เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 26

ความเสียสละของเลขาฯ สาว

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"คุณกำลังทำให้ทุกอย่างพัง... คินน์" เสียงของลินินสั่นเครือเล็กน้อย แต่มันกลับก้องกังวานบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานหรูหรา เอกสารกองโตบนโต๊ะทำงานสไตล์มินิมอลถูกผลักให้พ้นทาง เล่มแล้วเล่มเล่าถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบ ราวกับว่านี่คือการเตรียมตัวบอกลาครั้งสุดท้ายของเลขาฯ สาวผู้ไม่เคยเรียกร้องอะไรเลยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คินน์เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต แววตาคมกริบที่เคยใช้กดดันตระกูลใหญ่และบดขยี้ศัตรูอย่างศรุตจนแทบไม่มีแผ่นดินกลบหน้า ในเวลานี้กลับฉายประกายความไหววูบอย่างหาได้ยากยิ่ง เขานิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่กรีดแทะบรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวจนแทบหายใจไม่ออก "พังเหรอ?" คินน์ทวนคำ น้ำเสียงนุ่มทุ้มแต่เย็นเยียบจนน่ากลัว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาใกล้หญิงสาวที่กำลังเก็บแฟ้มเอกสารชุดสุดท้ายลงในกระเป๋าหนังสีดำ "ผมกำลังสร้างอนาคตของเรา ต่างหาก ลินิน" "อนาคตที่ต้องแลกมาด้วยการที่ตระกูลใหญ่ประกาศสงครามกับคุณน่ะหรือคะ?" ลินินสะบัดหน้าหนีจากการเอื้อมมือมาแตะไหล่ของเขา ดวงตากลมโตเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำใสแต่มุ่งมั่นอย่างถึงที่สุด "คุณลืมไปแล้วหรือไงคะว่าพวกเขาเป็นใคร? ศรุตไม่ได้มาคนเดียว เขามีทั้งอำนาจในสภาธุรกิจและหุ้นส่วนระดับประเทศ การที่คุณทุ่มเงินซื้อกิจการในเครือของพวกเขาทีเดียวสามแห่งติดต่อกัน มันไม่ใช่แค่การลงทุน แต่มมันคือการประกาศตัวเป็นศัตรูเบอร์หนึ่ง!" "แล้วไงล่ะ?" คินน์แค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "พวกมันเหยียบย่ำผมมาตลอดหลายปี สมัยที่ผมเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนกระจอกๆ ที่ไม่มีแม้แต่เงินจะรักษาแม่ พวกมันเคยสนใจไหมว่าชีวิตผมจะเป็นอย่างไร? วันนี้ผมมีระบบ มีอำนาจ และมีเงินมากพอที่จะซื้อตระกูลพวกมันได้ทั้งโคตร... ทำไมผมต้องแคร์เกียรติจอมปลอมนั่นด้วย?" "แต่ฉันแคร์ค่ะ!" เสียงหวานตวาดกร้าวขึ้นเป็นครั้งแรก ลินินหันขวับกลับมาเผชิญหน้า หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะลงบนแก้มเนียน "เพราะฉันไม่อยากให้ใครมองคุณว่าเป็นแค่ 'ไอ้หน้าตัวเมียที่ใช้เงินซื้อทุกอย่าง' ไม่อยากให้ชื่อเสียงของคุณต้องแปดเปื้อนเพราะผู้หญิงอย่างฉัน... คนที่ใครๆ ก็หาว่าเป็นแค่เลขาฯ ไร้หัวนอนปลายเท้าที่เกาะคุณกิน!" คำพูดนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง คินน์ชะงัก ร่างสูงสง่าหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่ก้าวเดียว แววตาที่เคยแข็งกร้าวค่อยๆ อ่อนแสงลงเมื่อมองเห็นความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเข้มแข็งของเธอ ตลอดเวลาที่ผ่านมา ลินินคือคนเดียวที่อยู่เคียงข้างเขาในวันที่มืดมนที่สุด เธอกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวกัน นอนบนโซฟาตัวเดียวกันในออฟฟิศยามโต้รุ่ง และไม่เคยรังเกียจแม้แต่เศษเหรียญในกระเป๋าของเขาในอดีต แต่วันนี้ เมื่อเขามีเงินกองเท่าภูเขา มีอำนาจที่สามารถบันดาลทุกอย่างให้เธอได้ เธอกลับเลือกที่จะ 'ถอยห่าง' เพื่อรักษาเกียรติและอนาคตของเขาเอาไว้ "คุณกำลังเข้าใจผิด..." คินน์ยื่นมือออกไปหมายจะคว้าข้อมือเรียบเนียนนั้น แต่ลินินกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างเด็ดเดี่ยว "ฉันไม่ได้เข้าใจผิดค่ะ คินน์" เธอกล่าวเสียงเรียบ แต่แฝงด้วยความร้าวรานลึกซึ้ง "จดหมายลาออกอยู่บนโต๊ะแล้วนะคะ ส่วนโปรเจกต์ที่ร่วมมือกับต่างประเทศ ฉันส่งมอบให้ทางฝ่ายบริหารจัดการต่อเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... เราขาดกันค่ะ" "ลินิน!" คินน์กดเสียงต่ำจนน่ากลัว ความโกรธเกรี้ยวระลอกใหม่พุ่งพล่านขึ้นมาในอก ไม่ใช่เพราะความดื้อรั้นของเธอ แต่เป็นเพราะความคิดที่ว่าเธอจะเดินจากเขาไปอ้อมอกของคนอื่น หรือทิ้งให้เขาอยู่ท่ามกลางความสำเร็จที่ไร้ความหมาย "คุณคิดว่าใบลาออกแผ่นเดียวจะหยุดผมได้งั้นเหรอ? คุณคิดว่าผมสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาเพื่ออะไร ถ้าไม่ใช่เพื่อให้คุณได้ยืนอยู่ข้างๆ ผมบนจุดสูงสุด?!" "บนจุดสูงสุดที่มีแต่คนนินทาและเหยียดหยามเหรอคะ?" ลินินย้อนถาม เสียงสั่นพร่า "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ คินน์... เหนื่อยที่ต้องคอยระแวงว่าวันไหนศรุตหรือคนพวกนั้นจะส่งนักฆ่ามาเก็บคุณ หรือส่งข่าวเสียหายมาทำลายชื่อเสียงของคุณ ฉันไม่อยากเป็นจุดอ่อนให้ใครใช้เล่นงานคุณอีกแล้ว" พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินตรงไปยังประตูกระจกทันที หัวใจของเธอเจ็บแปลบจนแทบแตกสลาย ทุกก้าวที่เดินออกจากโต๊ะทำงานนั้นหนักอึ้งราวกับแบกภูเขาไว้ทั้งลูก แต่เธอก็ต้องทำ... เพื่อให้คินน์ได้ก้าวเดินต่อไปบนเส้นทางที่ไร้ซึ่งภาระผูกพันอย่างเธอ ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วเรียจะทันได้สัมผัสกับลูกบิดประตู เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจอย่างที่สุดก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ถ้าคุณก้าวพ้นประตูบานนั้นออกไป... ผมจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ที่มี กว้านซื้อตึกทุกตึก ถนนทุกสาย และบริษัททุกแห่งในเมืองนี้ แล้วเปลี่ยนชื่อมันเป็น 'นามสกุลของคุณ' ให้คนทั้งประเทศได้รู้ว่าผู้หญิงที่ชื่อลินินคือนายเหนือหัวที่แท้จริงของผม!" ลินินตัวแข็งทื่อ มือที่กำลังเอื้อมไปจับลูกบิดค้างเติ่ง เธอนิ่งงันไปชั่วขณะกับความบ้าคลั่งที่คาดไม่ถึงของชายหนุ่ม ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงโปรดของศรุต ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปาก ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลปริศนา ดวงตารingคมกริบกวาดมองทั้งคู่ด้วยความสมเพชเวทนา "อุ๊ย... ดูเหมือนฉันจะมาขัดจังหวะการบอกลาอันแสนซาบซึ้งสินะครับ?" ศรุตเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะทำงานของคินน์อย่างไม่เกรงใจ "พอดีผมเอา 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' มาให้คุณดูหน่อย ว่าเลขาฯ คนเก่งของคุณน่ะ... เขาแอบไปทำธุรกรรมอะไรลับหลังคุณบ้าง!" คินน์หรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างจนศรุตถึงกับผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว แต่รอยยิ้มเยาะบนใบหน้าของศรุตกลับยิ่งกว้างขึ้น เมื่อเขาเอ่ยประโยคต่อมาที่ทำให้ลินินหน้าถอดสี "เธอรับเงินสิบล้านจากบัญชีลับของผม เพื่อแลกกับการส่งมอบรหัสผ่านโปรเจกต์หลักให้ตระกูลเรา... ยังไงล่ะครับ คุณคินน์ผู้ยิ่งใหญ่!" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%