"คิดว่าจะบินหนีความจริงมาหลบอยู่บนเกาะส่วนตัวแล้วทุกอย่างจะจบอย่างนั้นหรือครับ... คุณคินน์?"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องโถงต้อนรับบนเกาะหรู ร่างของศรุตในชุดสูทสีดำสนิทปรากฏตัวขึ้นอย่างทระนง สองมือล้วงกระเป๋า กางเกงด้วยท่าทีเหนือกว่า ราวกับว่าเขาไม่ได้เป็นฝ่ายที่เพิ่งถูกเขี่ยร่วงลงมาจากบัลลังก์อำนาจเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนเลยแม้แต่น้อย
ลินินที่ยืนเคียงข้างคินน์โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณความเป็นเลขาฯ มืออาชีพทำให้เธอก้าวเข้ามาบังหน้าชายหนุ่มครึ่งก้าว สายตาคมกริบจ้องมองผู้มาเยือนด้วยความระแวดระวัง ทว่ามือเรียวกลับถูกมืออุ่นของคินน์คว้าเอาไว้และดึงกลับไปยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ตามเดิมอย่างนุ่มนวล
คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าหล่อเหลาคมคายยังคงเรียบเฉยราวน้ำนิ่งในมหาสมุทรลึก เขายกแก้วค็อกเทลในมือขึ้นจิบช้าๆ ก่อนจะปรายตามองศรุตด้วยหางตา คล้ายกำลังมองมดปลวกที่บังอาจไต่ขึ้นมาบนโต๊ะอาหารหรูหรา
"ประตูเกาะของฉันไม่ได้ต้อนรับสุนัขจรจัดนะศรุต..." เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่กลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "นายกล้าดียังไงถึงเอาเท้าสกปรกๆ เหยียบเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของฉัน?"
ศรุตแค่นหัวเราะออกมาเสียงดัง ดวงตาคู่คมฉายแววเคียดแค้นชิงชังจนแทบซ่อนไม่อยู่ "พื้นที่ส่วนตัว? อีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ เกาะทั้งเกาะ รวมถึงบริษัท รีสอร์ท และทุกสิ่งที่นายกว้านซื้อมาด้วยเงินสกปรกๆ ของนาย จะตกเป็นของฉันทั้งหมด! นายคิดจริงๆ หรือวะว่าคนอย่างคินน์... จะพลิกชีวิตจากพนักงานกระจอกๆ ขึ้นมาเป็นเศรษฐีพันล้านได้ด้วยความสามารถตัวเองจริงๆ?"
บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงทันที ลูกน้องชุดดำนับสิบคนที่ศรุตพกมาด้วยต่างขยับตัวเตรียมพร้อม ทว่าลินินกลับยกมุมปากขึ้นนิดๆ เป็นรอยยิ้มเยียบเย็นที่ทำเอาศรุตถึงกับชะงักไปชั่วขณะ
"คุณศรุตคะ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก "ก่อนที่คุณจะมาประกาศกร้าวอะไรตรงนี้ คุณได้เช็คสถานะทางการเงินของตระกูลตัวเองครั้งล่าสุดเมื่อไหร่หรือยังคะ?"
ศรุตหันขวับมามองเลขาฯ สาว แววตาเต็มไปด้วยความดูถูก "นังเลขาฯ ชั้นต่ำ คิดว่าเกาะกระโปรงผู้ชายแล้วจะกร่างได้งั้นเหรอ? บัญชีของตระกูลฉันถูกอายัดไว้ชั่วคราวก็จริง แต่วันนี้... ฉันมีนักลงทุนระดับชาติที่พร้อมจะทุ่มเงินหมื่นล้านเพื่อซื้อเกาะนี้และเหยียบหัวพวกแกให้จมดิน!"
สิ้นคำพูดของศรุต เสียงเฮลิคอปเตอร์รุ่นใหม่ล่าสุดก็คำรามกึกก้องอยู่เหนือหลังคาอาคาร แรงลมจากการพัดของใบพัดตีระรัวจนผ้าม่านสีขาวปลิวสะบัด ศรุตยิ้มกริ่มอย่างผู้กำชัยชนะ เขาหันไปมองท้องฟ้าด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
"นั่นไง... ผู้สนับสนุนคนใหม่ของฉันมาถึงแล้ว" ศรุตหัวเราะร่าอย่างสะใจ "เตรียมตัวเก็บกระเป๋าไสหัวออกไปจากที่นี่ได้เลย คินน์! วันนี้ฉันจะทำให้นายรู้ซึ้งว่า อำนาจที่แท้จริงมันหน้าตาเป็นยังไง!"
คินน์วางแก้วลงบนโต๊ะกระจกเสียงดัง ‘กริ๊ก’ ใบหน้าคมคายยังคงไร้รอยคลื่นความกังวล เขายกมือขึ้นปัดไหล่เสื้อตัวเองเบาๆ ราวกับรังเกียจฝุ่นละอองที่ติดมากับคำพูดของอีกฝ่าย
"นายมั่นใจเกินไปหน่อยนะศรุต..." คินน์เอ่ยเสียงพร่า ทว่าดวงตากลับคมกริบดั่งใบมีด "นักลงทุนระดับชาติที่นายว่า... เขาบอกเหรอว่าจะมาซื้อเกาะนี้ให้พ้นจากมือฉัน?"
"แน่นอน! ท่านผู้นั้นคือผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่ง..."
"ถ้าหมายถึง 'กลุ่มทุนอุตสาหกรรมเอ็มไพร์' ล่ะก็..." คินน์พูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ พร้อมกับหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ฉันเกรงว่า... นายอาจจะตกข่าวชิ้นใหญ่ไปสักหน่อยนะ"
ศรุตขมวดคิ้วแน่น ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอก "แกหมายความว่ายังไง?"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูบานใหญ่ของห้องโถงก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบ ผู้ซึ่งเป็นประธานกรรมการบริหารของกลุ่มทุนเอ็มไพร์—คนที่ศรุตอ้างถึงว่าเป็นผู้สนับสนุนรายใหญ่—ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าซีดเผือด เนื้อตัวเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ทั้งที่เครื่องปรับอากาศในห้องนี้เย็นเฉียบ
ศรุตเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบก้าวเข้าไปหาชายคนนั้นทันที "ท่านประธานครับ! มาพอดีเลย ช่วยจัดการไอ้สวะนี่ที..."
เพียะ!
เสียงตบหน้าดังสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนในห้องต้องสะดุ้ง ศรุตหน้าหันไปตามแรงตบ มือข้างที่เพิ่งตบสั่นเทาด้วยความโกรธจัด ประธานกลุ่มทุนเอ็มไพร์หอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาจ้องมองศรุตราวกับอยากจะฉีกเนื้อกิน
"แก... แกมันไอ้คนโง่เง่า!" ประธานเฒ่าตวาดลั่น "แกกล้าดียังไงถึงมาหาเรื่องกับคุณคินน์! รู้ไหมว่าตอนนี้หุ้นทั้งหมดของตระกูลแกถูกกลุ่มทุนเอ็มไพร์กว้านซื้อจนหมดเกลี้ยง และบริษัทของพ่อแก... ล้มละลายอย่างเป็นทางการตั้งแต่เมื่อห้านาทีก่อนแล้ว!"
โลกทั้งใบคล้ายจะพังทลายลงมาตรงหน้า ศรุตเข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือด เขาหันรีหันขวางมองหน้าลูกน้องที่ตอนนี้ต่างพากันถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว
ลินินก้าวเข้าไปยืนมองศรุตที่กำลังจะเสียสติจากเบื้องสูง เธอยิ้มอ่อนโยนตามแบบฉบับเลขาฯ มืออาชีพ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ปิดตายอนาคตของชายหนุ่มอย่างเลือดเย็น
"และที่สำคัญไปกว่านั้นค่ะคุณศรุต..." ลินินกดหน้าจอแท็บเล็ตในมือส่งภาพเอกสารโฉนดที่ดินและกรรมสิทธิ์ทั้งหมดให้ปรากฏบนจอโปรเจคเตอร์กลางห้อง "เกาะส่วนตัวแห่งนี้... รวมถึงผืนแผ่นดินทุกตารางนิ้วที่ตระกูลของคุณเคยภาคภูมิใจ ถูกท่านคินน์เหมาจ่ายซื้อขาดเป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อวานนี้ค่ะ"
ศรุตเงยหน้าขึ้นมองจอภาพด้วยแววตาเลื่อนลอย สติปัญญาและการป้องกันตัวทั้งหมดพังทลายลงในพริบตาเดียว ความจริงที่ว่าเขาเป็นเพียงตัวตลกในกำมือของคินน์กระแทกเข้าใส่หน้าอย่างจังจนกระอักเลือด
คินน์เดินเข้าไปใกล้ร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของศรุต เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน รอยยิ้มมุมปากของมหาเศรษฐีหนุ่มช่างเยือกเย็นและทรงพลังจนศรุตไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
"เกมนี้... นายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเดินหมากแล้วล่ะศรุต" คินน์กระซิบเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของทุกคน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของศรุตก็ดังขึ้นพร้อมกันนับสิบเครื่องจากลูกน้องด้านหลัง ข้อความด่วนจากธนาคารและสำนักงานอัยการส่งตรงเข้ามาพร้อมเพรียงกัน—บัญชีทั้งหมดถูกอายัด หมายจับศาลถูกอนุมัติ และคำสั่งยึดทรัพย์สินทุกชิ้นถูกส่งถึงมือในเวลาไล่เลี่ยกัน
ศรุตกรีดร้องออกมาด้วยความสติแตก พยายามจะพุ่งตัวเข้าใส่คินน์ด้วยความคลุ้มคลั่ง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะแตะโดนชายเสื้อ ร่างของเขาก็ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนล็อกตัวกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
คินน์เหยียดยิ้มบางเบา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วยื่นมือไปโอบเอวบางของลินินเข้ามาชิดกายอย่างเป็นเจ้าandเข้าเจ้าของ สายตาดุดันคมกริบกวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดอยู่ที่ร่างที่ดิ้นรนเหมือนปลาบนบก
"จัดการโยนมันลงทะเลไปซะ..." คินน์ออกคำสั่งเสียงเรียบ "แล้วส่งบิลค่าทำความสะอาดพื้นห้องให้ทนายฝั่งมันจ่ายด้วย"
ลินินซบใบหน้าลงกับอกอ้อมแขนอบอุ่นของชายหนุ่ม เธอสูดกลิ่นกายหอมสะอาดที่คุ้นเคยพร้อมกับรอยยิ้มพึงพอใจ ทว่าในวินาทีที่ทุกอย่างกำลังจะสงบลง เสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของคินน์กลับแผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
หน้าจอแสดงสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกประหลาดที่ไม่มีชื่อบันทึก แต่กลับปรากฏรหัสลับความปลอดภัยระดับสูงสุดขององค์กรลับระดับโลกที่ควรจะตายไปพร้อมกับอดีตอันมืดมนของเขา...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเค้กวานิลลามาโดยตลอดนะคะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 19
วันหยุดพักผ่อนบนเกาะส่วนตัว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!