ก๊อก ๆ ๆ... เสียงเคาะประตูกระจกฝ้าบานใหญ่ในห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูใจกลางย่านธุรกิจ ไม่ได้ทำให้คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงานหินอ่อนสีดำเงาวับละสายตาจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือเลยแม้แต่น้อย
คินน์ปรายตามองตัวเลขพอร์ตหุ้นที่ร่วงดิ่งเป็นเส้นตรงอย่างเลือดเย็น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยนิด ตรงกันข้าม... มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อเข้ามาจนมุมในกรงขังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองทุกตารางนิ้ว
"ปล่อยให้พวกเขาดีใจกับชัยشانจอมปลอมไปอีกสักสามนาทีค่ะคุณคินน์" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่นิ่งสนิท เธอสวมชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างเก้าอี้ทำงาน พร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือที่บรรจุบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลศรุตที่ถูกยึดอายัดไว้เบ็ดเสร็จ "ตอนนี้ทางฝ่ายกฎหมายของตระกูล ‘วาล็องแวร์’ แจ้งมาว่า หนี้สินทั้งหมดห้าร้อยล้านของศรุตถูกโอนมาเป็นภาระผูกพันของเราในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่เรียบร้อยแล้วค่ะ"
ดีมาก... คินน์วางแท็บเล็ต L-Pad ลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ กลับดังดั่งเสียงระฆังมรณะสำหรับใครบางคน
ทว่า ก่อนที่บทสนทนาเชิงธุรกิจระหว่างเจ้านายและเลขาฯ สาวผู้ซื่อสัตย์จะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างไร้มารยาท ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่คุ้นหูเป็นอย่างดี จนทำให้ลินินต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรังเกียจ
"หลบไปนะ! แกไม่มีสิทธิ์มาขวางฉัน ฉันเป็นใครเธอรู้ไหม อีเลขาฯ หน้าเงิน!"
แอ๊ด... ประตูห้องทำงานถูกผลักเปิดออกอย่างไร้กาลเทศะ ร่างของหญิงสาวในชุดเดรสแบรนด์เนมราคาแพงระยับแต่กลับยับยู่ยี่ ใบหน้าที่เคยเชิดชูด้วยความหยิ่งผยองบัดนี้กลับเปื้อนคราบน้ำตาและเครื่องสำอางที่ไหลเยิ้ม ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวสุดขีด
"พรีม..." คินน์เอ่ยชื่อนั้นออกมาเบา ๆ น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใด ๆ ราวกับกำลังมองดูฝุ่นผงไร้ค่า
อดีตแฟนสาวที่เคยทิ้งเขาอย่างไร้เยื่อใยในวันที่เขากลายเป็นพนักงานตกงานถังแตก หญิงสาวผู้เคยหัวเราะเยาะใส่หน้าเขาว่า 'ความรักกินไม่ได้ เงินต่างหากคือความจริง' ในวันนี้ เธอกลับวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้าของเขาอย่างไร้ศักดิ์ศรี สองมือสั่นเทารีบควชายกางเกงสูทของคินน์ไว้แน่นราวกับคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย
"คินน์! คินน์คะ... ช่วยพรีมด้วย ช่วยครอบครัวพรีมด้วยนะ!" เสียงกรีดร้องปนสะอื้นไห้ดังระงม พรีมเงยหน้าขึ้นมองอดีตผู้ชายที่เธอเคยเหยียบย่ำด้วยสายตาเวทนาแกมเว้าวอน "คุณ... คุณเป็นคนกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดใช่ไหมคะ? คุณคือ... บุคคลปริศนาคนนั้นใช่ไหม? พรีมรู้ว่าคุณยังรักพรีมอยู่ พรีมรู้ว่าคุณไม่มีทางใจร้ายกับพรีมลงหรอก ใช่ไหมคะคินน์?"
ลินินมองภาพนั้นด้วยแววตาเย็นชา เธอขยับตัวเข้ามาบังหน้าคินน์เล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง พร้อมกับเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ
"คุณพรีมคะ กรุณามีมารยาทและสำเหนียกสถานะของตัวเองด้วยค่ะ ตอนนี้เจ้านายของดิฉันไม่ใช่ผู้ชายที่คุณจะมาแตะต้องได้ตามอำเภอใจ และที่สำคัญ... กรุณาอย่าใช้คำว่า ‘รัก’ มาต่อรองกับคนที่คุณเคยถีบหัวส่งเลยค่ะ มันน่าสมเพชเกินกว่าจะทนดู"
"หุบปากนะอีเลขาฯ ชั้นต่ำ!" พรีมแว้ดใส่ลินินด้วยความโกรธเกรี้ยว สัญชาตญาณความเย่อหยิ่งพยายามจะลุกขึ้นมาสู้ยิบตา แต่พอนึกถึงภาพหมายศาลและประกาศล้มละลายที่กองอยู่บ้าน ร่างกายของเธอก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมาอย่างน่าสมเพช
"คินน์... ฮือ ๆ พรีมขอโทษ พรีมยอมรับว่าตอนนั้นพรีมโง่เอง พรีมถูกไอ้ศรุตมันหลอกใช้ แต่วันนี้พรีมรู้แล้วว่าใครคือคนที่รักพรีมจริง ๆ..." พรีมคลานเข่าเข้ามาใกล้ พร้อมกับเอื้อมมือจะแตะรองเท้าหนังขัดเงาของชายหนุ่ม "เรา... เรากลับมาคบกันเหมือนเดิมนะคินน์ พรีมจะแต่งงานกับคุณ พรีมจะชดใช้ทุกอย่างให้... นะคะ?"
ความเงียบโรยตัวปกคลุมไปทั่วห้องทำงานกว้าง คินน์โน้มตัวลงช้า ๆ สายตาคมกริบคู่นั้นมองสำรวจผู้หญิงตรงหน้าด้วยความเวทนาปนสมเพช ราวกับกำลังมองแมวข้างถนนที่กำลังอ้อนขอเศษอาหาร
เขายื่นมือออกไป... นิ้วเรียวยาวเชยคางอดีตแฟนสาวขึ้นมาเบา ๆ บังคับให้เธอนัยน์ตาประสานกับเขา
"พรีมจำได้ไหม... วันที่เราเลิกกัน เธอพูดกับฉันว่าอะไร?" เสียงทุบเบาและนุ่มนวล แต่กลับทำให้พรีมสะع้านไปทั้งร่าง
พรีมเบิกตากว้าง ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก คำพูดดูถูกเหียดหยามนับร้อยคำที่เธอเคยพ่นใส่หน้าเขาในอดีต ย้อนกลับมาตบหน้าเธอฉาดใหญ่ในเวลานี้
"เธอ-บอก-ว่า... เงินซื้อความสุขไม่ได้ แต่เงินซื้อชีวิตของคนไร้ค่าอย่างฉันได้ต่างหากล่ะ" คินน์เน้นทีละคำ น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับหลุดออกมาจากขุมนรก "แล้ววันนี้ล่ะ? เงินที่เธอกำลังกราบกรานอยู่นี่พอกลบหัวเน่า ๆ ของครอบครัวเธอไหม?"
"คินน์... ฮือกๆๆ พรีมผิดไปแล้ว..."
"สายไปแล้วล่ะพรีม" คินน์สะบัดหน้าเธอออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างไร้รอยยับ เขากวาดตามองไปยังร่างที่สั่นเทาด้วยความสิ้นหวังของหญิงสาว "ค่าตัวของเธอมันราคาถูกเกินกว่าที่ฉันจะลงทุนซื้อคืน... ลินิน เชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปได้แล้ว"
"ค่ะคุณคินน์" ลินินผงกหัวรับคำอย่างนิ่มนวล เธอหันไปผายมือเชื้อเชิญพรีมด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น "เชิญค่ะคุณพรีม ทางบริษัทเรามีบริการเรียกแท็กซี่ส่งกลับบ้านให้ฟรีนะคะ... สำหรับคนหมดตัว"
พรีมกรีดร้องออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง พยายามจะพุ่งเข้ามาโวยวายแต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนรออยู่หน้าห้องเข้าชาร์จตัวและลากตัวออกไปอย่างไร้ความปรานี เสียงโวยวายค่อย ๆ เงียบหายไปตามทางเดิน เหลือไว้เพียงความเงียบสงบที่กลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง
ลินินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหันมามองชายหนุ่มผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ "จัดการกับทางตระกูลศรุตเรียบร้อยแล้วค่ะคุณคินน์ แต่ดูเหมือนว่า... จะมีแขกรายใหญ่อีกคนกำลังเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวเองนะคะ"
คินน์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างสนใจ "ใคร?"
"ท่านประธานใหญ่แห่งวาล็องแวร์ตัวจริง... ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ของเครือเราค่ะ" ลินินกล่าวด้วยรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนความตื่นเต้นไว้ใต้ความสุภาพ "และ... ท่านกำลังยืนรอลิฟต์อยู่ชั้นล่าง เพื่อมาพบกับ... 'ทายาทตัวจริง' ของตระกูลเราค่ะคุณคินน์"
สิ้นคำพูดของลินิน เสียงสัญญาณเตือนภัยเบา ๆ จากหน้าจอระบบส่วนตัวของคินน์ก็ดังขึ้น พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นกลางอากาศ:
[แจ้งเตือนระบบ: บัตรเครดิตสีดำ Infinite Black Card ถูกใช้งานวงเงินเต็มจำนวน 10,000,000,000 บาท ณ บัดนี้ เพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของศัตรูตัวฉกาจเสร็จสิ้นสมบูรณ์!]
ขอบพระคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 16
ศัตรูเก่าที่กลับมาทวงแค้น
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!