"สิบห็อฟ้านล้าน... ครั้งที่หนึ่ง!"
เสียงค้อนไม้ของประธานการประมูลกระทบลงบนแท่นเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงจัดเลี้ยงหรูหราอลังการ ประดับด้วยโคมระย้าคริสตัลนับพันดวง แสงไฟสีนวลสาดส่องกระทบเครื่องเพชรราคาแพงระยับบนเรือนร่างของบรรดาไฮโซและเซเลบริตี้ระดับประเทศ แต่บรรยากาศ ณ วินาทีนี้กลับเงียบกริบราukเป่าสาก ทุกสายตาต่างพากันจับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงโปรดในชุดสูททักซิโด้สั่งตัดพิเศษเข้ารูป ซึ่งยืนไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมการแสดงตลกชุดใหญ่อยู่ริมถนน
ศรุต ขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยาะเย้ยในยามที่มองคินน์ บัดนี้กลับฉายแววเดือดดาลและตื่นตระหนกจนปิดไม่มิด นิ้วเรียวยาวที่ถือแก้วไวน์ราคาแพงสั่นระริกเล็กน้อย เขานึกไม่ถึงเลยว่าไอ้สวะที่เขาเคยเหยียบย่ำ ไล่ออกจากบริษัท และหัวเยาะในวันที่ตกอับที่สุด จะกล้ามีปัญญามากวาดเงินประมูลสิบล้านแปดแสนบาทในค่ำคืนนี้หน้าตาเฉย แถมยังเป็นการตัดหน้าเขา ชนิดที่เรียกว่าหักหน้ากลางสาธารณชนแบบไม่ไว้หน้าตระกูลผู้ดีเก่าของเขาเลยแม้แต่น้อย
"สิบห้าล้าน... ครั้งที่สอง!" เสียงผู้ดำเนินรายการดังขึ้นอีกครั้ง เรียกสติของศรุตให้กลับคืนมา เขาสูดหายใจเข้าลึก ใช้อำนาจเงินในมือส่งสัญญาณมือไปยังผู้จัดงาน พร้อมกับส่งสายตาดดูถูกเหยียดหยามพุ่งตรงไปที่คินน์ เพื่อหวังจะกดดันให้คู่แข่งถอยร่นไปเองตามสัญชาตญาณของคนจนที่เพิ่งเคยจับเงินล้าน
"ยี่สิบล้านค่ะ!" ศรุตยกป้ายประมูลขึ้นสูง พร้อมประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงดังฟังชัดพอที่จะให้แขกเหรื่อทั้งห้องได้ยิน ท่าทีของเขาเปลี่ยนกลับมามั่นอกมั่นใจอีกครั้ง รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากคล้ายจะเยาะเยศความอาจหาญที่เกินตัวของคินน์ "ของชิ้นนั้น... 'สร้อยไข่มุกน้ำงามแห่งแอนตาร์กติก' เหมาะกับคนที่มีชาติตระกูลสูงส่งเท่านั้น ไม่ใช่เศษสวะที่เพิ่งลืมตาอ้าปากได้ จะเอาไปให้ผู้หญิงต้อยต่ำใส่เล่นแก้เซ็งหรอกนะ"
คำพูดถากถางนั้นจงใจสื่อถึง ลินิน ที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างคินน์ในชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มขับผิวผ่อง เลขาฯ สาวผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อคำดูถูกใดๆ เธอยังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นและรอยยิ้มบางเบาไว้บนใบหน้า แม้ในใจจะรู้ดีว่าเบื้องหลังความนิ่งสงบนี้ คือขุมพลังมหาศาลที่พร้อมจะแผดเผาทุกคนให้เป็นจุล
ลินินเหลือบมองคินน์เล็กน้อย เธอเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คมคายและไร้ซึ่งความตื่นตระหนกใดๆ มือหนาของเขาเอื้อมมาแตะข้อศอกเธอเบาๆ เป็นเชิงปลอบประโยคที่ไร้คำพูด แต่มันอบอุ่นและทรงพลังเสียยิ่งกว่าคำสัญญาใดๆ ในโลก
คินน์ไม่ได้หันไปมองศรุตด้วยซ้ำ เขาเพียงแต่ปรายตามองสร้อยไข่มุกที่เปล่งประกายอยู่บนแท่นกระจกใส ก่อนจะยกมือขึ้นช้าๆ
"ยี่สิบห้าล้านครับ... อ้อ ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันติดนิสัยเรียกตัวเลขกลมๆ" คินน์จงใจเปลี่ยนสรรพนามเล่นลิ้นเล็กน้อยเพื่อกวนประสาท ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำเอาศรุตถึงกับหน้าถอดสี "สำหรับผมแล้ว ของชิ้นนี้ยังราคาถูกเกินไปที่จะเอามาประดับคอเลขาฯ คนสำคัญของผมด้วยซ้ำ"
ฮือฮา! เสียงซุบซิบดังระเบิดขึ้นทั่วห้องโถง บรรดาคุณหญิงคุณนายต่างอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทุ่มเงินยี่สิบห้าล้านบาทเพื่อซื้อสร้อยไข่มุกให้เลขาฯ ใส่เนี่ยนะ? นี่มันไม่ใช่แค่ความรวย แต่มมันคือการประกาศศักดาและความคลั่งรักในระดับที่คนธรรมดาไม่มีทางเข้าใจ!
ศรุตหน้าดำคร่ำเครียด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เขารู้ดีว่าวงเงินในบัญชีส่วนตัวของเขาเริ่มถึงขีดจำกัดแล้ว หากประมูลสูงกว่านี้เขาจะต้องกระทบกระเป๋าเงินของบริษัทอย่างแน่นอน แต่ศักดิ์ศรีและหน้าตาของทายาทตระกูลดังค้ำคออยู่ เขาจะยอมแพ้ไอ้เศษสวะนี่ต่อหน้าคนนับร้อยไม่ได้เด็ดขาด!
"สามสิบล้าน!" ศรุตตะโกนลั่น เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวและตึงเครียด "ฉันให้สามสิบล้าน! แน่จริงก็สู้มาสิไอ้คินน์ แกมีปัญญาแค่ไหนกันเชียว!"
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกคนต่างกลั้นหายใจรอว่าคินน์จะเอาเงินจากไหนมาสู้กับตัวพ่อแห่งวงการธุรกิจ ทว่าคินน์กลับถอนหายใจเบาๆ ออกมาอย่างระอา ราวกับกำลังรำคาญเด็กน้อยที่กำลังแย่งของเล่นกัน
คินน์หยิบกระเป๋าเงินหนังแท้สีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านใน บัตรเครดิตสีดำขลิบทองเงางามสะท้อนกับแสงไฟ - บัตร "Black Centurion" ไร้ขีดจำกัดวงเงินที่แม้แต่เศรษฐีหมื่นล้านบางคนยังไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ถูกดึงออกมาอย่างไม่รีบร้อน
เขายื่นบัตรใบนั้นให้กับพนักงานต้อนรับที่เดินเข้ามาด้วยอาการมือไม้อ่อนแรง ลินินขยับตัวเข้ามาใกล้เล็กน้อยพร้อมกับส่งปากกาพรีเมียมให้เจ้านายหนุ่มเซ็นชื่อยืนยันยอดเงิน
"สามสิบล้านเหรอครับ?" คินน์หัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบมองตรงไปยังศรุตที่ยืนหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย "งั้นผมขอเหมาทั้งงานนี้เลยก็แล้วกัน... ห้าร้อยล้าน พอจะทำให้คุณหุบปากแล้วคุกเข่าลงตรงนั้นได้หรือยังล่ะครับ คุณศรุต?"
ติ๊ง! เสียงเครื่องรูดบัตรอนุมัติยอดเงินดังขึ้นก้องกังวานไปทั่วความเงียบ พร้อมกับหน้าจอแสดงผลยอดเงินมหาศาลที่ผ่านฉลุยอย่างง่ายดาย
ก่อนที่ศรุตจะได้ทันอ้าปากพูดอะไร เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินแหวกน่านฟ้าลงมาจอดสนิทบนลานดาดฟ้าของโรงแรมหรูเบื้องล่าง แรงลมจากการพัดของใบพัดตีหน้าต่างกระจกบานใหญ่จนสั่นสะเทือน พร้อมกับร่างของชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวลงมาจากเครื่อง มุ่งตรงมายังหน้าประตูห้องจัดเลี้ยงตามคำสั่งซื้อกิจการทั้งหมดของโรงแรมแห่งนี้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความสะใจนี้ด้วยกันนะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 9
งานเลี้ยงการกุศลที่ลุกเป็นไฟ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!