เสียงกระแทกแฟ้มเอกสารบนโต๊ะกระจกนิรکاریราคาแพงระยับดังสนั่น หักล้างบรรยากาศโอ่อ่าหรูหราของเพนต์เฮ우스ชั้นบนสุดได้อย่างสิ้นเชิง
"คินน์! นี่คุณเสียสติไปแล้วหรือไงคะ ถึงกล้าทำแบบนี้!"
เสียงแหลมสูงของ "มีอา" แฟนเก่าผู้เคยทอดทิ้งเขาไปในวันที่เขากลายเป็นแค่พนักงานต๊อกต้อยไร้ค่าดังขึ้นอย่างกรรโชก ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนแทบเสียทรง ปลายนิ้วที่ทาเล็บเจลราคาแพงชี้หน้าชายหนุ่มผู้ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่
คินน์ไม่แม้แต่จะชายตามองปลายนิ้วที่สั่นระริกนั้น เขากำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาวหมุนปากกาหมึกซึมราคาแพงเล่นอย่างใจเย็น แววตาสีเข้มใต้กรอบหน้าคมคายฉายแววเยື้ยวเย็นและดูแคลนระคนกันจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวเขาแผ่รังสีความกดดันมหาศาลออกมาโดยไม่ต้องเอ่ยคำขู่
นึกย้อนไปถึงเสียงเตือนจากระบบเมื่อครู่—*[บัตรเครดิตสีดำ Infinite Black Card ถูกใช้งานวงเงินเต็มจำนวน 10,000,000,000 บาท ณ บัดนี้ เพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของศัตรูตัวฉกาจเสร็จสิ้นสมบูรณ์!]*—มันช่างเป็นเสียงดนตรีที่ไพเราะที่สุดในชีวิตของเขา
เงินหมื่นล้านที่ละลายหายไปในพริบตา แลกมาด้วยการถือครองอำนาจเบ็ดเสร็จเหนือทุกสิ่งที่ครอบครัวของมีอาและศรุตเคยภาคภูมิใจ
"เสียสติเหรอครับ... อ้อ, ขอโทษทีนะคะ ฉันเผลอใช้คำว่า 'ครับ' ตามนิสัยเก่าไปหน่อย" คินน์ยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน ดวงตาคู่คมกวาดมองหญิงสาวตรงหน้าหัวจรดเท้า ราวกับเธอกำลังยืนเปลือยเปล่าอยู่ท่ามกลางความไร้ค่า "ต้องพูดว่า 'ฉันไม่ได้เสียสติค่ะมีอา ฉันแค่กำลังทวงทุกอย่างที่พวกคุณเคยเหยียบย่ำคืนต่างหาก'"
มีอาสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังนั้น เธอจำรอยยิ้มนี้ไม่ได้ รอยยิ้มของผู้ชายที่เคยคุกเข่าขอร้องไม่ให้เธี่ยทิ้งเขาไปเมื่อหกเดือนก่อน... แต่วันนี้ ผู้ชายคนเดียวกันนี้กำลังยืนอยู่บนจุดสูงสุดที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
"คุณ... คุณเอาเงินมาจากไหนสวะอย่างคุณไม่มีปัญญาซื้อบริษัทพ่อฉันหรอก! นี่มันต้องเป็นเอกสารปลอม!" มีอาแผดเสียงกลบเกลื่อนความหวาดกลัวที่กำลังกัดกินขั้วหัวใจ สองมือคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูด้วยมืออันสั่นเทา ดวงเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อไล่สายตาอ่านตราประทับและลายเซ็นต์อภิมหาเศรษฐีเบื้องหลังที่ระบุชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่... ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น "คินน์" คนที่เธอกล่าวหาว่าเป็นสวะมาตลอด
ในวินาทีนั้นเอง ลินิน เลขาฯ สาวสวยในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าก็ก้าวเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชเชียบ ในมือของเธอยกถาดชาหรูหราเข้ามาวางไว้ข้างตัวคินน์อย่างรู้หน้าที่ ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมีอาด้วยความเรียเฉยและสมเพชระคนกัน ลินินคือคนที่อยู่เคียงข้างคินน์ในวันที่เขากินมาม่าประทังชีวิต เธอรู้ดีกว่าใครว่าวันนี้แหละคือวันชำระแค้น
"เอกสารตัวจริงส่งตรงจากสำนักงานกฎหมายระดับโลกค่ะคุณมีอา" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพนิ่มนวล แต่เฉียบคมบาดลึกถึงกระดูก "และถ้าคุณยังมีสติพอจะเปิดหน้าถัดไป คุณก็จะเห็นหลักฐานการยักยอกทรัพย์และการทุจริตในบริษัทของพ่อคุณ... ซึ่งถูกรวบรวมไว้โดยฝีมือของคุณเอง"
มีอาหน้าถอดสีทันที ราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่จนชาดิก เอกสารในมือร่วงหล่นลงพื้นกระจัดกระจาย ภาพถ่ายหน้าจอการโอนเงิน บัญชีลับ และเอกสารปลอมแปลงลายเซ็นปรากฏต่อสายตาชัดเจน ทุกอย่างคือกหลักฐานมัดตัวที่เธอไม่มีวันดิ้นหลุด
"แก... แกวางแผนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่!" มีอาหวีดร้องด้วยความสติแตก พยายามพุ่งตัวเข้ามาหมายจะตบหน้าชายหนุ่มให้หายแค้น
ทว่า... คินน์เพียงแค่ขยับตัวเล็กน้อยอย่างไม่สะทกสะท้าน ปลายสายตาส่งสัญญาณให้บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนที่ยืนเฝ้าหน้าประตูกรูกันเข้ามาล็อกตัวเธอไว้ทันที แรงดิ้นรนของหญิงสาวกลายเป็นเพียงความน่าสมเพชในสายตาของคนทั้งห้อง
"ฉันไม่ได้วางแผนนานหรอกค่ะมีอา..." คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวที่กำลังถูกกดตัวคุกเข่าอยู่กับพื้น ปลายรองเท้าหนังราคาแพงหยุดอยู่ตรงหน้าเธอพอดี เขาก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบที่เย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ
"ฉันแค่ซื้อตัวคนที่ทรยศคุณ และซื้อบริษัทที่คุณรัก... เพื่อจะเขี่ยพวกคุณลงไปนอนคลุกฝุ่นในที่ที่พวกคุณเคยเหยียบฉันไว้ก็เท่านั้น"
มีอาร้องไห้โฮออกมาด้วยความสิ้นหวัง ความเย่อหยิ่งทระนงตนทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่าในชั่วพริบตา เธอมองหน้าคินน์ด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับกำลังมองมัจจุราชที่พร้อมจะเด็ดหัวเธอได้ทุกเมื่อ
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงในกระเป๋าเสื้อสูทของคินน์ก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
คินน์เหลือบมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้าเบอร์แปลก แต่เขากลับกดรับและเปิด speaker Phone ทันทีท่ามกลางความเงียบงัน
*(เสียงปลายสายหอบหายใจรุนแรงด้วยความตื่นตระหนก)* "คุณคินน์ครับ! แย่แล้วครับ! ตอนนี้... ตอนนี้ตระกูลศรุตประกาศล้มละลายอย่างเป็นทางการแล้วครับ! และท่านประธานใหญ่... เอ่อ... พ่อของคุณศรุต เส้นเลือดในสมองแตก ถูกหามส่งโรงพยาบาลด่วน อาการโคม่าไม่มีทางรอดแล้วครับ!"
คินน์แย้มยิ้มกว้างขึ้น รอยยิ้มที่งดงามราวกับปีศาจจำแลง เขากวาดสายตามองมีอาที่ทรุดฮวบคราบน้ำตานองหน้าก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายใส่หูเธอ
"เกมเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นค่ะมีอา... ฝากบอกศรุตด้วยนะคะ ว่าเตรียมตัวเก็บกระเป๋าออกจากประเทศได้เลย เพราะฉันเตรียมตั๋วเที่ยวเดียวไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว"
รี้ดเดอร์ที่รักคะ... บทลงทัณฑ์ของจริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ร่วมลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าศรุตจะดิ้นรนอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้กุมชะตาชีวิตของเขาไว้ในกำมือ!
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 17
ตบหน้าให้หายซ่า
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!