เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 25

คำตอบที่เด็ดขาด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เอกสารสัญญาสีขาวสะอาดนับร้อยแผ่นถูกกวาดลงสู่พื้นพรมราคาแพงด้วยหลังมือของศรุต เสียงกระดาษร่วงหล่นดังราวกับเสียงปรบมือเยาะเย้ยในความพินาศที่เขาจงใจจัดฉากขึ้น ท่ามกลางห้องประชุมใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอำนาจและความโลภ บรรดากรรมการบอร์ดบริหารต่างพากันหลบสายตา ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหรือแม้แต่จะหายใจแรง เมื่อสงครามระหว่างทายาทตระกูลใหญ่กับอดีตพนักงานที่ถูกตราหน้าว่าสวะเดินทางมาถึงจุดแตกหัก "นายคิดจริงๆ หรือคินน์ ว่าการเอาผู้หญิงคนเดียวมาแลกกับอนาคตทั้งหมด มันคือความโรแมนติก?" ศรุตแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะต่ำทุ้มที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความสะใจขณะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ "ตระกูลอัครวรกุลพร้อมจะบดขยี้ทุกอย่างที่แกสร้างขึ้นมาในเวลาไม่ถึงยードพริบตาเดียว หุ้นทั้งหมดในมือแกจะไร้ค่า บริษัทที่แกฟูมฟักจะกลายเป็นเศษเหล็ก... และทั้งหมดนั้น ก็แค่เพราะแกเลือกที่จะปกป้อง 'เลขานุการ' ชั้นต่ำคนนี้คนเดียว!" ลินินที่ยืนตัวตรงอยู่เบื้องหลังคินน์สะดุ้งเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหวระริกด้วยความรู้สึกผิด เธอกำชายเสื้อสูทของคินน์แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด แม้ใบหน้าจะซีดเผือดแต่เธอก็ยังพยายามฝืนสติไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกมาต่อหน้าศัตรู "คุณคินน์คะ..." เสียงของลินินสั่นพร่าเล็กน้อยขณะกระซิบแผ่วเบา "ปล่อยฉันไปเถอะค่ะ... ฉันไม่คุ้มกับที่คุณต้องสูญเสียทุกอย่างไปเลย" คินน์ไม่ได้หันกลับมามอง เค้ายังคงยืนนิ่งสงบราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาอย่างประณีต แววตาสีเข้มขรึมและเยือกเย็นคู่นั้นกวาดมองหน้าบรรดากรรมการทีละคน ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่ศรุต รอยยิ้มบางเบาแต่เย็นยะเยือกผุดขึ้นที่มุมปากของชายหนุ่ม เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "ลินิน" คินน์เอ่ยชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและมั่นคงที่สุด ผิดกับบรรยากาศรอบตัวที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก "จำวันที่เรากินข้าวกล่องราคาถูกด้วยกันข้างถนนได้ไหม? วันนั้นผมไม่มีแม้แต่เศษเงินในกระเป๋า... แต่คุณก็ยังเลือกที่จะอยู่ข้างผม" เขาค่อยๆ หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความอบอุ่นล้ำลึกที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชามานานปี "วันนี้ ต่อให้ผมต้องสูญเสียเงินนับหมื่นล้าน หรือต้องกลับไปใส่ชุดพนักงานเงินเดือนหลักพันอีกครั้ง... สิ่งเดียวที่ผมไม่มีวันยอมเสียไป ก็คือผู้หญิงที่ยืนเคียงข้างผมในวันที่มืดมนที่สุด" คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทรงพลังราวกับค้อนยักษ์ที่ทุบลงกลางใจของทุกคนในห้อง ศรุตชะงัก รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่ความโกรธเกรี้ยวจะพุ่งพล่านขึ้นมาแทนที่ "ไอ้คนโง่!" ศรุตตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาแดงก่ำด้วยความเดือดดาล "ถ้าแกเลือกแบบนั้น ก็เตรียมตัวเป็นขอทานข้างถนนได้เลย! บอร์ดบริหารทุกคนลงมติถอดถอนแกจากตำแหน่งประธานเรียบร้อยแล้ว สมบัติทุกชิ้น บัตรเครดิตทุกใบในเครือข่าย ถูกอายัดโดยคำสั่งศาลตั้งแต่เที่ยงนี้! แกไม่มีอะไรเหลือแล้วคินน์!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมอีกครั้ง บรรดากรรมการต่างพากันพยักหน้ารับด้วยความหวาดกลัวอิทธิพลของตระกูลศรุต ลินินหลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง หยาดน้ำใสเอ่อคลอเบ้าตา ความรักที่บริสุทธิ์กำลังถูกเงินตราและอำนาจฆ่าให้ตายทั้งกลมในห้องนี้ ทว่า... ในวินาทีที่ทุกคนคิดว่าคินน์พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ชายหนุ่มกลับยกมือขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกช้าๆ อย่างใจเย็น เขายื่นมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านใน หยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมาวางลงบนโต๊ะกระจกใสเบื้องหน้า มันคือบัตรเครดิตโลหะสีดำสนิท ไร้ลวดลายใดๆ นอกจากชิปอัจฉริยะที่สะท้อนแสงไฟเป็นประกายวับวับ—บัตรอัลตร้าแบล็กที่ไม่เคยปรากฏชื่อในระบบธนาคารทั่วไป แต่เป็นสัญลักษณ์สูงสุดของอำนาจทางการเงินที่ไร้ขีดจำกัดจากระบบที่อยู่เหนือทุกกฎหมายการเงินของโลก "ศรุต... นายคิดจริงๆ หรือว่าสิ่งที่เรียกว่า 'สมบัติของตระกูลอัครวรกุล' หรือ 'อำนาจของบอร์ดบริหาร' มันมีความหมายอะไรกับผม?" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขากดนิ้วลงบนเครื่องรูดบัตรพกพาที่เลขาฯ ส่วนตัวของอีกฝ่ายเตรียมไว้สำหรับเซ็นสัญญาโอนย้ายทรัพย์สิน หน้าจออิเล็กทรอนิกส์สว่างวาบขึ้นทันที พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องประชุม [ ตรวจพบการทำธุรกรรมวงเงิน: ไม่อั้น (Infinity Limit) ] [ ทำการซื้อกิจการทั้งหมดของตระกูลอัครวรกุล และปลดพนักงานทุกระดับที่เกี่ยวข้องกับความเสียหาย สำเร็จ ] ศรุตหน้าถอดสี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของเขาเริ่มสั่นระรัวไม่หยุด ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารหลักและตลาดหลักทรัพย์เด้งขึ้นมารัวๆ ราวกับพายุเฮอร์ริเคน—หุ้นทั้งหมดของตระกูลอัครวรกุลกำลังร่วงดิ่งสู่จุดต่ำสุดในเวลาไม่ถึงสามวินาที และผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ที่กวาดซื้อกิจการทั้งหมดด้วยเงินสด... คือชื่อของ "คินน์" "เป็นไปไม่ได้..." ศรุตพึมพำเสียงสั่น เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "แก... แกทำแบบนี้ได้ยังไง..." คินน์ก้าวเข้าไปใกล้ศรุตช้าๆ โน้มตัวลงกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก "เพราะนายมองเห็นแต่ตัวเลขและอำนาจ... เลยไม่เคยรู้เลยว่า คนที่ถือครองระบบที่แท้จริง ไม่จำเป็นต้องแคร์กฎเกณฑ์ของพวกนายเลยสักนิด" ทันใดนั้น เสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวจำนวนหลายลำก็บินมาจอดสนิทบนดาดฟ้าตึกสำนักงานใหญ่ แรงลมจากการหมุนของใบพัดสะเทือนกระจกหน้าต่างห้องประชุมจนสั่นไหว ประตูห้องถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความเกรงกลัว พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาโค้งคำนับให้คินน์อย่างพร้อมเพรียงเป็นระเบียบ คินน์หันกลับมาจับมือลินินที่กำลังยืนอึ้งค้างด้วยความตกตะลึง ปลายนิ้วอุ่นของเขากุมมือเรียวบางนั้นไว้แน่น รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏขึ้นท่ามกลางซากปรักหักพังของศัตรูที่กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิต "กลับกันเถอะครับ ลินิน" คินน์เอ่ยเสียงนุ่ม "ผมจะพาคุณไปดูโลกกว้าง... ในฐานะเจ้าของตัวจริงของทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสร้างร่วมกัน" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%