เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 28

สถานการณ์ตึงเครียด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เสียงเอกสารปึกใหญ่ที่ถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังสะท้อนก้องห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัดเสียจนแทบจะหยิบจับความตึงเครียดขึ้นมาได้ด้วยมือเปล่า ศรุตยืนค้ำโต๊ะด้วยสองมือ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะที่พยายามซ่อนความสะใจไว้อย่างมิดชิด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับพราวระยับด้วยความหยิ่งผยอง "เกมพลิกแล้วล่ะคุณคินน์... หุ้นล็อตใหญ่ในมือคุณตอนนี้ กลายเป็นกระดาษไร้ค่าไปเรียบร้อยแล้วนะคะ" เสียงเย้ยหยันของศรุตดังขึ้น ท่ามกลางบอร์ดบริหารที่นั่งเงียบกริบ ไม่มีใครกล้าสบตากับอดีตพนักงานต๊อกต๋อยที่ก้าวขึ้นมาเทียบชั้น แต่ในเวลานี้กำลังเพลี่ยงพล้ำอย่างหมดรูป คินน์ไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง ใบหน้าคมคายยังคงความสุขุมเยือกเย็นเอาไว้ได้อย่างน่าประหลาด นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเสียงเพลงเบาๆ ในยามบ่าย มากกว่าจะมารับฟังข่าวร้ายเรื่องการสูญเสียทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้าน ลินินที่ยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้างกายเขาในฐานะเลขาฯ สาวคู่ใจ เธอยกมือขึ้นจัดระเบียบสูทสีดำสนิทของตนเองเล็กน้อย ใบหน้าสวยเฉี่ยวนิ่งเรียบไร้ร่องรอยความหวาดกลัว ดวงตาคู่คมกวาดมองสีหน้าของบรรดาผู้บริหารที่เคยเลียแข้งเลียขาคินน์ แต่วันนี้กลับทำตัวเป็นนกสองหัวได้อย่างน่าสมเพช "คุณศรุตมั่นใจขนาดนั้นเชียวหรือคะ ว่าสิ่งที่สูญเสียไป... คือทั้งหมดที่พวกเรามี" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับเยือกเย็นเสียจนศรุตชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มบนใบหน้าของศรุตกระตุกวูบ ก่อนจะกลับมาเหยียดยิ้มกว้างกว่าเดิม "อย่ามาทำปากเก่งเลยน่าลินิน! บัญชีหลักของบริษัทลูกถูกฟรีซ ทรัพย์สินสำรองถูกอายัดตามคำสั่งศาลชั่วคราว แกไม่มีเงินสดแม้แต่บาทเดียวที่จะมาซื้อหุ้นคืนในรอบนี้แล้ว คินน์! แกมันก็แค่ไอ้สวะที่โชคดีชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้นแหละวะ!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศในห้องบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ คินน์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาคู่ปรับตัวฉกาจ แววตาของชายหนุ่มลẫกซึ้งและว่างเปล่า ราวกับหลุมดำที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง "ผมยอมรับ... ว่าแผนการบล็อกบัญชีหลักของคุณมันยอดเยี่ยมมาก ศรุต" คินน์เอ่ยปากพูดขึ้นเป็นครั้งแรก น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงพลังสะกดทุกคนในห้องให้ต้องเงี่ยหูฟัง "การที่คุณใช้เส้นสายทางตระกูลกดดันธนาคารใหญ่ มันทำให้ผมเสียสภาพคล่องไปร่วมสี่พันล้าน... เป็นตัวเลขที่เจ็บปวดทีเดียว" ศรุตหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นอย่างสะใจ "รู้ตัวก็ดี! ทีนี้ก็ก้มหัวลงแล้วไสหัวออกไปจากบริษัทนี้ซะ!" "แต่..." คินน์เว้นจังหวะ เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างบางเบา ทว่ากลับทำให้ศรุตรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ "คุณลืมไปอย่างหนึ่งนะศรุต... คนที่เล่นหมากรุกระดับปรมาจารย์ เขาไม่เคยเดินเกมโดยมีแผนสำรองแค่อันเดียวหรอก" ทันทีที่สิ้นคำพูดของคินน์ เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือของบรรดาบอร์ดบริหารนับสิบชีวิตก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย เสียง "ติ๊ง!" หลายสิบครั้งประสานกันจนน่ากลัว ศรุตขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่เข้าใจ เขารีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดู หน้าจอแสดงผลของแอปพลิเคชันตลาดหลักทรัพย์และรายงานบัญชีการเงินทำให้สีหน้าของศรุตเปลี่ยนจากสีเลือดฝาดเป็นซีดเผือดในพริบตา! "ทะ... ทำไมวะ!?" ศรุตครางออกมาด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อเห็นตัวเลขมหาศาลถูกโอนเข้ามาจากแหล่งทุนปริศนาที่อยู่นอกเหนือการควบคุม และที่สำคัญที่สุด... หุ้นที่เขาเพิ่งทุ่มเงินซื้อต่อมาจากตลาดมืด กำลังถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงโดยนอมินีปริศนาในนามของ "บริษัทในเครือวานิลลาโฮลดิ้ง" ลินินแอบอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของศรุต เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพร้อมกับเปิดแท็บเล็ตในมือให้ทุกคนในห้องเห็นภาพกราฟการเงินที่พุ่งทะยานสวนทางกับสิ่งที่ศรุตคาดการณ์ไว้อย่างสิ้นเชิง "ดิฉันต้องขอขอบคุณคุณศรุตจริงๆ นะคะ ที่ช่วยทุบราคาหุ้นในรอบนี้ลงมาจนต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ทำให้พวกเราสามารถกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดกลับมาได้ในราคาที่ถูกแสนถูก... ประหยัดงบประมาณไปได้ตั้งหลายร้อยล้านแน่ะค่ะ" น้ำเสียงของลินินเต็มไปด้วยความสุภาพที่เชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "แก... แกเล่นตลกอะไรวะคินน์! เงินบ้าอะไรตั้งหมื่นล้านถึงได้สำรองไว้เยอะขนาดนี้!?" ศรุตสติหลุด ร้องตะโกนออกมาอย่างลืมตัว ภาพลักษณ์ทายาทตระกูลดังผู้สูงส่งพังทลายไม่เป็นท่า สองขาของเขาเริ่มสั่นเทาเมื่อตระหนักได้ว่า ตนเองต่างหากที่ตหลุมพรางที่คินน์ขุดรอไว้ตั้งแต่แรก คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้สูทสั่งตัดพิเศษเดินเข้าไปใกล้ศรุตช้าๆ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา จนศรุตต้องก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ "เงินที่ได้จากการทำงานหนัก... และระบบที่ไม่มีวันล่มสลายยังไงล่ะ" คินน์กระซิบเสียงต่ำชิดใบหูของอีกฝ่าย ดวงตาคู่คมจ้องมองศรุตด้วยความสมเพชเวทนา "คุณคิดว่าการอายัดบัญชีธนาคารในประเทศจะหยุดผมได้เหรอ? โลกนี้มันกว้างใหญ่เกินกว่าที่คุณจะจินตนาการนะศรุต" ในวินาทีนั้นเอง เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอก ดึงความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมองที่กระจกใสบานยักษ์ เฮลิคอปเตอร์หรูหราลำเลิศล้ำสมัยกำลังร่อนลงจอดบนลานจอดดาดฟ้าส่วนตัวของตึก พร้อมกับร่างของบุคคลระดับวีไอพีในชุดสูทสากลหลายคนก้าวลงมาพร้อมกระเป๋าเอกสารสีดำสนิท—ตัวแทนจากกองทุนระดับโลกที่บินตรงมาเพื่อเซ็นสัญญาM&Aกับคินน์โดยเฉพาะ ศรุตเข่าทรุดฮวบลงกับพื้นห้องประชุมอย่างไร้เรี่ยวแรง ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด เมื่อรู้ว่าเกมนี้... เขาพ่ายแพ้ให้กับผู้ชายที่ตนเองเคยเหยียบย่ำว่าเป็นแค่ "สวะ" อย่างราบคาบและไม่มีวันพลิกฟื้น คินน์ปัดเสื้อสูทของตนเองเบาๆ ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ลินินเตรียมตัวสำหรับดีลประวัติศาสตร์ครั้งต่อไป "ไปกันเถอะลินิน... เรายังมีงานชิ้นใหญ่รอให้จัดการอีกเยอะ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ ลินินพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มมั่นใจ ก่อนที่ทั้งสองจะหันหลังเดินออกจากห้องประชุมท่ามกลางสายตาหวาดผวาและคุกเข่าสยบยอมของทุกคน—ทว่าในวินาทีที่ประตูกำลังจะปิดลง เสียงโทรศัพท์มือถือของคินน์ก็สั่นขึ้นพร้อมข้อความเตือนจากระบบลับที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ: *"ตรวจพบการเคลื่อนไหวของบุคคลปริศนา... ผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่งที่แท้จริงกำลังเดินทางมาถึงล็อบบี้ชั้นล่างในอีก 3 นาทีนี้"* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%