เสียงคำรามกึกก้องของใบพัดเฮลิคอปเตอร์รุ่นซูเปอร์พูมานับสลำยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนสะท้านไปถึงโครงสร้างเหล็กกล้าของโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาว แรงลมมหาศาลตีปะทะกระจกบานยักษ์จนเกิดเสียงครางหึ่งๆ ราวกับมันพร้อมจะแตกร้าวละเอียดได้ทุกเมื่อ ทว่าท่ามกลางความโกลาหลและเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจของเหล่าแขกเหรื่อผู้ดีตีนแดงในงานเลี้ยง กลับมีเพียงพื้นที่รอบกายของคินน์และลินินเท่านั้นที่นิ่งสงบราวกับตาพายุ
ร่างในชุดสูทตัดเย็บพิเศษของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตเดินเรียงแถวเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ ท่วงท่าของพวกเขาไม่ใช่บอดี้เกارد์ทั่วไป แต่เป็นมืออาชีพจากบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลกที่กว้านซื้อตัวมาด้วยเม็ดเงินมหาศาล ผู้นำทีมก้าวเข้าไปคุกเข่าลงเบื้องหน้าคินน์ด้วยความนอบน้อมสูงสุด ก่อนจะยื่นแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้ทองคำวาววับส่งให้ด้วยสองมือ
"การซื้อกิจการโรงแรมแห่งนี้ รวมถึงเครือข่ายทั้งหมดในเอเชียแปซิฟิกเสร็จสมบูรณ์ตามบัญชาของท่านประธานแล้วครับ... ทุกอย่างถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นของท่านอย่างไร้รอยต่อเรียบร้อยแล้วค่ะ" เสียงรายงานดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่ถูกกดทับด้วยความตกตะลึง
ศรุตหน้าซีดเผือด สีหน้าที่เคยหยิ่งยโสและเต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่บิดเบี้ยวจนแทบเสียทรง นัยน์ตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เขาพยายามอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับตีบตันราวกับมีก้อนสะอื้นจุกอยู่ตรงนั้น เมื่อหันไปมองรอบกาย บรรดาแขกเหรื่อที่เคยรุมล้อมเลียแข้งเลียขาเขากลับถอยร่นออกไปจนกลายเป็นวงกลมกว้าง ทุกคนต่างมองมาที่ศรุตด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป—สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและการดูแคลน
"นะ... นี่มันบ้าอะไรกัน!" ศรุตเค้นเสียงลอดไรฟันด้วยความสั่นเทา พยายามรักษาฟอร์มของทายาทมหาเศรษฐีผู้สูงศักดิ์เอาไว้ "แกเป็นแค่ไอ้สวะที่เคยคุกเข่ารองานจากบริษัทฉัน! แกเอาเงินจากไหนมาซื้อโรงแรมมูลค่าหมื่นล้านในพริบตาเดียว! เงินสกปรกนี่แกไปปล้นใครมา หん?!"
คินน์ยังคงยืนสงบนิ่ง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนแฟ้มหนังราคาแพง สายตาที่ทอดมองศรุตไม่ได้มีความโกรธเกลียด เจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย มีเพียงความว่างเปล่าเย็นเยียบราวกับกำลังมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ดิ้นรนอยู่บนพื้นทราย
"เงินสกปรกเหรอครับ... เอ่อ ดิฉันหมายถึง คุณศรุตกำลังดูถูกระบบการเงินที่สะอาดที่สุดในโลกอยู่หรือเปล่าคะ?" ลินินที่เป็นฝ่ายก้าวออกมารับหน้าแทน เธอคลี่ยิ้มหวานหยด ทว่าแววตากลับคมกริบราวกับใบมีดที่เคลือบด้วยน้ำตาล รอยยิ้มของเลขานุการสาวผู้เคยถูกเหยียดหยามในวันนี้ กลับทรงพลังเสียจนทำให้ศรุตต้องก้าวถอยหลังไปสามก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ลินิน! เธอ..." ศรุตชี้หน้าเธอด้วยมือที่สั่นระริก "เธอเป็นแค่เลขาฯ เงินเดือนกระจอกๆ กล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้กับฉัน!"
"เงินเดือนกระจอกๆ ที่คุณว่า..." ลินินก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะนางนาสีก่อนที่เธอจะกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงแค่สองคน "อาจจะมากกว่ารายได้ทั้งปีของบริษัทคุณรวมกันเสียอีกนะคะ คุณชายศรุต"
ในมุมหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง ความตึงเครียดพุ่งสูงจนแทบจะคว้ามาจับต้องได้ บรรดาบอร์ดบริหารของโรงแรมที่ถูกซื้อกิจการก้มศีรษะทำความเคารพคินน์อย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงตบเท้าของพวกเขาดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าอำนาจในห้องนี้ได้เปลี่ยนมืออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว คินน์ไม่ใช่ลูกน้องที่ใครจะเหยียบย่ำได้อีกต่อไป แต่เขาคือ "เจ้าของ" ตัวจริง—ผู้กุมชะตากรรมของทุกคนในที่นี้ไว้ในกำมือ
ศรุตกัดฟันกรอดด้วยความแค้นที่สุมอกจนแทบกระอักเลือด ศักดิ์ศรีที่สั่งสมมาทั้งชีวิตถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดี เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ต่อไป ตระกูลของเขาต้องล่มสลายแน่ ทางเดียวที่จะกู้หน้าคืนมาได้คือการพิสูจน์ว่าเงินก้อนนี้เป็นของปลอม หรือไม่ก็เป็นเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย
"แกอย่าเพิ่งได้ใจไป!" ศรุตแผดเสียงลั่นห้องด้วยความจนตรอก นัยน์ตาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง "สมัยนี้ตรวจสอบเส้นทางการเงินได้ง่ายนิดเดียว! อีกสิบนาที ตำรวจเศรษฐกิจและ ปปง. จะต้องมาถึงที่นี่เพื่อตรวจสอบที่มาของเงินหมื่นล้านนี้! แกไม่มีทางฟอกเงินจำนวนนี้ให้สะอาดได้หรอก ไอ้นักต้มตุ๋น!"
สิ้นเสียงของศรุต บรรดาแขกในงานต่างพากันฮือฮากลัวความซวยที่จะพาลลอยมาติดตัว หลายคนเริ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมถอนหุ้นหรือติดต่อทนายความส่วนตัว ความหวาดระแวงแพร่กระจายไปทั่วราวกับเชื้อโรค
ทว่าคินน์กลับยกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุกเกรียวโดยไม่ต้องพยายาม เขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มือหนาล้วงหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้สีดำสนิทออกมาอย่างใจเย็น ก่อนจะดึงบัตรพลาสติกสีดำขลับที่ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากชิปทองคำฝังอยู่ ออกมาคีบไว้ระหว่างนิ้ว
บัตรเครดิตดำไร้วงเงิน... บัตรที่ออกให้โดยสถาบันการเงินลับระดับโลกที่แม้แต่นายกรัฐมนตรีก็ไม่มีสิทธิ์ถือครอง
"อยากรู้ที่มาของเงินนักใช่ไหมศรุต?" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มันกลับก้องกังวานและทรงอำนาจจนทุกคนต้องเงียบกริบเพื่อรอฟัง "งั้นก็เชิญตรวจสอบให้เต็มที่เลย... แต่ก่อนจะถึงมือตำรวจ ฉันเกรงว่านายจะต้องเคลียร์กับระบบของฉันเสียก่อน"
คินน์ส่งสัญญาณมือเพียงครั้งเดียว ลินินก็หยิบเครื่องรูดบัตรอัจฉริยะที่เชื่อมต่อกับระบบดาวเทียมส่วนตัวขึ้นมาวางเทียบบนโต๊ะกระจกหรูเบื้องหน้าศรุต
"เชิญค่ะ... รูดดูสิคะ ว่าวงเงินในบัตรใบนี้ มันจะทำให้ธนาคารของตระกูลคุณล้มละลายได้ภายในกี่วินาที" ลินินผายมือเชิญด้วยกิริยาอันงดงามราวกับนางพญา
ศรุตหน้าถอดสีเมื่อมองไปที่เครื่องรูดบัตร เหงื่อกาฬไหลซกเต็มใบหน้า มือที่ยื่นออกไปสั่นเทายิ่งกว่าใบไม้ไหว ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่จ้องมองมาเป็นตาเดียว ศรุตตัดสินใจคว้าบัตรสีดำใบนั้นมากำไว้แน่นด้วยความโกรธแค้นระคนหวาดกลัว เขากระแทกบัตรลงไปบนเครื่องรูดด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมกับเสียงกดรหัสผ่านหหลักที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันระดับปวศาริฆ
*ติ๊ด... กรี้ดดดดดดดดด!*
หน้าจอเครื่องรูดบัตรปรากฏแสงไฟสีแดงวาบขึ้นพร้อมเสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้อง แต่อึดใจต่อมา แสงไฟสีแดงนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีทองสว่างไสว พร้อมกับข้อความขนาดยักษ์ที่เด้งขึ้นโชว์หราต่อหน้าทุกคนในห้อง—
[ Transaction Approved: Unlimited Balance. System Access Granted. ]
[ Welcome, Supreme Master. All global assets have been successfully transferred to your account. ]
ศรุตเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดด้วยความสิ้นหวังสุดขีด ขณะที่ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายศาลในมือ...
ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ หวังว่าจะจุใจกับความแซ่บในตอนนี้ค่ะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 10
ความลับใต้บัตรเครดิตดำ
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!