เสียงหวีดร้องของไซเรนรถตำรวจและเสียงซุบซิบของคนงานก่อสร้างยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของรินรดา แต่สิ่งที่ดังยิ่งกว่าในเวลานี้คือเสียงเคาะโต๊ะทำงานด้วยปลายนิ้วของสถาปนิกหนุ่มมือหนึ่งแห่งวงการ
ปัง!
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะถูกโยนลงตรงหน้าอินทีเรียดีไซเนอร์สาวอย่างไม่ไยดี แรงกระแทกนั้นทำให้ปากกาหมึกซึมราคาแพงของเธอถึงกับกลิ้งตกลงไปบนพื้น พรมราคาแพงในห้องประชุมชั่วคราวสะเทือนเบาๆ ตามแรงอารมณ์ของผู้ชายที่ยืนค้ำหัวเธออยู่
"คุณรินรดา ช่วยกรุณาอธิบายให้ผมฟังหน่อยได้ไหมครับว่า... นี่มันคือผลงานการออกแบบระดับไหน ถึงได้มี 'ของแถม' เป็นโครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ใต้ฐานเสาเข็มโซน B ได้!"
ทินกรไม่ได้แค่น้ำเสียงเข้มจัด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสไตล์มินิมอลคู่นั้นกำลังจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ สันกรามของเขานูนเด่นขึ้นมาด้วยความขบกรามแน่นจนน่ากลัว บรรยากาศในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยความกดดันชนิดที่ว่าแทบจะหายใจไม่ออก
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงที่จะยอมก้มหัวให้ใครมารังแกง่ายๆ สองมือบางกำเป็นหมัดแน่นอยู่ใต้โต๊ะเพื่อสะกดกลั้นความสั่นเทา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว
"แล้วมันเป็นความผิดของดิฉันตรงไหนคะคุณทินกร โครงการนี้เราเพิ่งเริ่มเข้ามาเคลียร์พื้นที่และรีโนเวทตามแบบที่บริษัทของคุณส่งมอบมาให้ต่างหากล่ะคะ! ถ้าใต้ดินมันมีประวัติศาสตร์ฝังอยู่ ใครมันจะไปตา X-ray ทะลุกำแพงดินลงไปเห็นตั้งแต่แรกกันเล่า!"
"อย่ามาเถียงผมด้วยเหตุผลตื้นๆ แบบนี้นะ!" ทินกรตบโต๊ะเสียงดังสนั่น เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอจนรัศมีรอบตัวของสถาปนิกหนุ่มแผ่ความร้อนรุ่มออกมา รินรดาผถอยหลังเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับพนักเก้าอี้ แต่เธอก็ยังเชิดหน้าสู้ สายตาวาวโรจน์ไม่แพ้กัน
"ตื้นเหรอคะ? ดิฉันเป็นอินทีเรียค่ะ ไม่ใช่หมอผีหรือนักโบราณคดีที่จะได้รู้ว่าใต้ฐานเสาเข็มตึกเก่าเมื่อสามสิบปีก่อนมันมีโครงกระดูกฝังอยู่ งานดีไซน์ของดิฉันเน้นฟังก์ชันและความงาม ไม่ใช่การขุดสุสานโบราณ! ถ้าคุณจะโกรธ จะหัวเสีย หรือจะพานใส่ใคร ช่วยกรุณาใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์ด้วยค่ะว่านี่มันอุบัติเหตุสุดวิสัยจากโครงสร้างเดิม ไม่ใช่ความผิดพลาดในการออกแบบของทีมดิฉัน!"
สิ้นคำพูดฉาดฉานนั้น ทินกรถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยเพลิงโทสะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง ไม่เคยมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับเขาด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและเหตุผลที่เผ็ดร้อนขนาดนี้มาก่อน ปกติแล้วเวลาเขาตาดโทษใคร คนๆ นั้นมักจะก้มหน้ารับฟังตัวสั่นด้วยความกลัว แต่นี่... ยัยผู้หญิงปากเก่งคนนี้กลับจ้องหน้าเขาด้วยแววตาท้าทายราวกับแมวป่าตัวน้อยที่พร้อมจะข่วนหน้าเขาได้ทุกเมื่อ
ทินกรสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความจริงเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะพาลใส่เธอขนาดนั้น แต่ภาพเหตุการณ์ที่ตำรวจกั้นพื้นที่และข่าวลือเรื่องโครงกระดูกปริศนาที่กำลังจะทำให้โครงการสั่นคลอน มันทำให้สถาปนิกที่รักความสมบูรณ์แบบอย่างเขาเครียดจัดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และพาลระเบิดใส่คนที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่างเธอ
ทว่า... พอมองใกล้ๆ แบบนี้ ได้เห็นดวงตากลมโตที่รื้นไปด้วยความโกรธแต่ยังคงความดื้อรั้นเอาไว้ ความรู้สึกบางอย่างในอกของทินกรก็กระตุกวูบอย่างประหลาด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวเธอมันช่างปั่นป่วนสมาธิของเขาเสียเหลือเกิน
"ปากเก่งนักนะ..." ทินกรพึมพำเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงที่เคยเกรี้ยวกราดเมื่อครู่กลับลดระดับความดังลงโดยอัตโนมัติ เหลือเพียงความแหบพร่าที่ชวนให้ใจสั่น "เวลาทำงานห่วยแตก คุณยังเถียงเก่งขนาดนี้เหมือนกันไหมล่ะ"
"ดิฉันทำงานไม่เคยห่วยค่ะ!" รินรดาเถียงกลับทันควันโดยไม่ยอมลดละความพยายามที่จะรักษาศักดิ์ศรี "และถ้าคุณยังมีเวลามาต่อปากต่อคำกับดิฉัน สู้เอาเวลาไปคุยกับตำรวจและทีมวิศวกรเพื่อเคลียร์ปัญหาโครงกระดูกนั่นไม่ดีกว่าเหรอคะคุณสถาปนิกปากแจ๋ว!"
ทินกรมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหยันที่ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลานั้นทำให้เขาดูอันตรายเป็นบ้า เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้เธออีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ตรงพวงแก้มใสจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"ปากดีแบบนี้... ระวังตัวไว้เถอะครับคุณอินทีเรีย" ทินกรกระซิบเสียงต่ำชิดริมหู น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาคนฟังขนลุกซู่ "เพราะถ้าโครงการนี้พังเพราะโครงกระดูกนั่น ผมนี่แหละ... จะจับคุณมาเซ็นสัญญาชดใช้ค่าเสียหายด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงเลยล่ะ"
ปึง!
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากสวนกลับอะไรไปมากกว่านั้น เสียงผลักประตูกระจกห้องประชุมก็ดังขึ้นอย่างแรง พร้อมกับร่างของหัวหน้าคนงานก่อสร้างที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"คุณกรครับ! คุณริน! แย่แล้วครับ... ตำรวจเขาเพิ่งขุดเจอหลักฐานชิ้นใหม่ข้างๆ โครงกระดูกนั้น... และ... และมันมีชื่อสลักไว้ว่าเป็นของ..."
ทินกรและรินรดาหันขวับไปมองหน้ากันทันที ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เมื่อพวกเขารู้สึกได้ทันทีว่าความลับใต้ตึกแห่งนี้กำลังจะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาไปตลอดกาล...
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาติดกับดักความปากแจ๋วของสถาปนิกคนนี้ด้วยกันนะคะ!
เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแจ๋ว•ตอนที่ 3
ใครว่าสถาปนิกเป็นคนใจดี
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากแจ๋ว นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
