กลิ่นอายของความตื่นตระหนกอบอวลคละคลุ้งไปทั่วห้องจัดเลี้ยงหรูหรา ร่างในชุดสูทสีขาวสะอาดตาก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา ราวกับพายุน้ำแข็งที่แช่แข็งทุกสรรพสิ่งให้หยุดนิ่ง เสียงฝ้ารองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนดัง *กัป... กัป...* เป็นจังหวะที่ทรงพลังและบีบคั้นหัวใจของทุกคนในที่นั้นให้ร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ลินินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่เชื่อสายตา มือเรียวบางที่กำชายเสื้อของคินน์ไว้แน่นสั่นระเทือนเล็กน้อย เธอจำแผ่นหลังนั้นได้ดี... แผ่นหลังที่เคยค่อมงอรับแรงกดดันจากสังคมและคำดูถูกเหยียดหยาม แต่วันนี้ มันกลับตั้งตรงสง่างามราวกับพญาอินทรีที่กางปีกครอบครองน่านฟ้า
"แก... แกเป็นใครวะ! กล้าดียังไงบุกเข้ามาในงานเลี้ยงรับรองของตระกูลศรุต!"
เสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดดังขึ้นจากศรุต ทายาทหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกขัดจังหวะความสุขในการเหยียบย่ำคนอื่น ศรุตพยายามรักษาฟอร์มต่อหน้าแขกเหรื่อหลายร้อยชีวิต แม้ว่าเม็ดเหงื่อกาฬจะเริ่มผุดพรายตามไรผมเมื่อเห็นฝูงบอดี้การ์ดในชุดสูทดำนับสิบชีวิตเดินเรียงแถวตามหลังชายชุดขาวเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้าน
คินน์ไม่ได้ชายตามองศรุตแม้แต่น้อย สายตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองไปรอบห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผู้จัดการโรงแรมระดับห้าดาวที่กำลังวิ่งหน้าตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ
"คุณ... คุณคินน์!" ผู้จัดการโรงแรมหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เขารีบก้มหัวโค้งคำนับจนแทบจะแนบพื้น เมื่อสักครู่พนักงานต้อนรับหน้าเคาน์เตอร์เพิ่งโทรศัพท์มารายงานว่า มี "ชายแต่งตัวซอมซ่อ" มาขอเปิดห้องเพนต์เฮาส์ที่แพงที่สุดในโรงแรม และเขานี่แหละที่เป็นคนออกคำสั่งให้ไล่ตะردออกไปเพราะกลัวจะเสียภาพลักษณ์โรงแรม
"ตกใจมากสินะครับ ที่ได้เห็นผมมายืนอยู่ตรงนี้"
น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไปด้วยความเย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น คินน์ยกมือขึ้นปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนปกเสื้อสูทแบรนด์ดังระดับโลกตัดเย็บพิเศษ การเคลื่อนไหวของเขามีความมั่นใจเต็มเปี่ยม ชนิดที่ต่อให้เอาศรุตมารวมกันสักสิบคนก็ไม่อาจเทียบรัศมีได้
"ไอ้... ไอ้คินน์! แกเอาเงินที่ไหนมาแต่งตัวแบบนี้วะ! หรือว่าไปปล้นแบงก์มา!" ศรุตแผดเสียงลั่นด้วยความเหลืออด เขาชี้หน้าพระเอกด้วยความสั่นเทา ก่อนจะหันไปทางผู้จัดการโรงแรม "คุณผู้จัดการ! ไล่ไอ้สวะนี่ออกไปซะ! มันเป็นอดีตลูกจ้างตาสีตาสาที่เพิ่งถูกบริษัทผมไล่ออกเพราะยักยอกเงิน! มันไม่มีปัญญาแม้แต่จะซื้อกาแฟแก้วละร้อยด้วยซ้ำ!"
ผู้จัดการโรงแรมหน้าเขียวคล้ำสลับม่วง สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูง หัวใจเต้นรัวราวกับกลองเพล สายตาเหลือบมองการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ที่คินน์กำลังคีบไว้ระหว่างนิ้วเรียว... นั่นคือบัตรเครดิตเซนทูเรียชันแบงก์กิจการระดับโลกที่ออกให้เฉพาะบุคคลที่มีทรัพย์สินสุทธิเกินหมื่นล้านขึ้นไปเท่านั้น!
"วะ... ว่าไงนะ..." ผู้จัดการโรงแรมหันไปมองหน้าศรุตสลับกับคินน์ด้วยความหวาดผวา ขາเข่าพาลจะอ่อนแรงลงไปดื้อๆ
"คุณผู้จัดการครับ" คินน์เอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทรงอำนาจจนคนฟังต้องสะดุ้ง "เมื่อครู่... พนักงานต้อนรับของคุณบอกว่าผมแต่งตัวสกปรก และบอกว่า 'ต่อให้ทำงานทั้งชาติก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาในล็อบบี้โรงแรมนี้' ใช่ไหมครับ?"
ผู้จัดการโรงแรมหน้าถอดสี รีบหันไปตบหน้าพนักงานต้อนรับสาวที่ยืนหลบอยู่ด้านหลังสุดแรงจนเธอล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น พนักงานคนนั้นร้องไห้โฮด้วยความเจ็บปวดและหวาดกลัว
"คะ... คุณคินน์ครับ! ผมขอประทานโทษ! ยัยนี่มันตาถั่ว! มันไม่รู้ว่าท่านคือลูกค้ารายใหญ่ระดับวีไอพีระดับท็อปของเครือเรา!" ผู้จัดการโรงแรมรีบทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะกับพื้นหินอ่อนเสียงดัง *ตุ้บ!* ไม่เหลือมาดผู้บริหารโรงแรมห้าดาวแม้แต่น้อย เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความกลัวว่ากิจการโรงแรมทั้งเครือจะปลิวหายไปในพริบตา
"คุกเข่าแค่นี้... มันยังน้อยไปสำหรับความอวดดีของพนักงานคุณ"
คินน์ปรายตามองพนักงานต้อนรับที่กำลังสะอื้นไห้ตัวสั่น เขายื่นมือไปรับสมุดเช็คเปล่าที่เลขาฯ ส่วนตัวอย่างลินินส่งให้ด้วยความนومนวล ปลายปากกาหมึกซึมทองคำแท้จรดลงบนกระดาษอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
รอยหมึกสีดำจรดตัวเลขหกหลักลงไปอย่างไม่ลังเล ก่อนที่เขาจะโยนกระดาษแผ่นนั้นลงตรงหน้าพนักงานต้อนรับที่กำลังหมอบราบคาบศอก
"นี่คือเงินสิบล้านบาท..." คินน์กล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ราวกับกำลังพูดถึงเศษเงินทอน "ซื้อความไรมารยาทของพนักงานคนนี้... และเพื่อเป็นสิทธิ์ขาดในการไล่เธอออก รวมถึงพนักงานทุกคนในโรงแรมนี้ที่ใช้สายตาเหยียดหยามคนอื่น"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยง แขกเหรื่อต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง สิบล้านบาท! โยนให้พนักงานต้อนรับที่ไม่มีแม้แต่ค่าตัวเหมือนซื้อผักซื้อปลาเนี่ยนะ!
พนักงานต้อนรับสาวก้มมองเช็คในมือ น้ำตาไหลพรั่งพรูด้วยความสำนึกผิดและละอายใจ เธอกระเถิบตัวเข้าไปใกล้แล้วโขกหัวอ้อนวอนขอความเมตตาจากคินน์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่แววตาของชายหนุ่มกลับว่างเปล่าไร้ซึ่งความปรานี
ศรุตยืนแข็งทื่อเป็นหิน ใบหน้าซีดเผือกไร้สีเลือด สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดไม่ออก ภาพของไอ้สวะที่เขาเคยเหยียบย่ำเมื่อวาน กลับกลายเป็นมหาเศรษฐีผู้กุมชะตากรรมของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ได้ภายในชั่วข้ามคืนได้อย่างไร?
คินน์ก้าวเดินผ่านร่างของศรุตที่ยืนขาแข็งทื่อไปอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะหยุดยืนเคียงข้างลินินที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและความรักอันลึกซึ้ง
ชายหนุ่มโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของศรุตด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น... ศรุต เตรียมตัวรับผลกรรมที่พวกแกทำกับฉันไว้ให้ดี"
คินน์เหยียดยิ้มเย็นชาที่มุมปาก ก่อนจะควักสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดขึ้นมาเตรียมกดโทรออกหาประธานกรรมการบริหารเครือโรงแรมแห่งนี้ เพื่อสั่งการบางอย่างที่ทำเอาศรุตและผู้จัดการโรงแรมต้องใจหายวาบลงไปถึงตาตุ่ม...
(โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ)
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเค้กวานิลลาเสมอมานะคะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 3
เช็กอินโรงแรมห้าดาว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!