เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรکاریราคาแพงระยับดังสนั่นหวั่นไหว สะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานผู้บริหารระดับสูงที่เพิ่งเปลี่ยนมือ ทว่าสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าเสียงนั้น คือสายตาดูแคลนระคนสมเพชของเหล่าบอร์ดบริหารที่เคยเลียแข้งเลียขาคินน์ในวันที่เขายังเป็นแค่พนักงานไส้แห้ง
"นายมันก็แค่เศษสวะที่โชคดีถูกหวยทางธุรกิจมาชั่วคราว คินน์! คิดเหรอว่าเอาเงินมาฟาดหัวแล้วจะซื้อความเคารพจากพวกเราได้?" ศรุตเหยียดยิ้มมุมปาก ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ด้วยท่าทีเย่อหยิ่งราวกับตัวเองเป็นเจ้าของบริษัทตัวจริง พร้อมกับกวาดสายตามองเอกสารปลดพนักงานที่วางอยู่ตรงหน้าด้วยความสะใจ
บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก แรงกดดันจากรอบด้านพุ่งเข้าใส่ร่างสูงตระหง่านของคินน์ที่ยืนนิ่งสงบอยู่หลังโต๊ะทำงาน สายตาคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองหน้าทุกคนทีละคน ความเงียบงันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงตะโกนด่าทอ
ไม่มีใครยืนอยู่ข้างเขา... ในวินาทีที่อำนาจและเงินในบัญชีระบบกำลังถูกทดสอบ มนุษย์หน้าเนื้อใจเสือเหล่านี้ต่างพากันถอยห่างเพื่อรอเหยียบซ้ำ ยกเว้นก็แต่...
ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกเบาๆ ทว่ามั่นคง ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเข้ารูปของลินินก้าวเข้ามาอย่างสง่างาม ในมือของเธอถือแฟ้มข้อมูลลับทางการเงินที่ศรุตไม่มีทางเข้าถึง เธอมองหน้าคินน์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและห่วงใย ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย... ไม่ว่าจะในวันที่เขาคือกรรมกรออฟฟิศที่ไม่มีแม้แต่เงินกินข้าว หรือในวันที่เขากลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของบริษัทแห่งนี้
"คุณคินน์คะ ดิฉันตรวจสอบงบดุลย้อนหลังสามปีของกลุ่มทุนศรุตเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ" น้ำเสียงหวานนุ่มแต่ทรงพลังก้องกังวานไปทั่วห้อง ทำลายความเงียบงันได้อย่างสิ้นเชิง
ศรุตหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อตัวเองถูกเอ่ยถึงในเชิงตรวจสอบ แต่ก็ยังฝืนหัวเราะออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนรนในใจ "เลขาฯ กระจอกๆ อย่างเธอมีปัญญาทำอะไรได้วะ? อย่ามาเบี่ยงประเด็นหน่อยเลย ลินิน เธอก็แค่ผู้หญิงที่เกาะไอ้สวะนี่กินไปวันๆ!"
ลินินไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยว เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือชั้น รอยยิ้มที่ถอดแบบความเยือกเย็นมาจากคินน์ไม่มีผิดเพี้ยน เธอก้าวเข้าไปยืนเคียงข้างคินน์ เว้นระยะห่างเพียงแค่เอื้อมมือ ทว่ามีความหมายมากกว่ากองกำลังนับพัน
"ผู้หญิงที่เกาะคนอื่นกินอย่างที่คุณว่า... กำลังจะถือครองหุ้นใหญ่สามสิบเปอร์เซ็นต์ที่คุณแอบเอาไปจำนองไว้ใต้โต๊ะพอดีค่ะ คุณศรุต" ลินินโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มลงตรงหน้าศรุต เสียงกระดาษกระทบโต๊ะดังปัง ราวกับเสียงอสุนีบาตฟาดลงกลางกลางกบาลของคนมักใหญ่ใฝ่สูง
ศรุตหน้าซีดเผือด มือที่ถือแก้วกาแฟสั่นเทาริวกระจาย เขารีบเปิดแฟ้มดูก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจสุดขีด เอกสารลับที่ควรจะถูกทำลายไปแล้วกลับมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร?
คินน์เหลือบมองหญิงสาวที่ยืนหยัดเคียงบ่าเคียงไหล่เขาด้วยแววตาที่ลุ่มลึกขึ้น ความรู้สึกบางอย่างอัดแน่นอยู่ในอก ความโดดเดี่ยวที่เคยกัดกินหัวใจถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นสายหนึ่ง เธอไม่เคยหนีไปไหน ไม่เคยเรียกร้องสิ่งตอบแทน และมักจะยื่นมือเข้ามาในวินาทีที่เขากำลังจะจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งเสมอ
"นาย... นายทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ!" ศรุตแผדเสียงลั่นด้วยความจนตรอก พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเสื้อคินน์ แต่กลับถูกบอดี้ว่าวในชุดสูทสากลสีดำสนิทสองคนที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่ล็อกตัวกดลงกับพื้นอย่างไร้ความปรานี
คินน์ยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนเสื้อสูทของตนเอง ช้าๆ และสง่างาม เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้าไปใกล้ศรุตที่กำลังดิ้นรนอยู่บนพื้น ก้มตัวลงมองด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก
"ตอนที่ฉันไม่มีอะไรเลย แกเหยียบย่ำฉันไว้เท่าไหร่... วันนี้ฉันจะคืนให้เป็นร้อยเท่า" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนศรุตต้องสั่นสะท้านไปทั้งร่าง
ในจังหวะที่เกมกำลังพลิกผันและชัยชนะตกอยู่ในมือของคินน์อย่างเบ็ดเสร็จ หน้าจอโทรศัพท์มือถือราคาแพงของลินินก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบการเงินระดับโลกที่เชื่อมต่อกับบัญชีดำสนิทไร้ขีดจำกัดของคินน์
ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ทว่ากลับทำให้ลมหายใจของทั้งห้องสะดุดกัก: **"บัญชีลับในสวิสเซอร์แลนด์ถูกอายัดโดยบุคคลนิรนาม... และคำสั่งถอนเงินทั้งหมดกำลังถูกโอนไปยังชื่อของ 'ลินิน' 100%"**
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเค้กวานิลลาเสมอมานะคะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 4
เลขาฯ คนเดิมในมุมมองใหม่
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!