เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 2

สมรภูมิในไซต์ก่อสร้าง

ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะใช้หินเทียมเกรดบีนี้กับผนังโถงต้อนรับ ฉันเกรงว่าโปรเจกต์นี้คงไม่ต้องรอให้พังหรอกค่ะ แค่ใบเสนอราคาชุดแรกก็คงทำให้อาคารนี้กลายเป็นตลกคาเฟ่ไปเสียก่อน" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั่วคราวบนชั้นสาม รินรดาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มจ้องตรงไปยังร่างสูงโปรดักต์พรีเมียมของสถาปนิกหนุ่มตัวพ่อแห่งวงการอย่างไม่หลบเลี่ยง ปลายนียวของเธอเคาะเบา ๆ บนแผ่นสเปกวัสดุราวกับจะตอกย้ำความผิดพลาดที่อีกฝ่ายจงใจมองข้าม ทินกรแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงหรี่ลงเล็กน้อยอย่างนึกสนุก เขาขยับตัวเข้าประชิดโต๊ะทำงานไม้สนตัวยาวที่กองไปด้วยแปลนพิมพ์เขียว ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนตรงท่อนแขนแกร่งส่งกลิ่นอายความกดดันพุ่งทะยานจนคนรอบข้างต้องกลั้นหายใจ "ตลกคาเฟ่เหรอครับ... เอ่อ หมายถึงนะคะ" ทินกรแก้คำพูดตัวเองแทบไม่ทันเมื่อเผลอใช้สรรพนามตามความคุ้นชิน แต่ใบหน้าคมคายกลับไม่ได้สำนึกผิดเลยสักนิด เขายกมือขึ้นกอดอก สายตากวาดมองอินทีเรียสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยท่าทีเยแยะที่ทำเอาต่อมโมโหของรินรดาเต้นตุบ ๆ "คุณรินรดาครับ... ขอโทษทีค่ะ คุณรินรดาคะ หินเทียมตัวนี้ผ่านการคำนวณโครงสร้างและการรับน้ำหนักมาแล้วอย่างดี มันยืดหยุ่น ทนทาน และที่สำคัญ... งบประมาณมันอยู่ในกรอบที่ทางเจ้าของโครงการตกลง ไม่ได้ลอย่องก่องแก้งฟุ่มเฟือยเหมือนไอเดียงานศิลปะขยะเปียกของคุณเมื่อสัปดาห์ก่อน" "งานศิลปะขยะเปียกที่คุณว่า มันคืองานดีไซน์ที่ชนะการประกวดระดับเอเชียนะคะคุณทินกร!" รินรดาตบโต๊ะเสียงดังปัง จนกระดาษโน้ตบนโต๊ะปลิวว่อน เธอถลึงตาใส่สถาปนิกหนุ่มปากหมาที่ยืนลอยหน้าลอยตาอยู่ตรงข้าม "อย่าเอามาตรฐานความสุนทรีย์ติดลบของคุณมาตัดสินงานของฉันนะ หินเกรดบีที่คุณเลือกน่ะ สีมันด่างเป็นด่างดวงเหมือนคนเป็นโรคผิวหนัง เวลาโดนแสงไฟ LED ที่ฉันวางระบบไว้ มันจะฟ้องความอุบาทว์ออกมาทันที ชนิดที่ต่อให้เอาทองคำเปลวมาแปะก็กลบความเกร่อนี้ไม่มิดหรอกค่ะ!" บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาทันทีราวกับเทน้ำมันลงบนกองไฟ ทีมงานสถาปนิก วิศวกร และฝ่ายจัดซื้อที่นั่งล้อมวงอยู่ต่างหันหน้ามองกันเลิกลั่ก ไม่มีใครกล้าหายใจแรง แม้แต่เสียงลมจากเครื่องปรับอากาศยังฟังดูเบาหวิวไปเลยเมื่อเทียบกับสงครามประสาทระหว่างสองหัวกะทิประจำโปรเจกต์นี้ ย้อนกลับไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว... ร่างของวิศวกรผู้ควบคุมงานพุ่งพรวดเข้ามาหยุดยืนหอบแฮกอยู่ตรงหน้าประตูห้อง ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นเจ้านายหนุ่มและอินทีเรียสาวคนเก่งยืนประชิดกันในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจรดต้นคอ เหตุการณ์ตอนนั้นกำกวมจนวิศวกรหนุ่มเกือบจะถอยหลังกลับไปตั้งหลักใหม่ ทว่าความจำเป็นเรื่องการอนุมัติวัสดุด่วนทำให้เขาต้องกระแอมไอแล้วพ่นเรื่องงานออกมาขัดจังหวะความตึงเครียดที่อบอวลไปด้วยเคมีแปลกประหลาดระหว่างทั้งคู่เสียก่อน แต่ดูเหมือนว่าความเก้อเขินจากเหตุการณ์เกือบแนบชิดเมื่อครู่จะถูกกลบหายไปจนหมดสิ้นด้วยกองเอกสารวัสดุชิ้นนี้ ทินกรไม่ชอบให้ใครมาเถียงเรื่องฟังก์ชัน แต่วันนี้รินรดากลับจู่โจมเขาด้วยเหตุผลด้านสุนทรียะที่หักล้างกันไม่ลง และนั่นแหละ... คือสิ่งที่ทำให้ดวงตาคมของสถาปนิกหนุ่มเป็นประกายวับ เขาลดตัวลงเล็กน้อยโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เธอจนรินรดาต้องเอนหลังหนีโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝุ่นปูนและกาแฟคั่วเข้มพุ่งเข้าปะทะจมูกจนเธอต้องกักลมหายใจไว้ชั่วขณะ "เถียงเก่งแบบนี้... เอาเวลาไปนั่งคิดแบบปรับปรุงผนังใหม่ให้เสร็จก่อนเที่ยงดีกว่าไหมคะ คุณดีไซเนอร์คนสวย" ทินกรกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่จงใจลากเสียงกวนประสาท "ไม่อย่างนั้น ผมอาจจะต้องใช้อำนาจความเป็นหัวหน้าทีม สั่งรื้อไอ้ผนังดีไซน์ตระการตาของคุณทิ้ง แล้วเอาวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ไทยโบราณมาแปะแทน เพื่อความกลมกลืนกับรสนิยมของคุณ" "คุณทินกร! นี่คุณกล้าเหรอ!" รินรดากัดริมฝีปากแน่นด้วยความแค้นใจ มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ ปากก็ปากเก่งแต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงเต้นแรงผิดจังหวะทุกครั้งที่ผู้ชายคนนี้โน้มตัวเข้ามาใกล้จนเห็นแพขนตางอนและสันจมูกโด่งเป็นสันได้ชัดเจนขนาดนี้ "ผมทำจริงแน่ ถ้าคุณยังดื้อตาใสใส่ผมแบบนี้" ทินกรเอ่ยเสียงพร่า สายตาคมปลาบกวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างขัดใจของหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะแกล้งทำเป็นมองไปที่ตัวอย่างหินเทียมบนโต๊ะเพื่อกลบเกลื่อนความวูบไหวบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "สรุปคือ... เราจะใช้หินตัวนี้ หรือคุณจะยอมแพ้แล้วไปทานข้าวเที่ยงกับผม เพื่อเจรจาต่อรองด้วยสันติวิธีดีล่ะครับ เอ๊ย! ดีล่ะคะ" คำพูดกวนๆ ที่เกือบจะหลุดมานะครัช... ไม่ใช่! หลุดมานะ-คะ ทำให้รินรดารู้สึกทั้งหมั่นไส้ทั้งอยากจะเอาแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก่อนที่เธอจะได้ตอกกลับด้วยประโยคเจ็บแสบชิ้นโบว์แดง ประตูห้องประชุมที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคาะเตือน "พี่กรคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานโซน B แล้วค่ะ!" เสียงร้องโหลกโหนกของประชาสัมพันธ์ฝึกงานสาวดังลั่นห้อง พร้อมกับร่างระหงที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดยืนหอบเหนื่อยอยู่กลางวง ทินกรผละออกจากรินรดาทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับคืนสู่โหมดเคร่งขรึมจริงจังในเสี้ยววินาที รินรดาเองก็ปรับสีหน้าให้เป็นปกติอย่างรวดเร็ว แม้หัวใจจะยังเต้นรัวด้วยความกรุ่นโกรธค้างคา "เกิดอะไรขึ้น ตั้งสติแล้วพูด" ทินกรเอ่ยเสียงเฉียบขาด เด็กฝึกงานสาวกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เธอยกมือขึ้นชี้ไปทางหน้าต่างกระจกที่มองเห็นวิวไซต์งานด้านล่าง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้คนทั้งห้องถึงกับหยุดหายใจ "มี... มีคนพบบางอย่างฝังอยู่ใต้ฐานเสาเข็มโซน B ค่ะ... มันไม่ใช่แค่โครงสร้างปกติ แต่มันคือ... โครงกระดูกมนุษย์ค่ะพี่กร!" เอมเมอรัลด์อายส์ (ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักของทั้งคู่ในตอนนี้นะคะ!)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%