เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย•ตอนที่ 33

ของขวัญที่ใหญ่ที่สุด

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"เซ็นชื่อตรงนี้ค่ะคุณลินิน... ทุกอย่างก็จะสมบูรณ์ตามกฎหมาย" เสียงทุ้มต่ำของทนายความอาวุโสประจำตระกูลดัง ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางมหานคร ที่ซึ่งเวลานี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวอันโอ่อ่าและเงียบสงบ บรรยากาศรอบกายอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสำเร็จและอำนาจที่ถูกหลอมรวมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ลินินกะพริบตาปริบๆ มองเอกสารปกหนังสีดำสนิทที่ประทับตราโลโก้ทองคำนูนต่ำของกลุ่มบริษัทในเครือ 'คินน์โฮลดิ้ง' ซึ่งแผ่ขยายอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมทั้งอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรี เทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ และเครือข่ายโลจิสติกส์ข้ามชาติ มูลค่ารวมของมันมหาศาลจนเกินกว่าที่สามัญชนคนธรรมดาจะจินตนาการถึงได้หมดภายในชั่วชีวิตเดียว มือเรียวบางของเลขาฯ สาวสั่นเทาเล็กน้อยยามที่นิ้วเรียวแตะลงบนด้ามปากกาหมึกซึมราคาแพง นี่ไม่ใช่แค่สัญญาซื้อขายหุ้นธรรมดา... แต่มันคือการ "โอนกรรมสิทธิ์เบ็ดเสร็จ" ให้เธอกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดคนใหม่ของอาณาจักรหมื่นล้านแห่งนี้ ดวงตากลมโตคู่สวยเงยขึ้นสบมองบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า—คินน์ ชายหนุ่มผู้กุมชะตากรรมของคนนับหมื่นเอาไว้ในกำมือ ในอดีต... เขาเคยเป็นเพียงพนักงานระดับล่างสุดที่ถูกเหยียบย่ำ ถูกตราหน้าว่าเป็นแค่ไอ้สวะไร้ค่าจากปากของพวกคนรวยหน้าเงินอย่างศรุตและพรรคพวก ในวันที่ฝนตกกระหน่ำและไม่มีใครเหลียวแล มีเพียงเธอ—ลินิน—ที่คอยซับน้ำตา ยื่นร่มคันเก่าและแบ่งปันขนมปังประทังชีวิตให้เขาด้วยความจริงใจโดยไม่เคยคาดหวังสิ่งตอบแทนใดๆ แต่วันนี้... เสื้อเชิ้ตสีขาวราคาถูกและแววตาที่เต็มไปด้วยความสิ้นหวังในวันนั้นได้หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย เบื้องหน้าเธอคือประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล สวมสูทสั่งตัดเข้ารูปจากมิลาน นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือคือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นที่มีเพียงสามเรือนในโลก และเหนือสิ่งอื่นใด... แววหน้าที่มองมายังเธอนั้นยังคงอบอุ่น ลึกซึ้ง และเปี่ยมไปด้วยความรักความภักดีเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยน "คุณคินน์คะ... ลินินรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ มัน... มันมากเกินไป มากเกินกว่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะคู่ควรด้วยซ้ำ" ลินินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก พยายามดันแฟ้มเอกสารกลับไปเบาๆ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและภาพความทรงจำในยามที่เขาลำบากยังคงเด่นชัดอยู่ในความรู้สึก คินน์ระบายยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้ทรงพลังเยือกเย็นเหมือนยามที่เขาต้องฟาดฟันกับเหล่าศัตรูในแวดวงธุรกิจ แต่เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนและมีเพียงเธอเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิด น้อมตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกันกับหญิงสาว ปลายนิ้วอุ่นจัดเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียแก้มเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยกระแสไฟฟ้าจางๆ ที่ทำเอาลมหายใจของลินินสะดุดกく "ไม่มีอะไรที่มากเกินไปสำหรับคุณหรอกครับ... ลินิน" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าหนักแน่นก้องกังวานในความเงียบ "ในวันที่ผมเหลือแต่ตัว ในวันที่โลกทั้งใบพาก nhauรุมกระทืบผมให้จมดิน มีคุณคนเดียวที่ยืนอยู่ข้างผม เช็ดแผลให้ผม และบอกว่าผมยังมีค่า... บริษัทพวกนี้ มูลค่าพวกนี้ หรือแม้แต่ลมหายใจของผมในตอนนี้ มันก็เป็นของคุณตั้งแต่แรกอยู่แล้ว วันนี้ผมแค่นำมันกลับมาคืนเจ้าของที่แท้จริงเท่านั้นเองค่ะ" คำพูดนั้นสะท้อนลึกเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจ น้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่หน่วยตาของลินินอย่างห้ามไม่อยู่ ความทรงจำอันแสนเจ็บปวดและคราบน้ำตาในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาเป็นฉากๆ แต่ในวินาทีนี้... มันถูกชำระล้างจนหมดสิ้นด้วยความรักและความมั่นคงที่ชายหนุ่มมอบให้ ในขณะที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งตรึงตรา เสียงเคาะประตูก็กระแทกเข้ามาอย่างรุนแรงและไร้มารยาท ทำลายความเงียบงันลงทันที ปัง! ปัง! ปัง! ยังไม่ทันที่ใครจะอนุญาต ประตูบานคู่หรูหราก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเกรงใจ ร่างของศรุต ทายาทตระกูลดังผู้เคยเย่อหยิ่งและเหยียดหยามคินน์ ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวและริษยา ด้านหลังของเขามีกลุ่มผู้ถือหุ้นเก่าแก่และบอร์ดบริหารบางคนที่แอบแปรพักตร์เดินตามเข้ามาสมทบด้วยท่าทีหวาดหวั่น "นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! คินน์!" ศรุตแผดเสียงลั่นห้อง ประชิดตัวเข้ามาพร้อมชี้หน้าอดีตพนักงานที่ตนเคยเหยียบย่ำ "แกคิดว่าแกเป็นใคร ถึงกล้าเรียกประชุมด่วนเพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นทั้งหมด! แกมันก็แค่ไอ้สวะที่ฉันเคยเขี่ยทิ้ง! หุ้นทั้งหมดในบริษัทนี้ควรเป็นของตระกูลฉัน ไม่ใช่ของเลขาฯ ชั้นต่ำคนนี้!" บรรยากาศในห้องประชุมพลิกผันจากความหวานซึ้งกลายเป็นความตึงเครียดทันที บอร์ดบริหารหลายคนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นท่าทีเกรี้ยวกราดของศรุต ขณะที่ลินินเผลอขยับตัวถอยหลังด้วยสัญชาตญาณ แต่คินน์กลับคว้ามือเรียวบางของเธอมาจับไว้มั่น สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นใจและอำนาจเด็ดขาดมาให้จนความหวาดกลัวทั้งหมดมลายหายไป คินน์ค่อยๆ หันกลับมามองศรุต สายตาคู่คมกริบกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งขั้วโลก มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่าและเปี่ยมด้วยพิษสงที่พร้อมจะขยี้ศัตรูให้แหลกคาเท้า "ศรุต... แกยังโง่และปากดีไม่เปลี่ยนเลยสินะ" คินน์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังกดดันจนคนฟังต้องผงะถอย "แกคิดว่าที่ผ่านมา แกไล่ฉันออกจากบริษัท แกกดดันฉันจนมุม แล้วแกชนะงั้นเหรอ? แกมันก็แค่หุ่นเชิดโง่ๆ ที่วิ่งตามเกมที่ฉันขีดเอาไว้ตั้งแต่ต้นต่างหาก" "แก! ไอ้สารเลว!" ศรุตหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความแค้น เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน มือหนากำหมัดแน่นจนสั่นเทา "แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน! แกคิดว่าแกมีเงินแค่ไม่กี่บาทแล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ? ฉันจะฟ้องศาล! ฉันจะทำลายแกและอีเลขาฯ สำส่อนนี่ให้ไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะกลบหน้า!" คินน์ไม่ได้แสดงอาการโกรธเคืองแม้แต่น้อย ชายหนุ่มเพียงแค่หัวנסออกมาเบาๆ ในลำคอ ราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขันจากเด็กน้อยไร้เดียงสา มืออีกข้างหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมากดสไลด์หน้าจอสองสามครั้งก่อนจะส่งสัญญาณบางอย่าง ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูครั้งใหม่ดังขึ้นอย่างเป็นทางการ และก่อนที่ศรุตจะได้โวยวาย ประตูห้องประชุมก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากกรมสอบสวนคดีพิเศษและตัวแทนอัยการสูงสุด พร้อมกับเอกสารกองโตในมือ "เรียนท่านประธานคินน์ และท่านประธานลินินครับ..." หัวหน้าชุดเจ้าหน้าที่เอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อมอย่างถึงที่สุด โค้งคำนับให้คินน์และลินินอย่างพร้อมเพรียง ทำเอาศรุตและพรรคพวกถึงกับอ้าปากค้าง ตาโตด้วยความช็อกสุดขีด "พวกเราได้รับมอบหมายจากศาลให้อายัดทรัพย์สินทั้งหมดของนายศรุตและตระกูล รวมถึงหลักฐานการทุจริตยักยอกเงินบริษัทที่ถูกส่งมอบมาอย่างครบถ้วนแล้วครับ" สีหน้าของศรุตเปลี่ยนจากสีแดงก่ำด้วยความโกรธกลายเป็นซีดเผือกราวกับกระดาษชำระ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีดเมื่อตระหนักได้ว่า บ่วงหนามที่เขากำลังจะใช้เล่นงานคนอื่น กลับถูกตลบหลังและรัดคอตัวเองจนหายใจไม่ออก คินน์หันมามองหน้าลินิน รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นอีกครั้ง เขาดึงปากกาหมึกซึมราคาแพงมาวางไว้ในมือของหญิงสาวอย่างนุ่มนวล พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงกระเส่าพร่าข้างใบหูที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ "เซ็นชื่อของคุณลงไปเลยครับ... ลินิน ที่รักของผม" ลินินสูดลมหายใจเข้าลึก and ตัดสินใจจรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นสุดท้าย ท่ามกลางเสียงกรีดร้องด้วยความสติแตกของศรุตที่ดังลั่นห้อง และวินาทีที่หมึกสีดำจรดลงบนบรรทัดสุดท้ายนั้นเอง— หน้าจอแท็บเล็ตส่วนตัวของคินน์ก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความยืนยันการโอนถ่ายกรรมสิทธิ์ 100% ที่ปรากฏตัวอักษรสีทองอร่ามเด่นหร่า และเสียงระบบแจ้งเตือนยอดเงินหมื่นล้านที่ถูกโอนเข้าบัญชีส่วนตัวของลินินแบบเรียลไทม์ผ่านการอนุมัติด้วยบัตรเครดิตดำไร้ขีดจำกัดวงเงิน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินเคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เลขาฯ บำเรอรักฉบับเหมาจ่าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%