เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 5

รถหรูคันใหม่กับความเงิบของศัตรู

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ถ้าจำไม่ผิด ตอนสมัยฝึกงาน นายเคยโดนไล่ให้ไปเก็บจานข้าวแกงถุงพลาสติกไม่ใช่เหรอคินน์? แล้วดูตอนนี้สิ... นั่งรถเมล์สายไหนมางานเลี้ยงรุ่นระดับเซเลบแบบนี้ล่ะเนี่ย?" เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นรอบโต๊ะอาหารหรูในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมือง ศรุตในชุดสูทแบรนด์เนมตัดเย็บพิเศษยกแก้วไวน์ขึ้นจิบท่าทางเหยียดหยาม สายตาที่เขากวาดมองคินน์ไม่ได้มีความเป็นเพื่อนร่วมรุ่นแม้แต่น้อย มีเพียงความสะใจของคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของการผูกขาดทางสังคม ลินินที่นั่งเคียงข้างคินน์ในชุดเดรสเรียบหรูแต่น่าเกรงขาม ขยับมือเรียวสวยวางทับลงบนหลังมือหนาของเขาเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านที่ส่งผ่านเนื้อผ้าคือความเชื่อมั่นที่ไม่มีวันสั่นคลอน เธอปรายตามองศรุตด้วยรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือด้วยความสมเพชเวทนาเสียด้วยซ้ำ "ศรุตคงจำสลับกับเงาตัวเองในกระจกมากกว่านะคะ" เสียงหวานใสแต่ทรงพลังของลินินดังขึ้น ทำเอาเสียงหัวเราะรอบโต๊ะชะงักกึก "เพราะเท่าที่จำได้ ตอนฝึกงาน คนที่วิ่งร้องไห้งอแงเพราะทำเอกสารงบดุลบริษัทพังจนพ่อต้องเอาเงินมาเคลียร์... ไม่ใช่คินน์แน่นอนค่ะ" ใบหน้าของศรุตกระตุกวูบ สีหน้าเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่งเป็นความโกรธเกรี้ยวทันที เขากระแทកแก้วไวน์ลงบนโต๊ะจนของเหลวสีแดงกระเซ็น "ปากดีขึ้นนี่ล่ะยายเลขาฯตกอับ! คิดว่าเกาะไอ้สวะนี่แล้วจะชีวิตดีขึ้นรึไง? บอกให้รู้ไว้เลยนะว่างานเลี้ยงรุ่นวันนี้ แขกทุกคนขับรถราคาไม่ต่ำกว่าแปดหลักทั้งนั้น... ส่วนแกสองคน ป่านนี้คงจอดมอเตอร์ไซค์รับจ้างไว้ข้างทางล่ะสิ!" บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบกริบ ทุกคนต่างรอดูความอับอายของคินน์ แต่คินน์กลับไม่แม้แต่จะชายตามองศรุต เขากำลังใช้ปลายนิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ อย่างใจเย็น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นเต็มไปด้วยความเยือกเย็นที่น่าขนลุก ก่อนที่เขาจะหยิบกุญแจรถยนต์สีดำด้านดีไซน์ล้ำอนาคตขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ บนฝ่ามือ "รถราคาแปดหลักเหรอครับศรุต?" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความโกรธ แต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้คนฟังหายใจไม่ทั่วท้อง "พอดีว่าผมเพิ่งซื้อเศษเหล็กคันใหม่มาจอดไว้ข้างล่าง... เกรงว่ามันอาจจะไปขวางทางรถกระป๋องราคาถูกของพวกคุณเข้า" "ฮ่าๆๆๆ! เศษเหล็กงั้นเหรอวะ? พูดออกมาได้ไม่อายปาก!" ศรุตระเบิดเสียงหัวเราะลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็แล่นพล่านในอก "ถ้าเป็นรถเกรดต่ำของแก คงเป็นได้แค่เศษเหล็กจริงๆ นั่นแหละ กล้าลงไปโชว์ตัวไหมล่ะ? หรือกลัวว่าคนอื่นเขาจะหัวเราะจนฟันร่วงหมดปาก!" คินน์ไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแค่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดสูทตัวนอกให้เข้าที่อย่างเนียบกริบ ก่อนจะยื่นมือหนาให้ลินินจับเพื่อพยุงเธอลุกขึ้นยืนเคียงข้าง "ไปกันเถอะลินินครับ... เราควรลงไปดูหน่อยว่า เศษเหล็กคันนี้ ทำให้พวกกบในกะลาแถวนี้ตาบอดสนิทได้มากแค่ไหน" กลุ่มเพื่อนร่วมรุ่นที่อยากรู้อยากเห็นต่างพากันกรูลงมาที่ลานจอดรถ VIP ของโรงแรมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนต่างเตรียมพร้อมที่จะหัวเราะเยาะสภาพรถเก่าๆ หรือรถเช่าราคาถูกที่คินน์อวดอ้าง แต่ทว่า... เมื่อพวกเขาเดินมาถึงโซนจอดรถพิเศษที่ถูกกันไว้สำหรับแขกวีไอพีระดับซูเปอร์วีไอพี สายตาทุกคู่ก็ต้องเบิกกว้างค้างเติ่ง ราวกับถูกสาบให้เป็นหิน ตรงใจกลางช่องจอดรถพิเศษที่สุด มีไฮเปอร์คาร์รุ่น Limited Edition สีดำด้านเงางามสะท้อนแสงไฟนีออนอย่างดุดัน ดีไซน์ล้ำยุคที่ทั่วโลกมีเพียงไม่กี่คัน และในประเทศไทยมีแค่คันเดียวเท่านั้น! มูลค่าของมันไม่ใช่แค่แปดหลัก แต่มันทะยานไปแตะเกือบเจ็ดสิบล้านบาท! ศรุตอ้าปากค้างจนแทบจะกลืนแมลงวันเข้าไปได้ ดวงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ร่างกายสั่นเทาด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง "มะ... เป็นไปไม่ได้! รถคันนี้มันของ... ของมหาเศรษฐีนิรนามที่เพิ่งประมูลได้ไม่ใช่เหรอวะ! มันจะมาอยู่ตรงนี้ได้ยังไง!" ศรุตแผดเสียงตะโกนออกมาอย่างเสียจริต คินน์เดินเข้าไปใกล้รถคันหรูนั้นอย่างใจเย็น เขากดรีโมตในมือเบาๆ ไฟหน้า LED ดีไซน์เฉียบคมก็กระพริบต้อนรับ เสียงเครื่องยนต์ V12 คำรามเบาๆ อย่างทรงพลัง ดังก้องไปทั่วลานจอดรถที่เงียบสงัด ลินินยืนมองปฏิกิริยาของศรุตและกลุ่มเพื่อนเก่าด้วยรอยยิ้มเยาะที่สะใจที่สุดในรอบหลายปี เธอยกแขนขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างสง่างามสมฐานะเลขาฯ ของมหาเศรษฐี "ก็บอกแล้วไงคะว่าอย่าเพิ่งรีบมั่นใจ..." ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานหยดแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "เพราะบางที... สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นแค่เศษเหล็ก อาจเป็นสิ่งที่คุณไม่มีปัญญาแม้แต่จะก้มกราบขอซื้อฝุ่นใต้ล้อรถด้วยซ้ำค่ะ" ศรุตหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ความอับอายและตื่นตระหนกตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่อกจนพูดไม่ออก ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนขยับตัวไม่ได้นั้นเอง... หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงในมือของคินน์ก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคารระดับโลกที่ดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน *[แจ้งเตือนระบบ: ทำการหักบัญชีชำระค่าธรรมเนียมจอดรถตลอดชีพสำหรับไฮเปอร์คาร์ 70 ล้านบาทเรียบร้อยแล้ว ยอดเงินคงเหลือในระบบ: ∞ (ไม่จำกัดวงเงิน)]* คินน์ปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมามองศรุตที่ยืนตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ลึกล้ำจนน่ากลัว "อ้อ... เกือบลืมบอกไป..." คินน์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงประกายตาดุดันที่ทำให้ศรุตต้องก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "โรงแรมห้าดาวแห่งนี้... ผมเพิ่งซื้อกิจการทั้งหมดไว้เมื่อสิบนาทีที่แล้ว... และตอนนี้ ในฐานะเจ้าของคนใหม่..." คินน์เว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนกสุดขีดของศรุต "ผมคิดว่า... ถึงเวลาไล่สุนัขจรจัดอย่างพวกคุณออกจากพื้นที่ส่วนตัวของผมเสียที" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเค้กวานิลลาเสมอมานะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%