กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 12

รอยแยกแห่งความไว้วางใจ

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
"กฎแห่งสำนักเมฆาคล้อยมิใช่สิ่งที่จะนำมาเหยียบย่ำได้ตามอำเภอใจ เจ้ากำลังพาตัวคนผู้นั้นไปสู่ความตาย เย่เฉิน!" สุ้มเสียงของมู่หลานเย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งกลางเหมันต์ฤดู ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยในประโยคสุดท้าย นางยืนอยู่บนชะงักผาสูงชัน อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์สะบัดพลิ้วตามแรงลมปราณที่แผ่พุ่งออกมารอบกายจนเกิดเป็นม่านหมอกสีครามปกคลุมรัศมีสาม丈 [สิบเมตร] เบื้องล่างคือเหวลึกอันมืดมิดที่ไร้ก้นบึง ท้องฟ้าเหนือศีรษะถูกปกคลุมด้วยเมฆฝนสีนิลทมิฬที่ส่งเสียงคำรามครืนครางราวกับจะพิพากษาทุกสรรพสิ่ง เย่เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองความเกรี้ยวกราดนั้น เขายืนไขว่ห้างอยู่บนยอดกิ่งสนโบราณที่โน้มเอียงตามแรงลม ร่างกายผอมเพรียวแต่เปี่ยมด้วยพลังอันดุดันดึงดูดสายตา ใบหน้าคมคายราบเรียบไร้ระลอกคลื่น นัยน์ตาดำขลับทอประกายล้ำลึกดั่งห้วงจักรวาลที่ไร้ก้นบึง ในมือขวาถือกระบี่ไร้ลักษณ์ที่ยังคงเก็บซ่อนคมไว้ในฝักไม้เก่าคร่ำคร่า "กฎเกณฑ์ของพวกเจ้า... สร้างขึ้นเพื่อกักขังวิญญาณ หรือเพื่อปกป้องผู้คนกันแน่ มู่หลาน?" เย่เฉินเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทว่าก้องกังวานเสียดแทงถึงก้นบึ้งหัวใจ "เด็กคนนั้นมีสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลอัคคีสวรรค์ บริสุทธิ์ผุดผ่องแต่กลับถูกพวกเจ้าตราหน้าว่าเป็น 'มาร' เพียงเพราะเกรงกลัวว่าอำนาจของมันจะสั่นคลอนบัลลังก์เซียนของพวกเจ้า... นี่หรือคือวิถีแห่งความเที่ยงธรรมที่เจ้าพร่ำสอนข้ามาตลอด?" "เจ้าไม่เข้าใจ!" มู่หลานตวาดกลับ เสียงของนางหวاردหวั่นเล็กน้อยแต่นัยน์ตากลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะ นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้หนึ่งก้าว พลังปราณระดับ 'หลอมรวมจิตวิญญาณขั้นสมบูรณ์' กดดันลงมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวเป็นคลื่น "โลกของผู้ฝึกตนโหดร้ายและไร้ความปรานี หากปล่อยเด็กคนนี้ไป สำนักเมฆาคล้อยและสำนักยุทธ์ทั้งแปดจะลุกเป็นไฟ เจ้ากำลังใช้ความดื้อรั้นของตนเองเดิมพันกับความพินาศของยุทธภพ!" "ยุทธภพจะพินาศหรือไม่อย่างไร... หาใช่กงการอะไรของข้า" เย่เฉินแค่นหัวเราะแผ่วเบา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ข้าเป็นเพียงจอมยุทธ์เร่ร่อนผู้หนึ่ง ชีวิตนี้เหลือเพียงกระบี่ในมือกับสัจธรรมที่ต้องค้นหา หากการปกป้องผู้บริสุทธิ์สักคนทำให้ข้ากลายเป็นศัตรูกับฟ้าดิน เช่นนั้นแล้ว... ข้าก็ยินดีที่จะชักกระบี่ตัดขาดกับสวรรค์เสียวันนี้!" บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ลมปราณสองสาย ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์อันคมกริบดั่งพายุหมุนของเย่เฉิน ปะทะเข้ากับปราณกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์ของมู่หลานจนเกิดประกายไฟสีม่วงครามแลบแปลบปะทุขึ้นในอากาศ ทั้งสองยืนประจันหน้ากันท่ามกลางความเงียบงัน มีเพียงเสียงสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นเม็ดละอองบางเบา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อุดมการณ์ของพวกเขาทับซ้อนและขัดแย้งกัน เย่เฉินผู้ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นทางแห่งความทระนงและอิสรภาพ มักมองทะลุปรโปร่งถึงความเน่าเฟะเบื้องหลังเปลือกนอกอันงดงามของสำนักใหญ่โต ส่วนมู่หลาน... แม้นางจะรักมั่นและมอบดวงใจให้แก่บุรุษผู้นี้จนหมดสิ้น แต่หน้าที่และภาระผูกพันที่แบกรับไว้บนบ่า ทำให้1นางไม่สามารถก้าวเดินเคียงข้างเขาไปในเส้นทางที่ไร้ซึ่งกรอบเกณฑ์ได้ ความรักและความขัดแย้ง ความผูกพันและอุดมการณ์ ทั้งหมดกำลังถูกบดขยี้ด้วยโถงแห่งชะตากรรม "เย่เฉิน... หยุดเถอะนะ" มู่หลานเปลี่ยนน้ำเสียงลงเล็กน้อย แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาและตัดพ้อ นางก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงไม่กี่วา "เหตุใดเจ้าจึงต้องดึงดันจะแบกรับภาระของคนทั้งโลกไว้คนเดียว? หรือว่า... ในใจของเจ้าไม่เคยมีที่ว่างให้ข้าผู้Mองตามหลังเจ้าอยู่เลย?" คำพูดนั้นสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบ เย่เฉินชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยเยือกเย็นไหววูบดั่งผิวน้ำถูกโยนก้อนหินลงไป เขามองใบหน้าที่งดงามแต่ซีดเซียวของหญิงสาวตรงหน้า เห็นหยาดน้ำตาที่ผสมปนเปกับเม็ดฝนบนแก้มเนียน ความรู้สึกเจ็บปวดแปลบปلمเข้ามาในอกซ้าย ความรู้สึกผิดบาปที่ละเลยความรู้สึกของนางตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาถาโถมเข้าใส่ ทว่า... ในวินาทีที่เย่เฉินกำลังจะเอ่ยปากผ่อนปรน ร่างกายของเขากลับต้องเกร็งค้างอีกครั้ง สายตาดำขลับกวาดมองข้ามไหล่ของมู่หลานไปไกล ร่างเงาสีดำนับสิบสายกำลังพุ่งทะยานผ่านม่านหมอกเข้ามาด้วยความเร็วสูง พร้อมกับกลิ่นอายอันชั่วร้ายและคุ้นเคย—กลิ่นอายของ "หุบเขาอสูรโลหิต"! "มู่หลาน! หลบไป!" เย่เฉินคำรามลั่น ประกายตาทอแสงกล้า แต่มู่หลานกลับเข้าใจผิด นางคิดว่าเขายังคงดึงดันที่จะสู้เพื่อปกป้องเด็กคนนั้น นางพลันชักกระบี่ครามประกายฟ้าออกจากฝัก พลังปราณอัดแน่นจนเกิดเป็นเสียงคำรามของมังกรน้ำแข็ง พุ่งเข้าใส่เย่เฉินด้วยกระบวนท่าสูงสุดของสำนักเมฆาคล้อย— "เหมันต์นิรันดร์สะท้านฟ้า"! ฉากเบื้องหน้าพลันพร่ามัว คมกระบี่ทั้งสองสายกำลังพุ่งเข้าหากันด้วยความเร็วที่ไม่อาจหลบเลี่ยง! ทว่า ทันใดนั้นเอง... พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของทั้งคู่ก็ระเบิดออกอย่างรุนแรง! แรงระเบิดมหาศาลพร้อมกับค่ายกลอักขระสีเลือดพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน กลืนกินร่างของเด็กน้อยที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังทันที พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะอันเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนมาจากความมืดมิด "ฮ่าๆๆๆ! ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง จอมยุทธ์เย่ และเซียนสาวมู่... พวกเจ้าตกหลุมพรางของข้าแล้ว!" เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับกระบี่มารโลหิตที่พุ่งแทงทะลุกลางหลังของมู่หลานอย่างรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ! "มู่หลาน—!" เย่เฉินเบิกตากว้าง สติสัมปชัญญะทั้งหมดดับวูบลงในพริบตา ความโกรธเกรี้ยวระดับเผา1ผลาญสวรรค์ระเบิดออกมาจากร่างจนกระบี่ไร้ลักษณ์ในฝักสั่นสะท้านอย่างบ้าระหั่ง — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%