เสียงกระดาษรายงานสถานะทางการเงินถูกโยนลงบนโต๊ะไม้สักราคาแพงระยับดัง *ปึก* สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งห้องทำงานใหญ่ที่มองเห็นวิวใจกลางมหานคร ศรุตหอบหายใจถี่กระชั้น เม็ดเหงื่อกาฬผุดซึมตามไรผมและขมับ ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียดหยามบัดนี้เบิกกว้างจนแทบถลน เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ ด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด
"มันหมายความว่ายังไง! อธิบายมาเดี๋ยวนี้!" ศรุตตบโต๊ะเสียงดังลั่นจนเลขาฯ หน้าห้องสะดุ้งสุดตัวขณะเปิดประตูวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด
"คุณศรุตคะ... แย่แล้วค่ะ! หุ้นของบริษัทเราถูกเทขายอย่างหนักในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่ตลาดเปิดทำการในเวลาไม่ถึงสิบนาที แถม... แถมยังมีนักลงทุนปริศนากว้านซื้อหุ้นทั้งหมดในมือรายย่อยจนหมดเกลี้ยง ตอนนี้สภาพคล่องของเราเป็นศูนย์แล้วค่ะ!"
เสียงรายงานนั้นราสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ศรุตทรุดตัวลงนั่งกระแทกกับเก้าอี้หนังอย่างคนหมดแรง โลกทั้งใบหมุนเคว้งคว้าง สติสัมปชัญญะแทบหลุดลอยเมื่อตระหนักได้ว่าอาณาจักรธุรกิจที่ตระกูลของเขาสร้างสมมาหลายสิบปี กำลังพังทลายลงในพริบตาเดียวโดยที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ
ในขณะเดียวกัน บนเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ลอยตัวอยู่เหนือตึกสูงระฟ้า ลินินกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยบรรจงรินชาอุ่นลงในแก้วกระเบื้องเคลือบพอร์ซเลนอย่างใจเย็น กลิ่นหอมกรุ่นของชา Earl Grey ลอยละล่องตัดกับบรรยากาศตึงเครียดด้านนอก สายตาคู่สวยเหลือบมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม คินน์ในยามนี้ดูสุขุม เยือกเย็น และทรงพลังเสียจนน่าเกรงขาม เสื้อเชิ้ตสีดำสนิทกับนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือสะท้อนประกายวาววับ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่งที่ขวางทาง
"ดื่มหน่อยไหมคะ ลินินเห็นคุณนั่งมองหน้าจอแท็บเล็ตติดต่อกันเกือบชั่วโมงแล้วนะ" สุภาพสตรีสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน นัยน์ตากลมโตฉายแววห่วงใยเจือความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
คินน์รับแก้วชามาจากมือเรียว ปลายนิ้วอุ่นๆ สัมผัสกันแผ่วเบา เขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเยือกเย็นของนักล่าผู้กำชัยชนะ
"ขอบคุณค่ะลินิน... สำหรับชาอุ่นๆ แก้วนี้ และขอบคุณที่อดทนเคียงข้างผมในวันที่ผมไม่มีอะไรเลย" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างมีความหมาย ลินินสบตาเขาแล้วส่ายหัวเบาๆ
"ลินินไม่เคยต้องการอะไรจากคุณคินน์หรอกค่ะ นอกจากการได้เห็นคนพวกนั้นชดใช้ในสิ่งที่เคยทำกับคุณ" คำพูดของเธอนิ่งสนิทแต่มั่นคง ราวกับประกาศิตที่ย้ำเตือนว่าผู้หญิงคนนี้คือคนที่พร้อมจะเผาโลกทั้งใบเพื่อเขา
คินน์หันกลับมามองหน้าจอแท็บเล็ตในมืออีกครั้ง บนหน้าจอนั้นแสดงกราฟสถานะทางการเงินของ "ศรุต กรุ๊ป" ที่ดิ่งเหวลงจนกลายเป็นเส้นตรงดิ่งสู่ศูนย์อย่างน่าสยดสยอง ระบบอัจฉริยะในหัวของเขาทำงานอย่างต่อเนื่องด้วยคำสั่งซื้อขายมูลค่ามหาศาล ทุกตัวเลข ทุกทศนิยมถูกคำนวณมาอย่างแม่นยำเพื่อบดขยี้คู่ปรับให้จมดินโดยไม่เหลือทางให้ดิ้นรน
"สิบนาทีที่ผ่านมา... เพียงพอที่จะทำให้คนตระกูลศรุตกลายเป็นขอทานข้างถนนแล้วล่ะค่ะ" คินน์เอ่ยเสียงเรียบ แต่ทรงพลังพอกระชากวิญญาณคนฟัง
ตัดภาพกลับมาที่ห้องทำงานของศรุต เสียงโทรศัพท์บนโต๊ะแผดเสียงกรีดร้องราวกับจะประกาศความพินาศ ศรุตมือสั่นเทาหยิบมันขึ้นมาด้วยความหวังอันริบหรี่ เผื่อว่าจะมีนักลงทุนรายใหญ่สักคนยื่นมือเข้ามาช่วยพยุงบริษัทที่กำลังจมน้ำ
"ฮัลโหล! รีบปล่อยกู้ให้บริษัทเราด่วน! ผมให้ดอกเบี้ยสองเท่า—"
"ขอโทษด้วยครับคุณศรุต ทางธนาคารของเราไม่สามารถอนุมัติวงเงินให้ได้อีกต่อไปแล้วครับ และเกรงว่า... ทางเราต้องขอเรียกเก็บหนี้สินทั้งหมดที่บริษัทของคุณค้ำประกันไว้ภายในวันนี้ทันที มิฉะนั้นเราจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด" เสียงปลายสายตัดเยื่อใยอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะกดวางสายใส่หน้าทันที
*ตู๊ด... ตู๊ด...*
ศรุตปล่อยโทรศัพท์ร่วงหลุดจากมือกระแทกพื้นกระจنكแตกกระจาย ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเชิดชูบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ชิงชัง และความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ เขาเพิ่งตระหนักได้ในวินาทีนี้เองว่า คู่ต่อสู้ที่เขาเคยหัวเยาะเย้ยหยันว่าเป็นแค่ "สวะไร้ค่า" ในอดีต ได้กลายร่างเป็นยักษ์ใหญ่ผู้ถือครองอำนาจเงินมหาศาลที่สามารถบดขยี้เขาได้ด้วยปลายนิ้ว
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่ร่างของบิดาผู้ชราภาพของศรุตจะเดินโซเซเข้ามาในห้อง ใบหน้าของประธานอาวุโสเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและรอยน้ำตา
"ศรุต... ลูก... เราจบแล้ว... บ้านของเราถูกอายัด บัญชีธนาคารทุกบัญชีถูกฟรีซหมดแล้ว มีคนกว้านซื้อหนี้ทั้งหมดของเราไปครอบครอง... เขาเป็นใคร... ลูกไปสร้างศัตรูตัวฉกาจที่ไหนมา!" ผู้เป็นพ่อโหยหวนด้วยความสิ้นหวัง
ศรุตกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เลือดสีสดซึมไหลออกมาแต่เขาไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย สมองของเขาขาวโพลน ภาพของคินน์ในชุดสูทราคาถูกเมื่อหลายปีก่อนซ้อนทับกับภาพของมหาเศรษฐีผู้ลึกลับที่กวาดซื้อทุกอย่างไปในวันนี้ ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้ากลางหน้าอกจนเขาแทบกระอักเลือด
บนเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินวนอยู่เหนือตึกสำนักงานใหญ่ของศรุต กรุ๊ป คินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาทรงอำนาจมองผ่านกระจกใสลงไปยังตึกเบื้องล่างที่เปรียบเสมือนสุสานของตระกูลศรุต ลินินขยับกายลุกขึ้นยืนเคียงข้าง มือเรียวสอดประสานเข้ากับฝ่ามืออุ่นของชายหนุ่มอย่างแนบแน่น
"คุณคินน์คะ..." ลินินเอ่ยเรียกแผ่วเบา ขณะแหงนมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายผู้กุมหัวใจเธอ "เราจะไปไหนกันต่อคะ?"
คินน์หันมาสบตาเธอนิ่ง รอยยิ้มอบอุ่นแต่ทรงเสน่ห์ระบายบนริมฝีปาก เขากุมมือเธอให้แน่นขึ้นก่อนจะเอ่ยกระซิบเบาๆ ใกล้ใบหู
"ไปเซ็นสัญญาซื้อกิจการชิ้นสุดท้าย... ที่ศรุตมันรักที่สุดยังไงล่ะคะ"
ทว่า... ในวินาทีที่เฮลิคอปเตอร์กำลังจะเร่งเครื่องบินออกจากน่านฟ้านั้น หน้าจอแท็บเล็ตในมือของคินน์ก็ปรากฏข้อความแจ้งเตือนแปลกประหลาดขึ้นมา เป็นตัวเลขจำนวนเงินมหาศาลที่ถูกโอนออกจากบัญชีลับของเขาไปยังบุคคลปริศนา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนไว้ด้วยลายมืออักษรดิจิทัลว่า... *"ขอบคุณสำหรับเหยื่ออันโอชะนะ คินน์... แต่เกมนี้ นายไม่ใช่ผู้ชนะคนเดียวหรอก"*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจในบทนี้ด้วยกันนะคะ
เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 13
ทุ่มเงินซื้อกิจการที่ศัตรูรักที่สุด
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!