เสียงตบโต๊ะประชุมไม้สักทองราคาเจ็ดหลักดังสะท้านไปทั่วห้องกระจกเก็บเสียง—เพลียะ!
แรงกระแทกนั้นมากพอจะทำให้แก้วกาแฟเซรามิกราคาแพงสั่นระริก ของเหลวสีเข้มกระฉอกล้นปริ่มขอบ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความสั่นสะเทือนในจิตใจของบอร์ดบริหารอาวุโสทั้งเจ็ดคนที่กำลังนั่งหน้าซีดเผือด
ศรุตหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยที่แตกซ่านจากการตื่นตระหนกสุดขีด เขากำลังจ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ยืนกอดอกอยู่ปลายโต๊ะ—คินน์ ผู้ชายที่เขาเคยเหยียบย่ำ ถ่มน้ำลายใส่หัวและตราหน้าว่าเป็นเพียง "ไอ้สวะไร้ค่า" เมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน บัดนี้กลับยืนอยู่ตรงนี้ ในฐานะเจ้าของอำนาจที่สามารถชี้เป็นชี้ตายอนาคตของตระกูลเขาได้ด้วยปลายนิ้ว
"เป็นไปไม่ได้..." ศรุตพึมพำกับตัวเอง เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ สมองของทายาทมหาเศรษฐีตระกูลดังปฏิเสธที่จะประมวลผลภาพตรงหน้า "แก... แกเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนไส้แห้ง! แกเอาเงินจากไหนมาฮุบหุ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์ของบริษัทฉัน! แกปลอมเอกสารใช่ไหม! พวกคุณตรวจสอบกันประสาอะไรถึงปล่อยให้คนระดับนี้..."
เขากวาดสายตาเลิกลั่กไปทางประธานกรรมการและผู้ถือหุ้นคนอื่น ทว่าไม่มีใครกล้าสบตาเขาสักคน ทุกคนต่างก้มหน้ามองเอกสารในมือด้วยความหวาดกลัว เพราะตัวเลขกำไรและบัญชีทรัพย์สินที่เพิ่งถูกกางบนโต๊ะมันฟ้องชัดเจนว่า บริษัทกำลังจะกลายเป็นของคินน์อย่างสมบูรณ์แบบภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีนี้
ลินินยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างคินน์ ใบหน้าเรียวสวยประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ เธอขยับแว่นกรอบบางเล็กน้อย ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีดำสนิทลงบนโต๊ะตรงหน้าศรุตอย่างแผ่วเบา แต่เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้กลับดังสะท้อนก้องกังวานในความเงียบงัน
"คุณศรุตคะ กรุณาใช้คำพูดให้มันระมัดระวังด้วยนะคะ" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมของลินินดังขึ้น ทำลายบรรยากาศอึดอัด "การที่ท่านประธานบริษัทคนใหม่จะเข้ามาตรวจสอบบัญชีและสินทรัพย์ที่พวกคุณเคยยักยอกและบริหารจนเกือบเจ๊ง มันคือสิทธิ์อันชอบธรรมตามกฎหมายค่ะ ไม่ใช่การปลอมแปลงเอกสารอย่างที่คุณพยายามกล่าวอ้างเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตัวเอง"
คำพูดนั้นเปรียบเสมือนเข็มเล่มใหญ่ที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจศรุตจนเขาหน้าชาวาบ ใบหน้าที่เคยหยิ่งผยองบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและอัปยศอดสูจนแทบจะร้องไห้
คินน์ยังคงนิ่งเงียบ เขายังไม่แม้แต่จะชายตามองศรุตด้วยซ้ำ นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองผู้บริหารรุ่นลายครามที่เคยร่วมหัวจมท้ายกันกลั่นแกล้งเขาในอดีตทีละคน ทุกคนที่ถูกเขามองต่างสะดุ้งเฮือกราวกับโดนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตจนต้องรีบเบือนหน้าหนี
"จำได้ไหมครับ... ศรุต" ในที่สุดคินน์ก็ปริปากพูด น้ำเสียงของเขาไม่ได้ตะโกน ไม่ได้เกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับทรงพลังและเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "วันที่คุณโยนแฟ้มเอกสารใส่หน้าผมแล้วบอกว่า 'คนอย่างแก ต่อให้ทำงานจนตายก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อเศษฝุ่นใต้รองเท้าฉัน' วันนั้น ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่า... ผมจะกลับมาซื้อตระกูลของคุณทั้งตระกูลด้วยเงินสด"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องประชุมก็ดิ่งลึกลงสู่ความกดอากาศต่ำจนแทบหายใจไม่ออก
ศรุตเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมราคาแพง แรงแค้นและความจริงอันโหดร้ายประเดประดอนเข้ามาจนเขาแทบกระอักเลือด ความอวดดีทั้งหมดถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองไม่ได้แค่พ่ายแพ้ในเกมธุรกิจ แต่กำลังถูกอีกฝ่ายเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนจมดิน โดยไม่มีทางต่อสู้กลับได้เลยแม้แต่น้อย
"ยอมรับความพ่ายแพ้เสียเถอะค่ะคุณศรุต" ลินินโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงสุภาพแ너บเนียน แต่แฝงด้วยความสะใจลึกๆ "เพราะต่อจากนี้ไป... ชื่อของคุณจะถูกลบออกจากทะเบียนผู้ถือหุ้น และที่ดินทุกแปลงที่พวกคุณเอาไปจำนองไว้ จะตกเป็นของท่านประธานคินน์ทั้งหมดอย่างไร้เงื่อนไข"
คินน์ไม่ได้สนใจสภาพที่น่าสมเพชของศรุตอีกต่อไป เขายื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อกหน้าจอ ก่อนจะกดส่งคำสั่งอนุมัติครั้งสุดท้ายเพื่อปิดดีลประวัติศาสตร์นี้
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกก็ดังขึ้นพร้อมกันบนโทรศัพท์มือถือของผู้บริหารทุกคนในห้อง—*ติ๊ง!*
หน้าจอสีดำสนิทของบัตรเครดิตโลหะผสมไทเทเนียมไร้ขีดจำกัดวงเงิน ปรากฏสัญลักษณ์อนุมัติการทำธุรกรรมมูลค่าหมื่นล้านบาทผ่านฉลุยอย่างง่ายดาย ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่ได้เห็นตัวเลขนั้น
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากลานจอดดาดฟ้าเหนือศีรษะ แรงลมมหาศาลพัดผ่านกระจกห้องประชุมจนเกิดเสียงสั่นระเบิดเบาๆ และร่างของบอดี้สูทในชุดสูทดำนับสิบคนก็เดินเรียงแถวเข้ามาพร้อมกับเอกสารชุดสุดท้ายที่จะเปลี่ยนมืออำนาจทั้งหมดอย่างเป็นทางการ
คินน์หันหลังให้ศรุตที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายราวกับคนเสียสติ เขากุมมือลินินไว้แน่นด้วยความอบอุ่น ก่อนที่รอยยิ้มแห่งผู้ชนะจะปรากฏขึ้นบนมุมปาก
"ไปกันเถอะลินิน..." คินน์เอ่ยเสียงนุ่ม "ได้เวลาไปดู... อาณาจักรใหม่ที่เราเพิ่งซื้อมาด้วยกันแล้วล่ะ"
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุนเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 7
เปิดเผยตัวตนในฐานะนักลงทุนลึกลับ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!