เสียงคำรามกึกก้องจากห้วงมิติเบื้องบนประดุจเสียงทัณฑ์สวรรค์พิโรธ ม่านเมฆาอัสนีสีชาดแผ่ขยายปกคลุมทั่วทั้งยอดเขาดาราดับสูญ บรรยากาศรอบกายบีบคั้นจนกระดูกในร่างส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ ฝ่ามือของราชันโลหิตแผ่พุ่งไอทมิฬปกคลุมรัศมีพันลี้ กดทับร่างของพวกเขาราวกับขุนเขาหินผาทั้งลูก
"เย่เฉิน... เจ้าไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือแห่งความตายนี้ไปได้!" เสียงหัวร่อเย้ยหยันดังก้องสะท้านปฐพี
เย่เฉินยืนหยัดอย่างมั่นคง ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์ในมือชี้ลงพื้น ด้ามกระบี่สั่นระริกตามกระแสลมปราณที่เดือดพล่านในกาย ดวงตาคมกริบฉายแววทระนงดุจพญาอินทรี ทว่ายามที่เขาเหลือบมองสตรีข้างกาย แววตานั้นกลับอ่อนโยนลงวูบหนึ่งอย่างไม่น่าเชื่อ
มู่หลานยืนสงบนิ่งอยู่เคียงข้าง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามแรงพายุ ไอเย็นยะเยือกแผ่พุ่งออกจากร่างจนเกล็ดน้ำแข็งก่อตัวเป็นรูปดอกบัวเหมันต์ใต้ฝ่าเท้า ใบหน้างามล้ำเลิศไร้ซึ่งความหวาดหวั่น มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและมั่นคง ดุจเซียนสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อกฎเกณฑ์ฟ้าดิน
"เฉินหลาง..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่ากังวานชัดในจิตวิญญาณ "รอนานหรือไม่... ข้าพร้อมแล้ว"
คำว่า 'เฉินหลาง' จากปากเซียนสาวผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งผู้นี้ มีค่าดั่งคำประกาศิตที่สลักลงบนดวงใจ เย่เฉินแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเชื่อมั่นและจิตวิญญาณนักสู้ที่ถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด
"ร่วมเป็นร่วมตาย เคียงบ่าเคียงไหล่... วันนี้ ต่อให้เป็นเบื้องบนที่กำหนดจุดจบ พวกเราก็จะสับเปลี่ยนมันเสีย!"
สิ้นคำพูดของเย่เฉิน อักขระเวทโบราณนับล้านตัวก็สว่างวาบขึ้นทั่วร่างของทั้งสอง มู่หลานสะบัดข้อมือเบาๆ กระบี่ธารน้ำแข็งร้อยปีพุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ ประสานพลังกับกระบี่ไร้ลักษณ์ของเย่เฉิน เกิดเป็นลำแสงสีครามและสีทองสพลั่งพุ่งพ่านเสียดแทงทะลุชั้นเมฆา
นี่คือวิชาผสานจิตวิญญาณขั้นสูงสุด— "วิถีกระบี่บรรจบดารา"
พลังปราณเซียนบริสุทธิ์ของมู่หลานหลั่งไหลเข้าสู่ร่างของเย่เฉินอย่างไร้รอยต่อ ขณะที่จิตวิญญาณกระบี่อันดุดันและอิสระเสรีของเย่เฉินก็โอบอุ้มปกป้องไอเย็นของนางไว้เช่นกัน การประสานกันระหว่างหยินและหยาง ความแข็งแกร่งและความอ่อนโยน ความตายและการกำเนิดใหม่ หลอมรวมเป็นพลังงานสายหนึ่งที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน
"เป็นไปไม่ได้! พลังบำเพ็ญระดับนี้... พวกเจ้าทำได้อย่างไร!" ราชันโลหิตเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก ไอทมิฬรอบกายเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันอันไร้ลักษณ์แต่ทรงพลังยิ่งยวด
เย่เฉินก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ร่างทั้งร่างราวกับกลายเป็นส่วนหนึ่งของจักรวาล ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายเจิดจ้าดั่งดวงดาวในยามค่ำคืน เขาไม่ได้เงื้อมือฟาดฟันออกไปตามอำเภอใจ หากแต่เคลื่อนไหวไปตามสัจธรรมแห่งธรรมชาติ กระบี่ในมือไร้ซึ่งรูปทรง ไร้ซึ่งขอบเขต แต่อนุภาพกลับครอบ
"รับกระบี่นี้... จากพวกเรา!"
สิ้นเสียงตวาด ประกายกระบี่สายหนึ่งก็พาดผ่านห้วงมิติ มันไม่ใช่แค่การโจมตีด้วยกำลังภายใน แต่เป็นการผสานพลังของสองดวงใจที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว แสงสว่างเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์แรกเบิกฟ้าพุ่งเข้าปะทะกับไอทมิฬของราชันโลหิตอย่างจัง
เปรี้ยง! ตูม!
เสียงระเบิดกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว ยอดเขาดาราดับสูญสั่นสะเทือนราวกำลังจะพังทลายลงมา แรงปะทะแผ่ขยายเป็นคลื่นกระแทกทำลายล้างทุกสิ่งในรัศมีร้อยลี้ หินผาแตกละเอียดเป็นผุยผง ม่านเมฆาอัสนีถูกฉีกกระชากออกเป็น2ซีกด้วยอานุภาพกระบี่อันไร้เทียมทาน
ร่างของราชันโลหิตกระเด็นถอยหลังไปนับร้อยวา กระอักโลหิตสีดำออกมาคำโต ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ขณะที่เย่เฉินและมู่หลานยังคงยืนหยัดเคียงคู่กัน แม้จะมีรอยเลือดเปื้อนที่มุมปากของทั้งสอง ทว่าประกายตาของพวกเขากลับสטว่างเจิดจ้าดั่งกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก
ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ความเงียบงันเข้าปกคลุมสนามรบ และชัยชนะดูเหมือนจะอยู่แค่เอื้อม ท้องฟ้าเบื้องบนที่ควรจะสงบกลับมืดสนิทลงฉับพลัน
รอยแยกมิติสีดำสนิทขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเหนือหัวของพวกเขา แรงกดดันระดับที่ทำให้จิตวิญญาณแทบแตกสลายแผ่ซ่านออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้านไปถึงก้นบึ้งของหัวใจจากเงามืดเบื้องหลังรอยแยกนั้น...
"คิดว่าโค่นหมากตัวหนึ่งบนกระดานได้ แล้วพวกเจ้าจะชนะเกมนี้แล้วอย่างนั้นหรือ... เด็กน้อยทั้งสอง"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านสมรภูมิบทนี้ไปด้วยกันนะครับ พบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 25
พลังผสานดวงดาว
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!