เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 11

แผนการร้ายของศรุต

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ตรวจค้นให้ละเอียด! ทุกซอกทุกมุมของตึกนี้ อย่าให้คนผิดเล็ดลอดไปได้แม้แต่คนเดียว!" เสียงตะโกนก้องด้วยความเฉียบขาดของเจ้าหน้าที่พิทักษ์กฎหมายในเครื่องแบบเต็มยศ ดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงหรูหราของงานเลี้ยงที่เพิ่งแปรเปลี่ยนสภาพจากงานสังคมชั้นสูงให้กลายเป็นสนามประลองอำนาจอันน่าสะพรึงกลัว ศรุตที่เมื่อครู่ยังยืนหยัดด้วยความผยอง บัดนี้เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในทันที ดวงตาเบิกโพรงจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดด้วยความสิ้นหวังสุดขีด ขณะที่ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลที่ไม่คาดฝันในชุดเครื่องแบบเต็มยศที่ก้าวเข้ามาพร้อมหมายศาลในมือ เค้กวานิลลากลับมาเสิร์ฟความเข้มข้นให้ทุกท่านในตอนที่ 11 นี้แล้วนะคะ และบอกได้เลยว่าความสะใจกำลังจะเดินทางมาเคาะประตูบ้านของพวกปากดีทีละคนค่ะ! ร่างสูงโปรดปรานของคินน์ก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ ทว่าทุกย่างก้าวกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลจนแทบทำให้ผู้คนในห้องหายใจไม่ทั่วท้อง ชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปเนื้อดีขับเน้นบุคลิกที่เปี่ยมด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ เด็ดขาด และเย็นชาจนน่าขนลุก ในมือของเขาไม่ได้ถือเพียงเอกสารสำคัญ แต่เป็น "อำนาจ" ที่แท้จริง—อำนาจที่สามารถบดขยี้คนที่เคยเหยียบย่ำเขาให้แหลقคามือได้ภายในพริบตา ลินินที่ยืนเคียงข้างเขามาตลอด แม้ในวันที่เขาเป็นเพียงพนักงานต๊อกต่ายที่ถูกหัวเราะเยาะ บัดนี้เธอมองภาพศรุตที่กำลังทรุดตัวลงซบพื้นด้วยสายตาที่สงบนิ่ง ไร้ซึ่งความสมเพชเวทนา แต่เปี่ยมด้วยความเยือกเย็นของหญิงสาวผู้ผ่านพ้นพายุร้ายมาด้วยกัน ชุดเดรสเรียบหรูที่คินน์เปย์ให้เธอใส่ในค่ำคืนนี้สะท้อนประกายระยิบระยับล้อกับแสงไฟ ย้ำเตือนให้ทุกคนในที่นี้ได้ประจักษ์ว่า... ผู้หญิงที่เคยถูกศรุตดูถูกเหยียดหยามว่าเป็นแค่ "เศษสวะข้างถนน" บัดนี้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่พวกเขาไม่มีวันเอื้อมถึง "คุณ... คุณทำแบบนี้กับผมไม่ได้!" ศรุตแผדเสียงคำรามออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวจนน่าเกลียด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน นัยน์ตาแดงก่ำจ้องมองคินน์ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "แกมันก็แค่ไอ้เด็กไร้ค่า! แกเอาเงินมาจากไหน! แกโกงบริษัท! แก..." "โกงงั้นหรือครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ฉันติดปากพูดตามสันดานเดิมของพวกคุณสินะคะ" คินน์แย้มรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตาคมกริบมองต่ำลงไปยังร่างที่ไร้ทางสู้ "เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้ซื้อตึกนี้ และอายัดบัญชีของตระกูลคุณจนเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงสามนาที... มันคือเงินที่ได้มาอย่างสุจริต ผ่านระบบที่พวกคุณไม่มีวันเข้าใจต่างหากล่ะ ศรุต" ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงทันที ไม่มีใครกล้าหายใจแรง เสียงกระซิบกระซาบของเหล่าไฮโซที่เคยร่วมวงนินทากลุ่มคินน์ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัว พวกเขาเพิ่งรู้ตัวว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟบรรพกัลป์—ไฟที่พร้อมจะเผาผลาญพวกเขาทุกคนให้เป็นจุลหากคินน์ต้องการ ศรุตกัดฟันกรอดจนได้ยินเสียงกรามกระทบกันดังกรัด เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของเขาจะพังทลายลงในชั่วข้ามคืน ชื่อเสียง ความมั่งคั่ง และเกียรติยศที่ตระกูลสั่งสมมานานจะมลายหายไปสิ้น สมองที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นเริ่มคิดหาหนทางสกปรกเพื่อดิ้นรนเอาตัวรอด ท่ามกลางความตื่นตระหนก เขากวาดสายตาไปเห็นลินินที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังคินน์ *นั่นคือจุดอ่อนเดียว... หรือทางรอดเดียวที่เหลืออยู่* ศรุตคิดในใจอย่างบิดเบี้ยว เขารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ ดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นราวกับสุนัขจนตรอก ร่างสูงใหญ่พุ่งทะยานเข้าใส่ลินินอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวบางของเธอ พร้อมกับชักมีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในสูทออกมาจ่อที่ลำคอระหงทันที! "ถอยไป! ทุกคนถอยไปซะ! ไม่อย่างนั้นอีผู้หญิงนี่ตายแน่!" ศรุตแผדเสียงกรีดร้องด้วยความสติแตก ปลายมีดคมกริบกดลงบนผิวเนื้อขาวเนียนจนเริ่มมีรอยเลือดซึมออกมาเล็กน้อย ลินินสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตกใจ แต่เธอกลับไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองหน้าคินน์เพื่อส่งสัญญาณบางอย่าง—สัญญาณที่บอกว่าเธอไม่กลัวคนสารเลวอย่างศรุตเลยสักนิด เหตุการณ์พลิกผันอย่างรวดเร็วจนบอดี้การ์ดและเจ้าหน้าที่ตำรวจชะงักฝีเท้าลงทันที ไม่มีใครกล้าขยับตัวสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะชีวิตของเลขาฯ คนสนิทแขวนอยู่บนเส้นด้าย ศรุตหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเปื้อนเหงื่อกาฬด้วยความหวาดกลัวผสมความอำมหิต "ฮ่าๆๆๆ! เก่งนักไม่ใช่เหรอคินน์! มีเงินแล้วไงวะ! สุดท้ายผู้หญิงของแกก็ต้องมาเป็นตัวประกันให้กูอยู่ดี! อยากได้เธอกืนนักใช่ไหม งั้นก็คุกเข่าลงซะ! คุกเข่าแล้วกราบตีนกูเดี๋ยวนี้!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด ความกดดันพุ่งทะยานถึงขีดสุด หัวใจของคนอ่านกำลังถูกบีบให้เต้นระรัวด้วยความลุ้นระทึกว่าคินน์จะตัดสินใจอย่างไรท่ามกลางทางเลือกที่บีบคั้นเช่นนี้ คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ร่างสูงสง่ายังคงยืนนิ่งสนิท ทว่าดวงตาคมกริบที่ทอดมองศรุตกลับแปรเปลี่ยนเป็นความมืดมิดดุจห้วงเหวลึก ความเยือกเย็นแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทุกคนรอบข้างรู้สึกหนาวเหน็บถึงขั้วกระดูก เขายกมือขึ้นเล็กๆ ส่งสัญญาณห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่บุ่มบ่ามเข้าไป "ศรุต... นายคิดว่าการเอามีดจ่อคอผู้หญิงคนนั้น จะทำให้นายรอดไปได้จริงๆ งั้นหรือ" น้ำเสียงนุ่มทุบทว่าทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง มันไม่ใช่เสียงของการร้องขอชีวิต แต่เป็นเสียงของมัจจุราชที่กำลังพิพากษาโทษ "หุบปาก! กูบอกให้มึงคุกเข่า! นับหนึ่งถึงสาม ถ้ามึงไม่คุก กูเชือดคอแม่นี่ทิ้งแน่!" ศรุตกรีดร้องสติหลุด มือที่ถือมีดสั่นเทาด้วยความกลัวและโกรธ คินน์ก้าวเท้าเดินเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวอย่างเชื่องช้า รอยยิ้มที่ปรากฏบนริมฝีปากของเขาไม่ใช่รอยยิ้มของคนจนตรอก แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ที่กุมไพ่เหนือกว่าในทุกกรณี "หนึ่ง..." ศรุตเริ่มนับด้วยความกระวนกระวาย คินน์ยกมือขึ้นแตะที่หูเบาๆ เพื่อกดปุ่มสื่อสารขนาดจิ๋ว พร้อมกับที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยง ซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินหลายสิบชั้น... จู่ๆ ก็ปรากฏแสงไฟกระพริบสีแดงวาบขึ้น พร้อมกับเสียงใบลานของเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวลำยักษ์ที่บินมาจอดลอยลำเทียบเคียงหน้าต่างอย่างอุกอาจ! และก่อนที่ศรุตจะทันได้ตั้งตัว ประตูเฮลิคอปเตอร์ก็ถูกถีบเปิดออก พร้อมกับเงาร่างของหน่วยจู่โจมพิเศษติดอาวุธครบมือที่พังกระจกเข้ามาในห้องอย่างพร้อมเพรียง! "สอง... และสาม... เกมจบแล้วล่ะครับ ศรุต" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ขณะที่ดวงตาของศรุตเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า... ตัวประกันที่เขาคิดว่าเป็นไพ่ตาย แท้จริงแล้วเป็นเพียงเหยื่อล่อที่ถูกต้อนให้เข้ามาติดกับดักที่สมบูรณ์แบบที่สุดต่างหาก! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับเรื่องราวความสะใจในตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%