เสียงกระเบื้องเคลือบราคาแพงกระทบกันเบา ๆ บนโต๊ะอาหารยาวสไตล์หลุยส์ คือเสียงเดียวที่ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดภายในห้องอาหารส่วนตัวของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความกดดันที่ถูกสะสมมาเนิ่นนาน และสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมายังคนทั้งสองด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
"เธอก็รู้สถานะของตัวเองดีนี่ ลินิน"
เสียงแหบห้าวแต่ทรงอำนาจของท่านผู้หญิงมณีรัตน์ ประมุขหญิงแห่งตระกูลหลักเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับเฉียบคมราวกับใบมีดที่กรีดลงบนผิวเนื้อ ลินินชะงักมือที่กำลังจะตักซุปเห็ดทรัฟเฟิลตรงหน้า เธอกลืนก้อนความขื่นขมลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะวางช้อนลงช้าๆ อย่างสำรวม
"ค่ะ ดิฉันทราบดี" ลินินตอบรับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาไหววับอย่างพยายามควบคุมอารมณ์
"รู้แล้วทำไมยังดึงดันจะเกาะแกะคินน์อยู่ล่ะ?" ศรุตที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแทรกขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเยาะ เขาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า "ผู้หญิงที่ไม่มีแม้กระทั่งนามสกุลติดตัว ไม่มีทรัพย์สินสมบัติอะไรเลย นอกจากใบหน้าสวยๆ กับตำแหน่งเลขาฯ หน้าห้อง... คิดเหรอว่าคุณย่าและผู้ใหญ่ในตระกูลจะยอมรับให้เข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่"
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น เธอมองหน้าศรุตสลับกับผู้ใหญ่หลายคนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ทุกคนล้วนแสดงออกชัดเจนว่าเธอนั้น "ต่ำต้อย" เกินกว่าจะยืนเคียงข้างคินน์ ชายหนุ่มผู้กุมอำนาจทางการเงินและระบบลึกลับที่กำลังเขย่าวงการธุรกิจในเวลานี้
แต่ก่อนที่ลินินจะได้เอ่ยคำใดออกมา ประตูห้องอาหารบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงมหาศาล
ปัง!
ร่างสูงสง่าของคินน์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยก้าวย่างที่เยือกเย็นและทรงพลัง ออร่าความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงเสียจนทุกคนในห้องต้องสะดุ้งเงยหน้าขึ้นมองเป็นตาเดียว ดวงตาคมกริบของคินน์กวาดตามองรอบโต๊ะอาหารก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ศรุตและท่านผู้หญิงมณีรัตน์
"ใครอนุญาตให้พวกคุณเรียกประชุมครอบครัวลับหลังผม... แถมยังกล้าเรียกคนของผมมาอบรมสั่งสอนกันตามอำเภอใจ" น้ำเสียงของคินน์นิ่งสนิท แต่กลับเยียบเย็นจนน่ากลัว บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนแทบหายใจไม่ออก
"คินน์!" ท่านผู้หญิงมณีรัตน์ตบโต๊ะเบาๆ อย่างandดดัน "นั่นคือวิธีพูดกับผู้ใหญ่หรอกเหรอ? แกหลงผู้หญิงคนนี้จนหัวปักหัวปำ ลืมไปแล้วหรือไงว่าตระกูลเราสร้างแกขึ้นมาอย่างไร! ผู้หญิงคนนี้ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ไม่มีประโยชน์อะไรกับอนาคตทางธุรกิจของแกเลยแม้แต่น้อย เลิกกันซะ แล้วแต่งงานกับคนที่เหมาะสม... ลูกสาวท่านรัฐมนตรีที่เราจัดเตรียมไว้ให้ แกจะได้ไม่มีข้อครหา"
คำพูดนั้นเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยว ราวกับประกาศิตที่ห้ามผู้ใดขัดขืน
ลินินเงยหน้าขึ้นมองคินน์ หัวใจของเธอกระตุกวูบด้วยความกังวล แม้เธอจะรู้ว่าคินน์ในตอนนี้ไม่ใช่พนักงานกระจอกๆ คนเดิมอีกต่อไป แต่การต่อกรกับอำนาจเก่าแก่ของตระกูลหลักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด เธอยื่นมือไปแตะแขนเสื้อสูทของเขาเบาๆ เป็นเชิงห้ามปรามและบอกว่าเธอไม่เป็นไร
แต่คินน์กลับเอื้อมมือมาทับมือของเธอไว้ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขานั้นช่างไร้ความอบอุ่น มีเพียงความเย้ยหยันและดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใน
"มีประโยชน์? เหมาะสม?" คินน์ทวนคำเหล่านั้นด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน เขากวาดสายตามองหน้าผู้ใหญ่ทุกคนทีละคน "ในวันที่ผมตกต่ำที่สุด ถูกพวกคุณเหยียบย่ำ ไล่ส่งออกจากตระกูลเหมือนสุนัขตัวหนึ่ง... มีใครหน้าไหนพูดถึงคำว่าเหมาะสมบ้างไหม? ในวันที่ผมไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อข้าวกิน มีผู้หญิงคนนี้คนเดียวที่อยู่เคียงข้างผม เชื่อมั่นในตัวผม และร่วมสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาจากศูนย์"
ศรุตแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หึ! ก็แค่ผู้หญิงหวังเกาะแกแกกิน สร้างภาพรักแท้ไปวันๆ เท่านั้นแหละคินน์ แกคิดจริงๆ เหรอว่ายายบ้านี่รักแกที่ตัวตนจริงๆ ไม่ใช่เพราะเงินและอำนาจที่แกมีตอนนี้?"
เป๊าะ!
คินน์ดีดนิ้วขึ้นครั้งหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจคำพูดของศรุต ทันใดนั้น เลขาฯ ส่วนตัวของเขาอีกคนก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทและแท็บเล็ตหน้าจอหรู วางลงตรงหน้าท่านผู้หญิงมณีรัตน์ด้วยท่าทีนอบน้อม
"เปิดดูสิครับ" คินน์กล่าวเสียงเรียบ "นั่นคือบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดที่พวกคุณเคยตราหน้าว่าลินินเป็นคน 'เกาะ' ผมกิน... และนั่นคือรายชื่อบริษัทในเครือตระกูลหลักที่ตอนนี้ กำลังรอวันล้มละลายเพราะหนี้สินมหาศาลที่พวกคุณก่อขึ้นเอง"
ใบเหี่ยวย่นของท่านผู้หญิงมณีรัตน์เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดทันทีที่เปิดแท็บเล็ตและกวาดสายตาอ่านตัวเลขบนหน้าจอ มือที่ถืออุปกรณ์สั่นระริกด้วยความตกใจ ข้อมูลลับสุดยอดที่ควรจะเป็นความลับของตระกูลหลัก กลับถูกเปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือกในกำมือของคินน์
"แก... แกทำอะไรสะ..." ท่านผู้หญิงละล่ำละลักพูดไม่ออก
"ผมไม่ได้ทำอะไรเลยครับคุณย่า..." คินน์โน้มตัวลงไปกระซิบด้วยรอยยิ้มที่ชวนให้ขนลุก "ผมแค่ใช้ 'เงิน' ซื้อทุกอย่างที่พวกคุณรัก และกำลังจะพรากมันไปทีละนิด เพื่อให้พวกคุณรู้ซึ้งถึงความรู้สึกของการไม่มีอะไรเหลือ... เหมือนที่ผมเคยเจอ"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอาหารอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจของคนตระกูลหลัก ศรุตหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก ลินินมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความอึ้ง ทว่าในแววตากลับฉายประกายความซาบซึ้งและมั่น3ใจในตัวชายหนุ่มคนนี้อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย
ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าเกมนี้จบลงแล้ว เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือราคาแพงของศรุตก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง... ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด!
ศรุตหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยมืออันสั่นเทา ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารยักษ์ใหญ่เด้งขึ้นมาหน้าจอติดต่อกันสามสัปดาห์
บัญชีหลักของตระกูลถูกอายัด... และหนี้สินทั้งหมดห้าพันล้านถูกโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นชื่อของ "คินน์" แล้วเรียบร้อย!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 24
ความกดดันจากตระกูลหลัก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!