เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 22

ลินินในฐานะหญิงสาวผู้โชคดีที่สุด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
ความเงียบงันภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานครไม่ได้แปลว่าสงบสุขเสมอไปค่ะ มันคือความอึดอัดที่ถูกบีบอัดจนแน่นหนา ราวกับออกซิเจนในอากาศกำลังถูกสูบหายไปทีละนิด เมื่อสายตานับร้อยคู่พุ่งเป้ามายังจุดเดียวกัน จุดที่ลินินกำลังยืนอยู่ “คุณคินน์คะ… ฉันว่ามัน มากเกินไปแล้วนะคะ” เสียงกระซิบสั่นพร่าของลินินดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่สั่นเทาเล็กน้อยขณะกำชายเสื้อสูทผ้าไหมอิตาลีราคาแพงระยับของชายหนุ่ม เธอไม่ได้กำลังหวาดกลัว แต่ความรู้สึก “ล้นปรี่” จนแทบรับไม่ไหวนี้กำลังทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ รอบตัวเธอบัดนี้คือสรวงสวรรค์ที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยตัวเลขในบัญชีธนาคารที่ไม่รู้ว่ามีกี่หลัก เดรสผ้าไหมปักคริสตัลชวารอฟสกี้สีโรสโกลด์ที่เธอสวมใส่อยู่ ถูกส่งตรงมาจากปารีสโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวเมื่อช่วงบ่าย เครื่องเพชรชุดใหญ่ที่ทอประกายระยิบระยับบนลำคอระหงและเรียวหู ไม่ได้เป็นเพียงแค่เครื่องประดับ แต่มันคือหลักทรัพย์มูลค่ามหาศาลที่สามารถซื้อคฤหาสน์หลังโตได้ทั้งหลัง และทั้งหมดนี้… คินน์เหมามันให้เธอ เพียงเพราะเธอเปรยเบาๆ ว่า “สีนี้น่ารักดี” เมื่อสัปดาห์ก่อน ทว่า ท่ามกลางความอิจฉาริษยาที่พวยพุ่งออกมาจากสายตาของบรรดาไฮโซสาวและเหล่าคุณหนูตระกูลดังในงาน ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเยาะเย้ยถากถางเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้วค่ะ ภาพของคินน์ในอดีต ผู้ชายที่เคยถูกเหยียบย่ำว่าเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยไร้ค่า ได้ถูกลบเลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอย เบื้องหน้าพวกเขาตอนนี้คือ “ท่านประธานคินน์” ผู้กุมอำนาจทางการเงินที่สามารถเนรมิตให้คนกลายเป็นเศษฝุ่น หรือยกฐานะคนขึ้นเป็นราชินีได้ภายในชั่วข้ามคืน ศรุต ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนัก กำแก้วแชมเปญในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและแววตาสสมเพชเวทนาในอดีต บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และความอับอายที่ถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางวงสังคมชั้นสูง เขากวาดตามองลินิน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ประดุจจะกรีดแทะผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่า “ไร้ราคา” ให้แหลกคาตา แต่ยิ่งมอง เขากยิ่งเจ็บปวดร้าวลึก เพราะหญิงสาวที่ยืนเคียงข้างคินน์ในวันนี้ สง่างาม เปี่ยมด้วยออร่าของความสุขและความมั่นใจ จนแม้แต่คู่หมั้นตระกูลผู้ดีเก่าของเขาเองก็ยังเทียบไม่ติดฝุ่น “ไม่เคยมีคำว่า ‘มากเกินไป’ สำหรับเธอหรอก ลินิน” คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยความอ่อนโยนที่เขามีให้เธอเพียงคนเดียว มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวที่กำลังสั่นระริกนั้นไว้ หลอมรวมความอบอุ่นถ่ายทอดผ่านฝ่ามือ นัยน์ตาคมกริบของเขาเหลือบมองไปยังกลุ่มของศรุตเพียงนิดเดียว ทว่าทรงพลังพอที่จะทำให้ศรุตต้องเบือนหน้าหนีด้วยความคับแค้นใจ “จำวันที่เราเคยนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวกันได้ไหม?” คินน์โน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูของหญิงสาว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงเคล้าคลอไปกับลมหายใจอุ่น “ในวันนั้นผมสัญญาอะไรกับคุณไว้ คุณยังจำได้ใช่ไหม” ลินินเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความตื้นตัน ภาพความยากลำบากในอดีต ผนังห้องเช่าคับแคบ หยดน้ำตาที่เธอแอบร้องไห้เพราะกลัวว่าเขาจะทนไม่ไหวไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว แต่วันนี้… ผู้ชายคนเดิมที่กอดเธอร้องไห้ในวันที่มืดมนที่สุด ได้ใช้มือคู่นี้สร้างอาณาจักรและปูพรมแดงด้วยกลีบกุหลาบรองรับทุกย่างก้าวของเธอแล้ว “คุณ… บ้าที่สุดเลยค่ะคุณคินน์” เธอหัวเราะทั้งน้ำตา ซุกหน้าผากลงกับลาดไหล่กว้างของเขาอย่างไม่อายสายตาใคร เสียงซุบซิบนินทาดังระงมไปทั่วห้องจัดเลี้ยง “ผู้หญิงคนนั้นทำบุญด้วยอะไรกันนะ ถึงได้ผู้ชายที่ทั้งรักทั้งเปย์หนักขนาดนี้?” “นั่นสิ… เมื่อก่อนเป็นแค่เลขาฯไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงกล the chosen one ไปได้ล่ะ” “แกดูสร้อยเพชรบนคอเธอนั่นสิ นั่นมันคอลเลกชันจำกัดที่มีแค่ชิ้นเดียวในโลกไม่ใช่เหรอ! กร๊ีด! ฉันอิจฉาจนอยากจะร้องไห้แล้วนะ!” เสียงกระซิบกระซาบเหล่านี้ไม่ได้เล็ดลอดไปจากโสตประสาทของศรุตเลยแม้แต่น้อย ยิ่งคนอื่นชื่นชมลินินมากเท่าไหร่ ความรู้สึกเหมือนถูกน้ำร้อนลวกหน้าของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเท่านั้น ศรุตวางแก้วแชมเปญลงบนถาดของบริกรเสียงดังลั่น จนคนรอบข้างสะดุ้ง “อย่าหลงระเริงให้มันมากนักเลยคินน์ เงินที่ได้มาง่ายๆ มันก็มักจะละลายหายไปได้ง่ายๆ เช่นกัน!” ศรุตทนไม่ไหว ก้าวเท้าเข้ามาขวางหน้าทั้งสองคนไว้ รอยยิ้มหยันถูกปั้นแต่งขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่บิดเบี้ยวด้วยความริษยา “คิดว่าการซื้อของแพงๆ มาประโคมใส่เลขาฯ ต๊อกต๋อย จะทำให้ชาติMลพงศาวดารของเธอสูงส่งขึ้นมาได้งั้นเหรอ? ต่อให้เอาเพชรมาถมหัว เธอก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงที่ยอมขายศักดิ์ศรีแลกกับเงินอยู่ดีนั่นแหละ!” บรรยากาศในงานเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาหันกลับมาจับ ลินินสะดุ้งเล็กน้อย ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความโกรธที่ถูกดูถูกเหยียดหยามต่อหน้าธารกำนัล แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากโต้ตอบอะไร คินน์ก็ยกมือขึ้นแตะไหล่เธอเบาๆ เป็นเชิงปราม รอยยิ้มที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ของคินน์มลายหายไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงความเย็นชาไร้ก้นบึ้ง นัยน์ตาคมกริบดุจพญาอินทรีจ้องมองศรุต ราวกับกำลังมองดูแมลงตัวเล็กๆ ที่พร้อมจะบดขยี้ให้แหลกคามือเมื่อไหร่ก็ได้ “ศรุต…” คินน์เอ่ยชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น่ากลัวจนศรุตเผลอถอยหลังไปหนึ่งก้าว “ปากของนายมันยังสกปรกเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยสินะ” “แก…!” “นายบอกว่าเงินที่ได้มาง่ายๆ จะหายไปง่ายๆ งั้นเหรอ?” คินน์หัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน มือหนาควักการ์ดสีดำขลับที่ทำจากไทเทเนียมบริสุทธิ์ ฝังเพชรแท้เม็ดเล็กๆ ตรงมุมการ์ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทอย่างไม่รีบร้อน “น่าเสียดายนะ… ที่เงินของฉันมันไม่ได้ลอยมาจากฟ้า แต่มันมาจากความโง่เขลาของคนอย่างพวกนายที่เอาแต่วิ่งตามก้นฉันต่างหาก” คินน์โยนการ์ดสีดำใบนั้นลงบนพื้นตรงหน้าศรุต เสียงโลหะหนักๆ กระทบพื้นหินอ่อนดัง “กริ๊ง” ชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน “อยากรู้ไหมล่ะว่าเงินของฉันมันหายยากหรือหาง่าย?” คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ศรุตทีละก้าว กดดันด้วยรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวจนศรุตหายใจไม่ออก “ถ้าแน่จริง… หยิบการ์ดใบนั้นขึ้นมา แล้วลองรูดซื้อบริษัทของตระกูลนายเองแข่งกับฉันดูสิ ถ้าทำไม่ได้… ก็หุบปากเน่าๆ ของนาย แล้วก้มลงไปกราบขอโทษผู้หญิงของฉันซะ!” ศรุตหน้าซีดเผือด เขาก้มมองการ์ดไทเทเนียมสีดำบนพื้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า มือทั้งสองข้างกำแน่นจนสั่นเทา ความอับอายและศักดิ์ศรีค้ำคอจนเขาขยับตัวไม่ได้ ลินินมองแผ่นหลังกว้างของคินน์ด้วยหัวใจที่พองโต ความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงเอ่อล้นจนขอบตาร้อนผ่าว ผู้ชายคนนี้ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องโดดเดี่ยวหรือถูกรังแกเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาปกป้องเธอด้วยความยิ่งใหญ่ที่ใครก็ต่อกรไม่ได้ ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังลุ้นระทึกกับความกดดันตรงหน้า ประตูห้องจัดเลี้ยงขนาดมหึมาก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงด้วยฝีมือของบอดี้การ์ดสวมสูทดำนับสิบชีวิต เสียงฝีเท้าหนักแน่นและทรงพลังก้าวเข้ามา พร้อมกับร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในแวดวงการเงินระดับประเทศ—ท่านประธานใหญ่ตระกูลมหาเศรษฐีผู้กุมสัมปทานพลังงานครึ่งค่อนประเทศ ผู้ซึ่งไม่เคยปรากฏตัวในงานสังคมมานานนับทศวรรษ ชายชรากวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งที่คินน์และลินิน รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นที่มุมปาก “ฉันไม่ได้มาขัดจังหวะการแสดงงิ้วของพวกเธอใช่ไหม… หลานชาย” *(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ)*
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%