คมดาบสีนิลกาฬจ่ออยู่ห่างจากลำคอระหงของนางเซียนน้อยเพียงคืบเดียว หยดโลหิตสีชาดสายหนึ่งไหลรินลงตามผิวเนื้อนวลเนียนดั่งหยกอุ่นตัดกับความเย็นชาของหุบเขาร้าง ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเย่เฉิน ราวกับมีกระบี่นับหมื่นเล่มกรีดแทงลงกลางใจ
"ปล่อยนาง..."
น้ำเสียงของเย่เฉินราบเรียบ ทว่าสั่นเครือด้วยพลังปราณที่อัดอั้นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน รัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาอย่างไร้ทิศทาง บดขยี้พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าจนแตกร้าวเป็นลายใยแมงมุม
ชายชราผู้ถือดาบหัวเราะร่วนด้วยความลำพองใจ แววตาขุ่นมัวเต็มไปด้วยความริษยาและอำมหิต "โอ้... เจ้าหนู เย่เฉิน เจ้าคิดว่าพลังระดับก่อเกิดปราณขั้นเก้าของเจ้า จะช่วยปกป้องสตรีผู้สูงศักดิ์จากสำนักเมฆาคล้อยนางนี้ได้หรือ? น่าขันสิ้นดี!"
มู่หลานไม่แม้แต่จะชายตามองคมดาบที่จ่อคอหอยนาง ใบหน้ารูปไข่ยังคงสงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเพียงประกายตาที่ทอดมองมายังเย่เฉินด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน นางเอ่ยขึ้นเบาๆ เสียงของนางเย็นเยียบดั่งสายลมเหมันต์ "เย่เฉิน... อย่าได้เอาชีวิตของข้า ไปแลกกับวิชาตระกูลเจ้า ข้าเป็นคนเลือกเดินบนเส้นทางนี้เอง..."
"หุบปาก!" เย่เฉินคำรามลั่น ประกายตาดุดันขึ้นวูบหนึ่ง "ข้าไม่เคยยอมให้ผู้ใดต้องมาตายแทนข้า โดยเฉพาะเจ้า... มู่หลาน!"
สิ้นเสียงคำราม ร่างของเย่เฉินก็หายวับไปจากจุดเดิมดั่งภูตผี เทพกระบี่ไร้ลักษณ์มิใช่เพียงกระบวนท่า หากแต่เป็นจิตวิญญาณที่หลอมรวมกับความว่างเปล่า เขาใช้หลักการ 'ไร้ลักษณ์ ไร้ร่องรอย' ทะลวงผ่านม่านอาคมระดับสี่ของชายชราได้อย่างไร้เสียงเตือน
*ฉับ!*
โลหิตสาดกระเซ็นเป็นละอองฝนสีแดงกลางอากาศ แขนข้างที่ถือดาบของชายชราร่วงหล่นลงพื้นพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดสุดขีด ดาบนิลกาฬหลุดจากมือหล่นกระทบศิลาเสียงดังสนั่น มู่หลานอาศัยจังหวะนี้สะบัดกระบี่น้ำแข็งในมือวาดเป็นวงโค้ง ซัดคลื่นความเย็นเข้าใส่ร่างของชายชราจนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว กระอักเลือดออกมาคำโต
ทว่า... ชายชราหาได้หวาดกลัวไม่ เขากุมแขนที่ขาดวิ่นพลантะยานถอยหลังไปยืนอยู่หน้าแท่นบูชาหินโบราณ มุมปากเหยียดยิ้มเหี้ยมเกรียมราวกับปีศาจร้าย "ฮ่าๆๆ... คิดว่าเจ้าชนะแล้วงั้นรึ? เย่เฉิน เจ้ามันก็แค่เด็กโง่ที่วิ่งตามเงาของอดีต!"
มือเหี่ยวย่นคว้าจับกุม 'เศษเหล็กสนิมเขรอะ' ชิ้นหนึ่งที่ฝังอยู่ลึกในแท่นบูชา มันคือเศษชิ้นส่วนของกระบี่หักที่ถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลา แต่ทันทีที่ปลายนิ้วของชายชราสัมผัส มันกลับเปล่งแสงสีม่วงคล้ำออกมาวูบหนึ่ง พร้อมกับกลิ่นอายอันชั่วร้ายที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา
เย่เฉินขมวดคิ้วมุ่น ความรู้สึกประหลาดบางอย่างพุ่งปะทะเข้าสู่จิตวิญญาณของเขา หัวใจเต้นระรัวดั่งกลองศึก เศษเหล็กชิ้นนั้น... เหตุใดมันจึงส่งเสียงเรียกหาปราณวิญญาณในตันtian (จุดตันเถียน) ของเขา?
"เจ้ารู้จักเศษเหล็กชิ้นนี้หรือไม่?" ชายชราหัวเราะเยาะ หยิบเศษเหล็กชิ้นนั้นขึ้นมา ชี้ให้เห็นสัญลักษณ์แกะสลักลางเลือนบนเนื้อเหล็กที่ผุกร่อน "นี่คือเศษเสี้ยวของ 'กระบี่พิฆาตดารา' อาวุธประจำกายของผู้นำตระกูลเย่... บรรพบุรุษผู้โง่เขลาของเจ้าในคืนที่ตระกูลเย่ถูกล้างบางอย่างไรล่ะ!"
ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางใจกลางวัน เย่เฉินชะงักงัน ลลมหายใจติดขัด ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนแค้นเคือง "เจ้าว่าอะไรนะ...?"
"สหายเก่าของเจ้า... หรือจะพูดให้ถูกคือ คนสนิทที่ทรยศตระกูลเจ้าต่างหากเล่าที่มอบสิ่งนี้ให้ข้า" ชายชราแสยะยิ้มเหี้ยม "มันถูกทิ้งไว้ในกองเพลิงแห่งความพินาศ ในคืนที่โลหิตย้อมแผ่นดินตระกูลเย่ เจ้าคิดว่าใครกันที่เป็นคนลงมือฆ่าล้างโคตรพวกเจ้าอย่างไร้ความปรานี?"
มู่หลานก้าวเข้ามาประชิดตัวเย่เฉิน มือเรียวยื่นไปแตะบ่ากว้างเบาๆ เพื่อถ่ายเทพลังปราณระงับความโกรธเกรี้ยวที่กำลังแผดเผาจิตใจของชายหนุ่ม นางเอ่ยเสียงเคร่งขรัว "เย่เฉิน ตั้งสติ! นี่คือกลลวงของมัน มันต้องการยั่วโมโหเพื่อให้เจ้าสูญเสียการควบคุมปราณ!"
เย่เฉินหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่พุ่งพล่าน แต่ภาพความทรงจำในวัยเยาว์ กลิ่นคาวเลือด และเสียงกรีดร้องในคืนเพลิงผลาญกลับหลั่งไหลเข้ามาในหัวไม่ขาดสาย ทว่า... ในขณะที่เขากำลังจะสูญเสียการควบคุมอยู่นั้น ปลายนิ้วของเขากลับสัมผัสได้ถึงแรงสั่นพ้องบางอย่างจากเศษเหล็กสนิมในมือของชายชรา
มันไม่ใช่พลังชั่วร้าย... แต่มันคือ 'เคล็ดวิชาตระกูลเย่' บทที่สาบสูญ!
เย่เฉินลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเกรี้ยวถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็งที่น่ากลัวยิ่งกว่ามู่หลานเสียอีก เขาตวัดสายตามองชายชรา นิ่งสงบดั่งหุบเหวไร้ก้นบ่อ
"ในเมื่อเจ้าขุดคุ้ยอดีตขึ้นมาเอง... วันนี้ ข้าจะใช้เศษเหล็กชิ้นนั้น ส่งวิญญาณชั่วๆ ของเจ้าลงสู่ขุมนรกโลกันตร์"
เย่เฉินก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้น แรงกดดันจากปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ จนมู่หลานยังต้องถอยหลังหลบรัศมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวนี้
ทันใดนั้นเอง... ก่อนที่ปลายกระบี่ของเย่เฉินจะปักเข้าที่ขั้วหัวใจของชายชรา พื้นดินใต้แท่นบูชากลับสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เมฆดำทะม้วนตัวปิดบังแสงจันทร์จนมืดมิด ท้องนภากล่าวคำรามด้วยเสียงสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าดินกำลังพิโรธ
จากหลุมลึกเบื้องล่างแท่นบูชา มีลำแสงสีทองอร่ามพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า พร้อมกับร่างเงาดำทมิฬในชุดเกราะโบราณที่ก้าวออกมาจากม่านหมอก พร้อมเสียงหัวเราะก้องกังวานที่ทำให้วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
"ฮ่าๆๆ... หลับใหลมานานนับร้อยปี ในที่สุด... ก็มีผู้มาปลุกผู้พิทักษ์แห่งสุสานโลหิตเสียที!"
—--------------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่อันโดดเดี่ยวนี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
ปริศนาอักษรเวท
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!