เสียงหัวเราะเยาะเย้ยในห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางย่านธุรกิจดังสะท้อนก้อง จนแทบจะกลบเสียงฝนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างกระจกใสบานยักษ์ เอกสารนับร้อยฉบับถูกกวาดกองรวมกันไว้บนโต๊ะหินอ่อนราคาแพง ราวกับเศษขยะไร้ค่า และผู้ที่ยืนอยู่เหนือซากปรักหักพังเหล่านั้นไม่ใช่ใครอื่น—แต่เป็นศรุต ทายาทตระกูลดังผู้มีแววตาหยิ่งผยองและรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก
"เกมพลิกเร็วกว่าที่คิดนะคินน์" ศรุตเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันพลางเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเป็นจังหวะ "นายคิดว่าการมีเงินหนาชั่วคราวจะช่วยซื้อความภักดีของคนทั้งตลาดได้หรือไง? ตอนนี้หุ้นในมือของนายกำลังดิ่งลงเหว คู่ค้าทุกรายถอนตัว และธนาคารทุกแห่งปฏิเสธที่จะปล่อยสินเชื่อเพิ่ม... นายมันก็แค่ไอ้สวะที่โชคดีชั่วคราวเท่านั้นแหละ"
รอบตัวศรุตยังมีกลุ่มนักธุรกิจทรงอิทธิพลอีกหลายรายที่รวมตัวกันเป็นพันธมิตรเฉพาะกิจ พวกเขาทั้งหมดต่างจ้องมองมาที่คินน์ด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์และสมเพชเวทนา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่ หรือประธานกรรมการบริหารธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง ทุกคนต่างผนึกกำลังกันเพื่อบดขยี้อาณาจักรธุรกิจของคินน์ให้แหลกคาคามือในคราวเดียว โดยไม่มีทางให้พลิกฟื้น
คินน์ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำสนิท ใบหน้าคมคายฉายแววสุขุมเยือกเย็นจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกหรือหวาดกลัวปรากฏให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เขากวาดสายตามองหน้าศัตรูทีละคนด้วยความรู้สึกสมเพชที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า
เคียงข้างกายของคินน์ ลินินยืนตรงสง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะบีบคั้นและดูเหมือนไร้ทางออก แต่นัยน์ตากลมโตคู่นั้นกลับเปล่งประกายความเด็ดเดี่ยวและภักดีอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย มือเรียวบางของเธอยังคงวางนิ่งอยู่บนแท็บเล็ตในมือ พร้อมที่จะจัดการทุกคำสั่งของชายหนุ่มเสมอ ไม่ว่าพายุลูกใหญ่แค่ไหนจะโหมกระหน่ำ เธอก็พร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างเขาจนถึงวินาทีสุดท้าย
"พวกคุณคิดว่านี่คือจุดจบของผมจริงๆ งั้นเหรอคะ?" เสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบที่กดดันในห้องประชุม
ศรุตแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "อย่ามาทำเป็นปากดีเลยคินน์! หลักฐานคาตาขนาดนี้ นายยังมีหน้ามาถามอีกรึไง? บัญชีบริษัทถูกอายัด สินทรัพย์กำลังถูกยึด และในอีกสามสิบนาทีข้างหน้า มติปลดนายออกจากตำแหน่งประธานจะถูกประกาศอย่างเป็นทางการ... ลาขาดล่ะนะ ไอ้สวะ"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก พันธมิตรฝ่ายศรุตต่างพากันยิ้มเยาะด้วยความสะใจ พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะลิ้มรสชาติแห่งชัยชนะอันหอมหวาน
คินน์ไม่ได้โต้เถียง เขากลับยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อย—รอยยิ้มที่ทำให้ศรุตถึงกับขมวดคิ้วด้วยความไม่สบายใจอย่างประหลาด
"ลินิน" คินน์เอ่ยเรียกเสียงเรียบ
"ค่ะคุณคินน์" เลขาฯ สาวขานรับทันที พร้อมกับก้าวออกไปหนึ่งก้าว
"จัดการเปิดระบบสำรอง แล้วโอนเงินเข้าบัญชีกลางของกลุ่มพันธมิตรผู้ทรงเกียรติเหล่านี้... ทีละราย"
ศรุตและพรรคพวกชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกันราวกับได้ยินเรื่องตลกที่สุดในรอบปี "โอนเงิน? นายนี่มันสติเพี้ยนไปแล้วหรือไง บัญชีนายถูก—"
*ติ๊ง!*
เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ ตามมาด้วยเสียงเตือนจากเครื่องอื่นๆ ของบรรดานักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่ยืนรายล้อมศรุตทีละเครื่อง ส, สอง, สาม... และดังติดต่อกันจนแทบจะประสานเสียง
ศรุตขมวดคิ้วด้วยความฉุนเฉียว เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาดูด้วยความหงุดหงิด ทว่าทันทีที่ดวงตาคู่คมกวาดมองตัวเลขบนหน้าจอ สีหน้าสีเลือดฝาดของเขาก็เปลี่ยนเป็นซีดเผือดราวกับกระดาษทิชชูในพริบตาเดียว!
ยอดเงินในบัญชีที่โอนเข้ามา... ไม่ใช่หลักล้านหรือหลักร้อยล้าน แต่มันคือตัวเลขมหาศาลที่สามารถซื้อกิจการของพวกเขาทั้งหมดรวมกันได้ถึงสามรอบ แถมยังมาพร้อมกับเอกสารสัญญาจำนองหุ้นและอำนาจการบริหารที่ถูกโอนกรรมสิทธิ์กลับมาหาคินน์โดยสมบูรณ์แบบเบ็ดเสร็จ!
"มะ... เป็นไปไม่ได้!" ศรุตหวีดร้องออกมาอย่างเสียกิริยา ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตื่นตระหนก มือที่ถือโทรศัพท์สั่นเทาจนแทบหลุดร่วง "เงินพวกนี้มาจากไหน! ธนาคารไหนอนุมัติวงเงินบ้าคลั่งแบบนี้ให้แก!"
นักธุรกิจคนอื่นๆ ต่างพากันหน้าถอดสี ล้มฟุบลงบนเก้าอี้ด้วยความสิ้นหวัง เมื่อตระหนักได้ว่าข้อเสนอที่พวกเขาเคยใช้บีบคั้นคินน์ บัดนี้ได้กลายเป็นบ่วงคอที่ย้อนกลับมารัดตัวพวกเขาเองจนหายใจไม่ออก
คินน์ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงสง่าแผ่รังสีอำนาจกดดันจนทุกคนในห้องต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ เขาสอดมือไว้ในกระเป๋ากางเกง มองดูศัตรูที่เคยหยิ่งผยองกำลังสั่นสะท้านอยู่เบื้องหน้าด้วยแววตาราบเรียบ
"เกมยังไม่จบหรอกครับศรุต..." คินน์เอ่ยเสียงเย็นเยียบ "เพราะนี่ต่างหาก... คือจุดเริ่มต้นของการล้างบางอย่างแท้จริง"
ในวินาทีนั้นเอง ประตูห้องประชุมบานใหญ่ก็เปิดผางออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารลับในมือ... แฟ้มที่พร้อมจะทำลายลมหายใจสุดท้ายของศรุตให้ดับสิ้นลงในพริบตาเดียว
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 27
จุดวิกฤต: ศัตรูรวมตัวกัน
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!