"คุณกำลังเสียสติไปแล้วแน่ๆ ลินิน... อาณาจักรบ้าบออะไรกัน นี่มันตึกสำนักงานเกรดบีที่เพิ่งปลดพนักงานยกเซ็ตไม่ใช่เหรอคะ?"
เสียงทุ้มหวานปนระaอาของหญิงสาวดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดของโถงต้อนรับชั้นล่างที่ยังมีกลิ่นอายความอับชื้นของพรมเก่าๆ หลงเหลืออยู่ ลินินกวาดสายตามองไปรอบอาคารพาณิชย์สูงห้าชั้นที่เพิ่งถูกซื้อเปลี่ยนมือสดๆ ร้อนๆ เธอยังจำความรู้สึกเมื่อสามชั่วโมงก่อนได้ดี—วินาทีที่คินน์ชายหนุ่มผู้เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน กวาดซื้อตึกนี้ด้วยการแตะหน้าจอโทรศัพท์เพียงครั้งเดียวอย่างไร้ความลังเล
คินน์ไม่ได้ตอบในทันที เขายืนหันหลังให้เธอ ทอดสายตาผ่านกระจกใสบานใหญ่ที่สะท้อนภาพท้องถนนเบื้องล่างที่มีรถราวิ่งผ่านไปมาอย่างวุ่นวาย แผ่นหลังกว้างที่เคยงองุ้มด้วยความกดดันจากสังคมและแรงกดทับของคำว่า "คนไร้ค่า" บัดนี้ตั้งตรงสง่างาม ราวกับภูเขาหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน
ชายหนุ่มค่อยๆ หมุนตัวกลับมา รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความเย่อหยิ่งอันสุขุมทำให้หัวใจของลินินกระตุกวูบ เธอรู้ดีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ "คินน์" คนเดิมที่ยอมให้ศรุตและพรรคพวกตบหัวแล้วลูบหลังอีกต่อไปแล้ว
"ตึกเกรดบีในสายตาคนอื่น... แต่ในสายตาผม มันคือจุดเริ่มต้นของการล้างบางค่ะ ลินิน" คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ทีละน้อย กลิ่นกายสะอาดสะอ้านเจือกลิ่นอายความมั่นใจพัดผ่านจมูกของเธอ "และผมไม่ได้พาคุณมาที่นี่เพื่อเป็นแค่นักท่องเที่ยว... แต่ผมพามาเพื่อรับตำแหน่งที่คู่ควรกับความอดทนที่คุณมอบให้ผมมาตลอด"
ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตากลมโตจ้องมองเอกสารปกหนังสีดำสนิทที่คินน์เพิ่งดึงออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทสั่งตัดพิเศษ มันถูกยื่นมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับปากกาหมึกซึมด้ามหรูที่สะท้อนแสงไฟนีออนวาววับ
"อ่านดูสิคะ" เขากระซิบ น้ำเสียงนุ่มนวลแต่มีอำนาจล้นเหลือจนบังคับให้เธอต้องรับมันมาเปิดอ่านด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ตัวเลขจำนวนเงินเดือนที่ปรากฏบนหน้ากระดาษทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกะทันหัน ศูนย์หลายตัวเรียงรายกันอย่างน่าตกใจ มากกว่าเงินเดือนเดิมที่บริษัทเก่าของเธอถึงสิบเท่า—ไม่สิ นี่มันเทียบเท่ากับรายได้ของผู้บริหารระดับสูงในบริษัทข้ามชาติด้วยซ้ำ แถมยังมีสวัสดิการพ่วงท้ายที่อ่านแล้วต้องขยี้ตาซ้ำ ทั้งโบนัสรายไตรมาส หุ้นส่วนบริษัท บัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัว และคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่โอนเป็นชื่อเธอทันทีโดยไม่มีเงื่อนไขผูกมัด
"นี่มัน..." ลินินเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ความตกใจระคนความไม่เชื่อมั่นฉายชัดบนดวงพักตร์ "คุณล้อฉันเล่นใช่ไหมคะคินน์? เงินเดือนระดับนี้... ฉันเป็นแค่เลขาฯ ต๊อกต๋อยที่เพิ่งลาออกเพราะตกงานนะ คุณเอาเงินมาจากไหนมากมายขนาดนี้? หรือว่าคุณไปทำเรื่องผิดกฎหมาย—"
"ชูส์..." คินน์ยกนิ้วเรียวยาวขึ้นแตะริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านทำให้ลินินชะงักงอน ค้างเติ่งอยู่ในภวังค์ "ผมไม่เคยทำอะไรที่มันสกปรก... เงินพวกนี้คือสิ่งที่ผมสมควรจะได้คืนจากพวกมันต่างหากล่ะคะ ลินิน"
แววตาของคินน์วาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม มันเป็นแววตาที่เต็มไปด้วยแผนการอันล้ำลึกและจิตวิทยาขั้นสูงที่พร้อมจะขยี้ทุกคนที่เคยเหยียบย่ามเขาให้จมธรณี
"ฉันรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะคินน์ มัน... มันมากเกินไป" ลินินดันแฟ้มเอกสารคืน แม้ในใจลึกๆ จะสั่นคลอนด้วยความหวาดหวั่นและตื่นเต้น แต่ความซื่อสัตย์ที่เธอยึดถือมาตลอดทำให้เธอไม่กล้าคว้ามันไว้ "ฉันแค่อยากช่วยคุณในฐานะ... ในฐานะคนที่เชื่อมั่นในตัวคุณ ไม่ใช่เพราะเงินพวกนี้"
"แล้วถ้าผมบอกว่า เงินพวกนี้คือการ 'จ้าง' ให้คุณอยู่เคียงข้างผมในฐานะ 'เลขาส่วนตัว' ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในอาณาจักรใหม่แห่งนี้ล่ะคะ?" คินน์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับพวงแก้มเนียนของเธอ "คุณปฏิเสธผมลงเหรอ... ลินิน ผู้หญิงคนเดียวที่เห็นค่าของผมในวันที่คนทั้งโลกหันหลังให้?"
คำพูดนั้น... น้ำเสียงนุ่มลึกที่แฝงไปด้วยความเวทนาและจริงใจปะปนกัน ทำให้กำแพงในใจของลินินพังทลายลงในเสี้ยววินาที ภาพจำวันที่เธอต้องยืนเคียงข้างเขาขณะที่ถูกพนักงานคนอื่นรุมประณามและสาดกาแฟใส่หน้าผุดขึ้นมาในหัว ความเจ็บปวดในอดีตกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่หลอมรวมความจงรักภักดีของเธอให้กลายเป็นอาวุธ
เธอสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะตัดสินใจหยิบปากกาหมึกซึมด้ามนั้นขึ้นมาจรดปลายลงบนกระดาษแผ่นสำคัญ ลายเซ็นของเธอถูกจรดลงไปอย่างมั่นคง ท่ามกลางรอยยิ้มพึงพอใจของคินน์ที่ระบายขึ้นบนใบหน้าคมคาย
"ยินดีต้อนรับสู่ตำแหน่ง 'เลขาฯ บำเรอรัก' เอ๊ย... เลขาส่วนตัวคนแรกของผมค่ะ ลินิน" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ ด้วยความขบขัน
"ปากเสียนะคะ!" ลินินค้อนขวับ หยิกเข้าที่ต้นแขนของเขาเบาๆ แก้เก้อ แต่ทว่าบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยเคมีที่ร้อนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
แต่ทว่า... ความสุขชั่วขณะนั้นกลับต้องสะดุดลง เมื่อเสียงตบมือดังขึ้นอย่างเย้ยหยันมาจากทางประทางเข้ากระจกด้านล่าง
*แปะ แปะ แปะ...*
"โอ้โห ภาพบาดตาบาดใจอะไรอย่างนี้วะเนี่ย? นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้สวะคินน์กับยศเลขาฯ ตกอับนี่เอง ถึงว่า... กล้าอาจหาญมาเซ้งตึกโทรมๆ นี้ ที่แท้ก็คงแอบไปไถเงินใครมาล่ะสิถึงได้มีปัญญาทำตัวเป็นเสี่ยกระเป๋าหนัก"
ร่างสูงโปรดของ "ศรุต" ทายาทมหาเศรษฐีผู้เย่อหยิ่งก้าวเข้ามาในโถงต้อนรับอย่างถือดี ด้านข้างมีบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเดินประกบ ใบหน้าอันหล่อเหลาแต่เต็มไปด้วยความเหยียดหยามมองมาที่คินน์และลินินด้วยสายตาราวกับกำลังมองเศษขยะเปียกปูน
ลินินหน้าถอดสีโดยอัตโนมัติ มือที่ถือแฟ้มเอกสารเผลอเกร็งจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน ความหวาดกลัวต่ออิทธิพลของศรุตยังคงฝังรากลึกในใจเธอ ในขณะที่คินน์กลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด เขายังคงยืนกอดอก มองศรุตเดินเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเยдяยันที่มุมปาก ราวกับกำลังรอคอยเหยื่อเดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
ศรุตหยุดยืนห่างจากคินน์เพียงไม่กี่ก้าว กวาดสายตามองไปรอบตึกด้วยความสมเพช ก่อนจะหันมาจ้องหน้าคินน์ตรงๆ
"แกคิดเหรอวะว่าแค่มีเงินซื้อตึกเก่าๆ สภาพใกล้เจ๊งนี่แล้วจะพลิกชีวิตขึ้นมาเทียบชั้นกับฉันได้? ฝันไปเถอะไอ้คินน์! วันนี้ฉันมาที่นี่เพื่อจะบอกแกสั้นๆ ว่า... สัญญาเช่าที่ดินแปลงนี้ทั้งหมดในย่านนี้อยู่ในกำมือฉัน และฉันสั่งให้คนยกเลิกมันหมดแล้ว!"
ศรุตหัวเราะร่าด้วยความสะใจ ยื่นใบประกาศิตเพิกถอนสิทธิ์ขึ้นมาสะบัดตรงหน้าคินน์
"เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย... ก่อนที่ฉันจะสั่งให้คนโยนพวกแกออกไปเหมือนสุนัขข้างถนน!"
บรรยากาศในโถงต้อนรับดิ่งวูบลงสู่จุดเยือกแข็ง ลินินหันไปมองคินน์ด้วยความตื่นตระหนก หัวใจเต้นรัวระส่ำด้วยความหวาดกลัว ทว่าคินน์กลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มค่อยๆ เหยียดยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่ทำให้ศรุตเริ่มรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ
คินน์ควักโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูออกมาจากกระเป๋า กดเปิดหน้าจอระบบที่ซ่อนฟังก์ชันลับบางอย่างไว้ ก่อนจะกดส่งข้อความเสียงสั้นๆ ออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมดุจใบมีดโกน
"จัดการได้เลยครับ... ซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลศรุตให้เสร็จสิ้นภายในสามนาทีนี้"
ศรุตชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนเป็นความฉงนปนตลกขบขันก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่นตึก "ฮ่าๆๆๆ! แกบ้าไปแล้วเหรอวะไอ้คินน์! ซื้อกิจการตระกูลฉัน? แค่เศษเงินในบัญชีแกยังไม่พอซื้อกาแฟกินเลยมั้ง—!"
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศรุตดังขึ้นตัดจังหวะเสียงหัวเราะอย่างกะทันหัน รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของทายาทหนุ่มแข็งค้าง มือสั่นเทาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความจากธนาคารกลางและตลาดหลักทรัพย์
ดวงตาของศรุตเบิกโพลงจนแทบถลอกจากเบ้า ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อหน้าจอปรากฏข้อความตัวแดงฉานแจ้งเตือนการถูกเทคאוเบอร์บริษัทในเครือทั้งหมดโดยนักลงทุนปริศนาที่กว้านซื้อหุ้นรวดเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์ และชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ที่ปรากฏหราอยู่บนหน้าจอ... คือชื่อของ "คินน์"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ทันที ศรุตเข่าอ่อนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ปากอ้าพะงาบๆ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว
คินน์ก้มตัวลงมองศรุตที่กำลังสั่นเทาอยู่เบื้องล่างด้วยสายตาเยียบเย็น ไร้ซึ่งความเมตตา ก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ข้างหูของอดีตคู่ปรับด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ศรุตต้องสยบยอมแทบเท้า
"ยินดีต้อนรับสู่ความล่มจม... ลูกน้องคนใหม่ของผม"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 8
จ้างเธอเป็นเลขาส่วนตัว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!