เสียงหัวเราะก้องกังวานดุจภูผาทลายยังคงสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาท ขณะที่ไอสังหารสีโลหิตแผ่พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องนภาดุจเสาค้ำยันฟ้าดิน แรงกดดันจากขอบเขตวิญญาณโบราณถาโถมเข้าใส่จนกระดูกทั่วร่างเย่เฉินส่งเสียงลั่นกรอบ ทว่าแววตาของชายหนุ่มกลับทระนงยิ่ง ประหนึ่งยอดเขาไท่ซานที่ต่อให้ฟ้าถล่มลงมาก็มิอาจทำให้ก้มหัว
"ฮ่าๆๆ... คิดว่าตื่นจากการหลับใหลแล้วจะรังแกผู้คนตามอำเภอใจได้หรือไร?"
เย่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ มือขวากุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ปราณกระบี่ไร้รูปไร้รอยแผ่ขยายออกรอบกายราวกับเกราะแก้วโปร่งแสง ทว่าในวินาทีที่ผู้พิทักษ์แห่งสุสานโลหิตกำลังจะก้าวเท้าเข้าประชิด พายุหิมะสีครามเข้มก็พัดกระหน่ำลงมาจากยอดเขาเบื้องบนอย่างไร้สัญญาณเตือน!
อุณหภูมิลดฮวบลงจนถึงขีดสุดในชั่วลมหายใจเดียว เกล็ดน้ำแข็งนับล้านชิ้นกลายเป็นคมดาบอสูรที่หมุนวนเป็นเกลียวคลื่นยักษ์ มันคือ "พายุหิมะเวท ⟪เหมันต์นิรันดร์ผนึกวิญญาณ⟫" ของแท้—เขตอาคมโบราณที่ธรรมชาติและพลังเซียนรังสรรค์ขึ้นเพื่อลงทัณฑ์ผู้ล่วงล้ำ
"ถอยไป!"
เสียงหวานกังสดาลดุจธารน้ำแข็งใสเอ่ยขึ้นอย่างเฉียบขาด มู่หลานพุ่งร่างเพรียวระหงเข้ามาขวางเบื้องหน้า กระบี่เกล็ดเหมันต์ในมือร่ายรำเป็นวงโคจรดารา นางตวัดปลายกระบี่ขึ้นฟ้า อักขระเวทสีครามสว่างวาบขึ้นนับพันตัว หลอมรวมเป็นม่านพลังน้ำแข็งหนาทึบเพื่อต้านทานพายุหิมะที่บดขยี้ทุกสิ่ง
ตูม!
แรงปะทะระຫວ່າງไอสังหารโลหิตและพายุหิมะเวทสร้างคลื่นกระแทกสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น ผู้พิทักษ์แห่งสุสานโลหิตถูกม่านพายุหิมะซัดจนร่างถอยหลังไปสามก้าว แต่นั่นก็แลกมากับการที่มู่หลานกระอักโลหิตสีแดงสดออกมาคำโต หยาดโลหิตนั้นร่วงหล่นลงบนพื้นหิมะ กลายเป็นดอกเหมันต์สีชาดที่งดงามและน่าเวทนาในเวลาเดียวกัน
"คุณหนูมู่!" เย่เฉินพุ่งเข้าไปคว้าข้อศอกเรียวของนางไว้ ปราณอุ่นร้อนจากตันtian (จุดตันเถียน) ของเขาถ่ายเทเข้าไปเพื่อพยุงร่างที่สั่นเทาของนาง
มู่หลานสะบัดหน้าหนีเล็กน้อย แววตาคู่คมที่มักจะเย็นชาดุจน้ำแข็งไร้ความรู้สึก บัดนี้กลับเจือด้วยประกายความดื้อรั้น นางปาดคราบเลือดที่มุมปากออกอย่างไม่ใส่ใจ "ข้าไม่ต้องให้เจ้ามาเวทนา... พายุหิมะนี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขตอาคมนี้กำลังสูบกินพลังวิญญาณของเรา หากยังดื้อดึงแยกกันสู้... เราต้องกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งฝังรากอยู่ที่นี่แน่"
เย่เฉินกวาดสายตามองไปรอบด้าน ทัศนียภาพเบื้องหน้าถูกกลืนกินด้วยสีขาวโพลนและลมหนาวที่กรีดแทะเนื้อหนังจนชาดิก แม้แต่พลังปราณในร่างยังไหลเวียนช้าลงครึ่งส่วน นี่คือความน่ากลัวของหุบเขาเมฆาคล้อยยามเมื่อพิโรธ
"เช่นนั้น... แม่นางมู่มีแผนการอันใดเล่า?" เย่เฉินยิ้มมุมปาก แม้สถานการณ์จะคับขันถึงขีดสุด แต่แววตากลับเปล่งประกายความท้าทาย เขยิบเข้าไปใกล้ร่างบางเพื่อบังกระแสลมหนาวให้ส่วนหนึ่งโดยไม่เอ่ยปากอวดดี
มู่หลานเหลือบมองการกระทำนั้น หัวใจที่ด้านชามาตลอดร้อยปีเกิดอาการกระตุกวูบอย่างประหลาด นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกแปลกปลอมนี้ ก่อนจะกล่าวเสียงเรียบ "เบื้องหน้าคือ 'ถ้ำผาประจิม' ซึ่งเป็นจุดอับลมพายุ หากเราผสานพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ของเจ้าเข้ากับวิชาเหมันต์เก้าสวรรค์ของข้า สร้างเป็น 'โล่กระบี่คู่ผสาน' เราอาจพอมีทางรอด... แต่วิธีนี้ต้องอาศัยความไว้วางใจอย่างแท้จริง หากใครคนใดคนหนึ่งเดินปราณผิดพลาดแม้แต่เสี้ยวลมหายใจ เราจะถูกพลังสะท้อนฉีกร่างเป็นจุลทันที"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของพายุหิมะที่โหมกระหน่ำราวกรรแสง ทั้งสองสบตากันนิ่ง เย่เฉินอ่านความระแวงและคราบความเย่อหยิ่งในดวงตานั้นออก ขณะที่มู่หลานก็มองเห็นความจริงใจและอัธยาศัยอันองอาจที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ผู้ใดในแววตาของชายหนุ่ม
"ความไว้วางใจหรือ?" เย่เฉินยิ้มบาง น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าทรงพลังดึงดูดใจ "ในเมื่อชีวิตนี้ข้าเคยฝากไว้กับคมกระบี่มานับครั้งไม่ถ้วน การจะฝากไว้กับสตรีผู้เย็นชาเช่นท่าน... ก็นับว่าเป็นความเสี่ยงที่น่ารื่นรมย์ยิ่งนัก"
"ปากกล้า!" มู่หลานค้อนขวิดใส่ด้วยหางตา แม้ริมฝีปากจะเอ่ยค่อนขอด แต่มือเรียวกลับยื่นออกไปประสานเข้ากับฝ่ามือหนาของเย่เฉินอย่างแนบแน่น
ทันทีที่ผิวเนื้อสัมผัสกัน กระแสพลังหยินและหยางพวยพุ่งระเบิดออก เย่เฉินโคจรวิชากระบี่ไร้ลักษณ์จนเกิดออร่าสีทองจางๆ ห่อหุ้ม ขณะที่มู่หลานปลดปล่อยปราณเหมันต์บริสุทธิ์ออกมาประสานกันอย่างลงตัว เกิดเป็นเกราะกระบี่หมุนวนรูปทรงดอกบัวเหมันต์ทองคำปกป้องร่างทั้งสองไว้
พวกเขาก้าวเดินฝ่าพายุหิมะเวทมนตร์ทีละก้าวอย่างมั่นคง ไอความอบอุ่นจากฝ่ามือที่กุมกันไว้ถ่ายทอดเข้าหากันและกัน ท่ามกลางความเหน็บหนาวเสียดกระดูก กลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและลึกซึ้งก่อตัวขึ้นในใจของทั้งสองคนอย่างไร้เสียง
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นเขตพายุอันตรายและมองเห็นปากทางเข้าถ้ำผาประจิมอยู่รำไรนั้นเอง
พื้นหิมะเบื้องล่างกลับยุบตัวลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับเสียงคำรามต่ำต้อยที่ดังขึ้นจากใต้พื้นพิภพ—มิใช่เสียงของสัตว์อสูร ทว่ามันคือเสียงกระซิบอันคุ้นเคยที่ดังมาจากเงาสะท้อนในกระจกน้ำแข็ง... เงาของเย่เฉินคนที่สองที่ก้าวออกมาจากความว่างเปล่า พร้อมกับชี้กระบี่จ่อตรงมาที่หัวใจของมู่หลาน!
"ระวัง!" มู่หลานอุทานลั่น ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
---
*หมื่นกระบี่คืนรัง*
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 4
หุบเขาเมฆาคล้อย
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!