กลิ่นอายความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในห้องพักส่วนตัวของประธานค่ายอาสาไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศระหว่างคนสองคนลดความร้อนรุ่มลงเลยแม้แต่น้อย ประโยคประกาศิตจากริมฝีปากบางเฉียบของรุ่นพี่ปีสี่เมื่อครู่ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทิ้งร่องรอยความระทึกใจให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวจนแทบจะกระֹเด็นออกมานอกอก
รวิปรียายืนนิ่งอยู่ตรงธรณีประตู มือเรียวที่กำสายกระเป๋าเป้สะพายหลังไว้แน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันมั่วซุม ทั้งตกใจ ทั้งประหม่า และลึกๆ แล้ว... มีความตื่นเต้นระคนยินดีพาดผ่านเข้ามาอย่างห้ามไม่อยู่
"ยืนบื้ออะไรอยู่ล่ะคะเด็กเวร หรือว่าชอบให้เชิญถึงสามครั้ง"
รินลดาปรายตามองรุ่นน้องตัวแสบที่เอาแต่ยืนแข็งทื่อเป็นหุ่นยนต์ เจ้าตัวยักไหล่บางเบาพยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวในแววตาของตนเองด้วยท่าทีเย่อหยิ่งตามนิสัยประจำตัว ร่างเพรียวในชุดลำลองสบายๆ เดินสวนผ่านร่างบางเข้าไปทรตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟาตัวยาว ปลายเกศายาวสลวยสะบัดไหวตามจังหวะการเคลื่อนไหว ยิ่งขับเน้นให้ภาพลักษณ์ของประธานค่ายสาวดูทรงอำนาจและเย้ายวนใจในเวลาเดียวกัน
พรีมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เรียวปากสีพีชเม้มเข้าหากันแน่นก่อนจะตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงกลอนอย่างเบามือ แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งโดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร
"ใครบอกว่าพรีมอยากมานอนห้องพี่กันล่ะคะ พูดเองเออเองเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะรุ่นพี่" พรีมเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามงัดเอาความเฟียสและฟอร์มจัดออกมาสู้ เพื่อไม่ให้คนตรงข้ามจับพิรุธได้ว่าหัวใจดวงนี้กำลังเต้นแรงขนาดไหน
"อ๋อเหรอคะ? งั้นเมื่อกี้ใครกันนะที่ยืนอ้าปากค้างทำหน้าเหมือนปลาทองขาดน้ำตอนได้ยินฉันพูด" รินลดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยอย่างรู้ทัน เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวลอยมาแตะจมูก "หรือว่า... กลัวคะ?"
"กลัวอะไรไม่ทราบ!" พรีมสวนกลับทันควัน ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ "พรีมไม่มีอะไรต้องกลัวพี่สักหน่อย แค่... แค่คิดว่ารุ่นพี่เผด็จการเกินไปต่างหาก ใครเขาอยากมานอนห้องคนปากร้ายกันเล่า"
"ปากร้ายแต่ก็ทำให้เด็กแถวนี้ใจสั่นได้ทุกทีสิน่า"
คำพูดลอยๆ ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของรินลดาทำเอาพรีมถึงกับสำลักอากาศหายใจเข้าอย่างแรง หญิงสาวเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าอีกฝ่ายทันที ทว่าสิ่งที่เห็นคือรอยยิ้มมุมปากร้ายกาจที่ฉาบอยู่บนใบหน้าสวยเฉี่ยว รอยยิ้มแบบที่รินลดาชอบใช้เวลาจะแกล้งให้เธอจนมุม
บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ความเงียบงันนี้กลับไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ตรงกันข้าม... มันกลับดึงดูดสายตาของทั้งคู่ให้ประสานกันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นัยน์ตาสีเข้มของรุ่นพี่ปีสี่ฉายแววบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดา เป็นแววตาคู่เดียวกับที่ทำให้พรีมมักจะเผลอใจเต้นแรงทุกครั้งที่เข้าใกล้
พรีมรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกมนต์สะกด ปลายลิ้นชื้นกวาดริมฝีปากแห้งผากของตนเองช้าๆ ความรู้สึกอัดอั้นบางอย่างที่เก็บซ่อนไว้ลึกสุดใจตลอดหลายวันที่ผ่านมาเริ่มก่อตัวขึ้นและเรียกร้องอยากจะระบายออกมา ภาพเหตุการณ์ตอนที่ธามเข้ามาพยายามตีสนิทแล้วรินลดาแสดงอาการหึงหวงอย่างไม่ปิดบังผุดขึ้นมาในหัว ซ้ำยังมีสัมผัสอ่อนโยนในความมืดคืนนั้นที่คอยย้ำเตือนว่า... รุ่นพี่คนนี้ไม่ได้รู้สึกเฉยๆ กับเธอเลย
มือบางที่วางอยู่บนตักค่อยๆ กำเข้าหากันแน่น ความลังเลฉายชัดผ่านทางแววตาคู่สวยที่ไหวระริก รวิปรียาสูดลมหายใจเข้าลึก, รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในชีวิตเพื่อที่จะเอ่ยประโยคสำคัญออกไป
"พี่ริน..." น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวและเต็มไปด้วยความมั่นใจเมื่อครู่กลับแผ่วเบาลงราวกับกระซิบ
รินลดาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปของรุ่นน้องตัวแสบทำให้เธอต้องหยุดชะงัก รอยยิ้มเย้าแหย่เลือนหายไปจากใบหน้า แทนที่ด้วยความสงสัยระคนคาดหวังลึกๆ "ว่ายังไงคะ? อยากขอร้องอะไรฉันล่ะ หรือว่าจะยอมจำนนแต่โดยดี"
"เปล่า..." พรีมหลุบตาลงมองตักของตัวเอง หัวใจเต้นโครมครามจนดังก้องอยู่ในโสตประสาท "พรีมแค่อยากจะบอกว่า... คือที่ผ่านมา ที่พรีมชอบทำตัวกวนประสาทพี่ หรือคอยหาเรื่องเถียงพี่ตลอดเนี่ย... จริงๆ แล้ว..."
ประโยคที่ถูกกลั่นกรองมาจากก้นบึ้งของหัวใจหยุดชะงักลงแค่นั้น พรีมเงยหน้าขึ้นสบตากับรุ่นพี่สาวอีกครั้ง แววตาของรินลดาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความตั้งใจและรอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ความใกล้ชิดที่ระอุขึ้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกลดทอนออกซิเจนจนหายใจลำบาก
*บอกไปสิพรีม... บอกไปเลยว่าที่ทำทั้งหมดเพราะหึง และเพราะว่า... ชอบผู้หญิงตรงหน้าคนนี้เข้าเต็มเปี่ยมแล้ว* เสียงหนึ่งในหัวร้องบอก
ทว่าสัญชาตญาณความฟอร์มจัดและกลไกการป้องกันตัวของดาวคณะสุดเฟียสกลับทำงานเร็วกว่า เมื่อเห็นรอยยิ้มรอคอยที่เจือความเจ้าเล่ห์เล็กๆ ของรินลดา ความกระดากอายก็ตีกลับขึ้นมาจนท่วมท้น พรีมกลัว... กลัวว่าถ้าพูดออกไปตรงๆ แล้วจะเสียฟอร์ม กลัวว่าถ้าอีกฝ่ายไม่ได้คิดเหมือนกัน เธอกลายเป็นฝ่ายแพ้ราบคาบอย่างน่าสมเพช
รินลดารอคอยด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ประธานค่ายสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับต้องมานั่งลุ้นระทึกกับคำพูดครึ่งๆ กลางๆ ของเด็กดื้อตรงหน้า นิ้วเรียวเผลอจิกเข้าหากันโดยไม่รู้ตัวเมื่อเห็นพรีมเม้มปากแน่นแล้วสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง
"คือ... จริงๆ แล้วพรีมแค่อยากจะบอกว่า..." พรีมเว้นจังหวะ กลืนก้อนสะอื้นแห่งความประหม่าลงคอ ดวงตากลมโตหลบสายตาคมกริบคู่นั้นวูบหนึ่ง ก่อนจะฝืนเปลี่ยนเรื่องหน้าตาเฉย "พรีมแค่อยากจะบอกว่า... ห้องพี่เนี่ย! จัดได้รกเป็นบ้าเลยค่ะ! สมกับที่เป็นประธานค่ายแต่ไร้ระเบียบสิ้นดี!"
บรรยากาศที่กำลังจะหวานซึ้งและอบอวลไปด้วยความหมายลึกซึ้ง พลันแตกเพล้งลงราวกับกระจกต้องค้อนทุบ
รินลดาถึงกับอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทันกับฉากพลิกผันแบบหน้ามือเป็นหลังมือเมื่อครู่ จากหน้ามือที่กำลังจะกลายเป็นคำสารภาพรัก กลายร่างเป็นคำวิจารณ์ห้องนอนอย่างไร้เยื่อใยซะอย่างนั้น
"วะ... ว่ายังไงนะ?" รินลดาเค้นเสียงถาม รอยเส้นเลือดปูดโปーンที่ขมับเริ่มเต้นตุบๆ ความคาดหวังเมื่อครู่ถูกแปรเปลี่ยนเป็นความหมั่นไส้จนอยากจะหยิกแก้มยัยเด็กนี่ให้เขียว "เธอเพิ่งว่าห้องฉันว่าอะไรนะเด็กเวร!"
พรีมรีบผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ถอยหลังกรูดไปทางประตูห้องทันทีเพื่อความปลอดภัย พร้อมกับส่งยิ้มกวนประสาทกลับไปให้เพื่อกลบเกลื่อนความใจหายวาบของตัวเอง "ก็เห็นๆ อยู่ค่ะว่ารก! นี่ขนาดประธานค่ายนะเนี่ย สงสัยต้องให้พรีมมาช่วยจัดห้องให้อีกรอบซะมั้งคะรุ่นพี่"
"ยัยตัวแสบ! กล้าดียังไงมาเปลี่ยนเรื่อง!" รินลดาผุดลุกขึ้นยืนตามด้วยความรวดเร็ว ดวงตาคมวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะผสมความเสียดายลึกๆ ที่ถูกขัดจังหวะแบบไม่ทันตั้งตัว "คิดเหว่าพูดจาแบบนี้แล้วจะรอดตัวเหรอคะ กลับมานี่เลยนะ!"
"ไม่รอดก็บ้าแล้วค่ะ! แบร่!" พรีมแลบลิ้นใส่ด้วยความหมั่นไส้ระคนโล่งอก ก่อนจะรีบหมุนตัวเตรียมวิ่งหนีออกไปทางประตู
ทว่า... ในวินาทีที่มือบางกำลังเอื้อมไปหมุนลูกบิดประตูเพื่อหลบหนีสถานการณ์ชวนใจสั่นนี้ เสียงกริ่งหน้าห้องพักก็ดังขึ้นแทรกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน—*กริ๊งงงง!*—พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังปึงปังจากด้านนอก ตามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่เอ่ยเรียกชื่อคนข้างในดังลอดเข้ามา
"พรีม! อยู่ในนั้นหรือเปล่าครับ? พี่ธามเองนะ... พอดีพี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย เปิดประตูให้พี่หน่อย!"
ร่างบางที่กำลังจะบิดลูกบิดถึงกับแข็งทื่อค้างกลางอากาศ รินลดาที่กำลังก้าวเท้าจะเข้าไปคาดโทษรุ่นน้องหยุดชะงักกึกทันที ใบสวยเฉี่ยวของประธานค่ายสาวบึ้งตึงลงฉับพลัน นัยน์ตาสีเข้มฉายประกายความหึงหวงรุนแรงพาดผ่านขึ้นมาอีกระลอกเมื่อได้ยินชื่อของ 'ไอ้รุ่นพี่ตัวน่ารำคาญ' ในยามวิกาลแบบนี้
พรีมค่อยๆ หันกลับมามองหน้ารุ่นพี่สาวที่ยืนหน้าตึงเปรี๊ยะอยู่กลางห้อง บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนติดลบในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับความสัมพันธ์ที่ชวนลุ้นระทึกนี้ด้วยกันนะคะ
ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน•ตอนที่ 18
คำสารภาพครึ่งๆ กลางๆ
ผลงานโดย ชากุหลาบอุ่นๆ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชากุหลาบอุ่นๆ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวร้ายกับยัยพี่ว้ากหน้ามึน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!