•ตอนที่ 10
กฎข้อที่ห้ามใจสั่น
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!