กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 13

วิหารลอยฟ้า

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ละอองหมอกสีเทาจัดปกคลุมรอบกายดั่งม่านศิลาที่ถูกขึงด้วยหัตถ์แห่งเทพเจ้า ทว่าความหนาแน่นของมันหาใช่ไอน้ำธรรมดาไม่ หากแต่เป็นอณูพลังปราณโบราณที่ตกตะกอนผ่านกาลเวลานับหมื่นปีจนกลายเป็นของเหลวหนืดข้น ทุกย่างก้าวที่เย่เฉินทาบทับลงบนพื้นศิลาสีนิลของ "วิหารลอยฟ้า" ส่งเสียงก้องกังวานทึบทึบ สะท้อนก้องกังวานในโสตประสาทดั่งเสียงกลองศึกจากมิติที่ลืมเลือน "ระวังด้วย… ค่ายกลวิญญาณสวรรค์เก้าชั้นเบื้องหน้านี้ มิได้มีไว้เพื่อต้อนรับผู้มาเยือน" เสียงของมู่หลานดังขึ้นแผ่วเบา นางยืนอยู่เบื้องหลังเขาเพียงครึ่งก้าว อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของเซียนสาวพลิ้วไหวตามกระแสลมปราณที่แปรปรวน ทว่าใบหน้ารูปสลักที่มักจะเย็นชาดุจน้ำแข็งพันปีกลับเจือไว้ด้วยร่องรอยความตึงเครียด ดวงตาคู่คมกวาดมองอักขระโบราณที่เรืองแสงสีครามอยู่บนเสาหศิลาดорงใหญ่ยักษ์ ซึ่งค้ำยันโดมวิหารที่ไร้ซึ่งหลังคา เปิดโล่งรับท้องนภาสีเลือด เย่เฉินไม่ตอบคำ ชายหนุ่มเพียงแค่ปรายตามองรอยแยกบนพื้นศิลาที่ลึกลงไปจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง มือเรียวยาวดั่งหยกขาวกุมด้ามกระบี่ไร้ลักษณ์ที่เหน็บอยู่ข้างเอวไว้หลวมๆ สัมผัสเย็นเยียบจากตัวกระบี่ซึมซาบเข้าสู่ฝ่ามือ ปลุกเร้าจิตวิญญาณนักสู้ในกายให้ตื่นตัว รอยแผลเป็นจากอดีตที่ตระกูลของเขาต้องเผชิญหน้ากับการล่มสลายยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ ทุกย่างก้าวที่เดินเข้ามาในวิหารลอยฟ้าแห่งนี้ ไม่ใช่เพื่อการแสวงหาอำนาจวาสนา แต่เพื่อตามหา "บันทึกบรรพกาล" กุญแจดอกเดียวที่จะไขปริศนาความจริงทั้งหมด "เจ้ากลัวหรือไม่?" เย่เฉินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยความทระนงที่ยากจะหาผู้ใดเทียบ มู่หลานชะงักไปเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม ความเย็นชาในแววตาพลันละลายหายไปวูบหนึ่ง เหลือเพียงความลึกซึ้งที่นางมอบให้เขาแต่เพียงผู้เดียว "สถานที่อันตรายเพียงใด หากมีเจ้าร่วมทางด้วย... แม้แต่ขุมนรกเก้าชั้นฟ้า ข้าก็ย่างก้าวผ่านไปได้" นางตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบเช่นเคย ทว่าความหมายภายในกลับหนักแน่นดั่งขุนเขา เปรี้ยะ! ฉับพลันนั้น อักขระโบราณบนเสาศิลาทั้งแปดต้นก็เปล่งแสงเจิดจ้าขึ้นพร้อมกัน แรงกดดันมหาศาลดั่งภูเขาไท่ซานกดทับลงมาจากเบื้องบนจนบ่าของทั้งสองทรุดฮวบลงเล็กน้อย พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ปราณกระบี่ที่มองไม่เห็นพุ่งพล่านออกมาจากทุกอณูอากาศ กรีดแทะผิวหนังจนเกิดรอยแดงจางๆ "มาแล้ว..." เย่เฉินกระซิบ ดวงตาคมกริบหรี่ลงครึ่งหนึ่ง ร่างกายไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เบื้องหน้าของพวกเขา ม่านหมอกหนาทึบกำลังม้วนตัวเข้าหากัน กลายเป็นร่างเงาโปร่งแสงขนาดมหึมา ร่างนั้นถือกระบี่โบราณที่ยาวกว่าสามเมตร ใบหน้าไร้ซึ่งเค้าโครง ทว่าแผ่รังสีสังหารที่ทำให้สรรพชีวิตต้องสั่นสะท้าน มันคือ "ผู้พิทักษ์บันทึกบรรพกาล" หุ่นเชิดวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นจากเจตจำนงของเซียนยุคโบราณ เพื่อทดสอบผู้ที่อาจหาญเข้ามาครอบครองความลับสวรรค์ วิ้ง—! ร่างเงานั้นไม่เอวาจาใดๆ มันเงื้อกระบี่ในมือขึ้นฟาดฟันลงมาทันที คมกระบี่ผ่าแหวกอากาศจนเกิดเสียงคำรามดั่งสายฟ้าฟาด พลังปราณที่อัดแน่นระเบิดออกเป็นคลื่นกระแทกสีทองอร่าม พัดพาร่างของเสาหินรอบด้านจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงในชั่วพริบตา "ถอยไป!" เย่เฉินคำรามลั่น พลังปราณไร้ลักษณ์ในตันtianระเบิดทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก ร่างของเขาพุ่งทะยานสวนทางกับคมกระบี่พิฆาตนั้นอย่างไม่เกรงกลัวความตาย กระบี่ไร้ลักษณ์ถูกชักออกจากฝักในเสี้ยววินาทีที่แผ่นฟ้าแทบจะฉีกขาด ประกายกระบี่สีขาวบริสุทธิ์สว่างวาบราวกับดาราที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ ปะทะเข้ากับคมกระบี่ของผู้พิทักษ์อย่างจัง! ตูมมม! คลื่นพลังงานมหาศาลแผ่ขยายเป็นวงกว้าง แรงปะทะทำให้มู่หลานต้องสะบัดแขนเสื้อ ร่ายม่านพลังน้ำแข็งสีฟ้าใสขึ้นปกป้องรอบกาย นางประสานอินทร์อย่างรวดเร็ว ส่งสายน้ำวนเข้าช่วยพยุงแรงกระแทกของเย่เฉินเอาไว้ไม่ให้เพลี่ยงพล้ำ "เฉิน! จุดอ่อนมันอยู่ที่กลางอก! อักขระผนึกดวงจิต!" มู่หลานตะโกนแข่งกับเสียงระเบิดของพลังปราณ เย่เฉินกัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลรินจากมุมปากเนื่องจากแรงสะท้อน ทว่าแววตาของเขากลับยิ่งเปล่งประกายเจิดจ้าดั่งกระบี่คมที่เพิ่งผ่านการลับคมจากหินผา "รับกระบี่นี้... สะบั้นฟ้าดิน!" เขารวบรวมลมปราณทั้งหมดไว้ที่ปลายนิ้ว เคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ขั้นที่หกผสานเข้ากับเจตจำนงอันแน่วแน่ ร่างของเย่เฉินพลิ้วไหวราวกับสายลมที่ไร้ร่องรอย หลบหลีกคมกระบี่มหึมาได้อย่างเฉียดฉิว ก่อนจะพุ่งทะลวงเข้าประชิดร่างของผู้พิทักษ์ในพริบตาเดียว ปลายกระบี่ไร้ลักษณ์แทงทะลวงเข้ากลางอกของหุ่นเชิดวิญญาณอย่างไร้เสียง กริ๊ก... เวลาคล้ายจะหยุดนิ่ง อักขระโบราณทั้งหมดดับวูบลงในเสี้ยววินาที ร่างมหึมายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองโปรยปรายลงมาดั่งหิมะในฤดูใบไม้ผลิ เผยให้เห็นแท่นบูชาหยกขาวที่ตั้งอยู่เบื้องหลัง บนนั้นมีคัมภีร์หนังมังกรเก่าคร่ำคร่าเล่มหนึ่งวางอยู่—"บันทึกบรรพกาล" ที่พวกเขาตามหามาเนิ่นนาน เย่เฉินหอบหายใจถี่กระชั้น ยืนค้ำกระบี่กับพื้นศิลา มู่หลานรีบพุ่งเข้ามาประคองร่างของเขาด้วยความห่วงใย นางใช้มือเรียวเช็ดคราบเลือดที่มุมปากให้เขาอย่างอ่อนโยน ความอบอุ่นจากปลายนิ้วของเซียนสาวทำให้จิตใจที่เหนื่อยล้าของชายหนุ่มผ่อนคลายลง ทว่า ในขณะที่มือของเย่เฉินกำลังเอื้อมออกไปสัมผัสกับบันทึกบรรพกาลบนแท่นบูชา บรรยากาศรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก พื้นศิลาใต้แท่นบูชากลับยุบตัวลง พร้อมกับเสียงหัวเราะเยือกเย็นที่ดังสะท้อนมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง—เสียงที่เย่เฉินจำได้ไม่มีวันลืม... เสียงของผู้นำตระกูลปริศนาผู้ทำลายล้างตระกูลของเขา! — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%