กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 28

คมกระบี่แห่งสัจธรรม

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
ความมืดมิดในห้วงมิติเบื้องล่างหาใช่ความว่างเปล่าอันไร้ชีวิต หากแต่เป็นมหาสมุทรแห่งกาลเวลาที่บดขยี้ทุกสรรพสิ่งให้แหลกสลายกลายเป็นธุลี "อย่าแม้แต่จะคิดตาย... จนกว่าเจ้าจะชำระหนี้ชีวิตที่ติดค้างข้าให้หมดสิ้น เย่เฉิน" น้ำเสียงเยียบเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งพันปีดังขึ้นท่ามกลางพายุหมุนแห่งปราณมิติที่บ้าคลั่ง ร่างของเย่เฉินซึ่งกำลังจะแตกดับถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดอันหนเหน็บแต่ทว่ามั่นคงยิ่ง สัมผัสคุ้นเคยสายนั้นปลุกสติอันเลือนรางของชายหนุ่มให้กลับคืนมา มู่หลาน... นางเซียนผู้เย็นชาดุจน้ำแข็งแห่งสำนักเมฆาคล้อย ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยยืนอยู่คนละฟากฝั่งของความแค้น บัดนี้กลับยอมใช้ร่างเนื้อของตนเองต้านทานแรงกดดันจากมิติที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณเป็นชิ้นๆ เพื่อปกป้องเขาไว้ เย่เฉินฝืนลืมตาขึ้น ภายในความมืดมิดที่ไร้กาลเวลา ดวงตาของเขากลับทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งได้รับการเจียระไนจากหินผาพันปี เลือดสีสดไหลรินจากมุมปากของเขาหยดลงบนอาภรณ์สีเงินยวดยิ่งของหญิงสาว แต่มู่หลานกลับไม่มีทีท่าสะท้านสะเทือน นางเพียงแต่กัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด ขณะที่มือเรียวดั่งหยกขาวสำแดงเคล็ดวิชา "ปทุมสวรรค์" สร้างเกราะปราณเก้าชั้นฟ้าขึ้นต้านทานกระแสพายุห้วงมิติที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ "เหตุใดเจ้าจึง... โง่เขลาถึงเพียงนี้" เย่เฉินเค้นเสียงแหบพร่าออกมา พร้อมกับยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มเนียนนุ่มที่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งของนาง "ข้าเพียงแต่ทำตามหัวใจของตนเอง... เช่นเดียวกับที่เจ้าเคยเลือกจะปกป้องข้าในแดนอสูรบรรพกาล" มู่หลานตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับเด็ดเดี่ยวแน่วแน่อย่างยิ่ง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อย มีเพียงความอาลัยอาวรณ์ที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความเย็นชามาเนิ่นนาน ท่ามกลางวิกฤตแห่งความเป็นความตายนั้นเอง เบื้องหน้าของทั้งสองก็พลันปรากฏแสงสว่างวาบขึ้น รอยแยกมิติถูกฉีกออกโดยพลังอันไร้ขีดจำกัด แรงเหวี่ยงมหาศาลซัดทั้งคู่ทะยานหลุดออกมาจากห้วงมิติอันมืดมิด กระแทกลงสู่พื้นดินเบื้องล่างอย่างรุนแรงท่ามกลางฝุ่นตลบอบอวล ตู้ม! พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ปราณกระบี่และไอเย็นพวยพุ่งกระจายออกเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ นี่คือยอดเขาอสูรกลืนนภา สถานที่ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนต้องห้ามอันดับหนึ่งของยุทธภพ และยังเป็นสมรภูมิสุดท้ายที่บรรพบุรุษตระกูลเย่เคยทำการสู้รบครั้งประวัติศาสตร์เมื่อหลายร้อยปีก่อน เย่เฉินพยุงร่างอันสะินสะเทือนของตนเองลุกขึ้นยืน ชักกระบี่ไร้ลักษณ์ออกจากฝัก เสียงหวีดหวิวของคมกระบี่ดังเสียดแทงฟ้าดิน ราวกับมันกำลังร่ำร้องหาการนองเลือดเพื่อล้างมลทิน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ แต่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้กลับพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไร้ขีดจำกัด ขอบเขตพลังยุทธ์ที่เคยติดขัดอยู่ ณ ประตูแห่งความเป็นความตาย บัดนี้กำลังสั่นคลอนอย่างรุนแรง ราวกับเตรียมจะทะלוวงผ่านไปสู่ดินแดนที่เหนือกว่าปุถุชน "เจ้าบาดเจ็บหนักเกินไปแล้ว เย่เฉิน" มู่หลานประคองร่างของตนขึ้นมาเช่นกัน กระบี่วิเศษในมือของนางส่งเสียงคำรามเบาๆ สะท้อนไอเย็นยะเยือกที่แผ่ขยายออกไปรอบกาย นางกวาดสายตามองไปเบื้องหน้าด้วยความระแวดระวังสูงสุด เบื้องหน้าของพวกเขา คือเงาร่างนับร้อยที่ยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาสูงชัน นำโดย "มารสวรรค์กระบี่โลหิต" ผู้นำนิกายมารผู้เหี้ยมโหดและเป็นผู้ทำลายล้างตระกูลเย่ในอดีต แววตาของมันเต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยัน "ฮ่าๆๆ เย่เฉิน เจ้าหนูสวะ... คิดไม่ถึงเลยว่าหนีลงไปในห้วงมิติแล้วยังมีชีวิตรอดกลับมาได้ แต่ก็นับว่าประหยัดเวลาของข้าไปมาก ที่เจ้าเลือกมาตาย ณ สถานที่แห่งการล่มสลายของตระกูลเจ้าเองเช่นนี้!" เสียงหัวเราะของมารสวรรค์กระบี่โลหิตสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขา สร้างแรงกดดันมหาศาลจนอากาศรอบบริเวณบิดเบี้ยว เย่เฉินไม่เอ่ยคำใดตอบโต้ เขากวาดสายตามองศัตรูเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่สงบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ความแค้น ความเจ็บปวด และความทรงจำในอดีตหลอมรวมเข้ากับเคล็ดวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ในกาย กลายเป็นสัจธรรมแห่งวิถีกระบี่ที่แท้จริง—กระบี่ที่ไร้รูปร่าง ไร้เจตจำนงสังหาร แต่กลับทรงพลังจนสามารถผ่าผืนฟ้าและดินได้ในดาบเดียว "มู่หลาน" เย่เฉินเอמהขึ้นเบาๆ โดยไม่ละสายตาจากศัตรู "หากวันนี้พวกเราต้องดับสูญที่นี่ เจ้าเสียใจหรือไม่?" มู่หลานหันมามองชายหนุ่มข้างกาย รอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่งปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันงดงามล่มเมือง รอยยิ้มนั้นงดงามยิ่งกว่าดอกเหมืองยามฤดูหนาวผลิบาน นางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ตราบใดที่กระบี่ของเจ้ายังชี้ไปข้างหน้า... ข้าผู้เป็นภรรยาทางจิตวิญญาณ จะเคียงข้างเจ้าไปจนถึงปรภพ!" สิ้นเสียงของนาง พลังปราณน้ำแข็งและปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ก็หลอมรวมเข้าด้วยกัน เกิดเป็นวงแหวนอัคคีและน้ำแข็งยักษ์ที่หมุนวนรอบตัวคนทั้งสอง ส่องประกายเจิดจ้าท้าทายความมืดมิดของฟ้าดิน การต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ไม่มีใครกล้าคาดเดาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ วินาทีนั้นเอง ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ของทั้งสองฝ่ายกำลังจะปะทะกันจนฟ้าดินถล่มทลาย ท้องฟ้าเบื้องบนก็พลันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเย็นเยียบที่คุ้นเคยอย่างยิ่งดังขึ้นมาจากรอยแตกมิติเบื้องบน— "นึกไม่ถึงเลยว่า... เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ต่ำต้อย จะมีผู้ที่ฝึกฝนวิชาถึงขั้นนี้ได้... เย่เฉิน เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นเงื้อมมือของข้าพ้นแล้วจริงๆ หรือ?" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่กับคมกระบี่นี้มาจนถึงบทรองสุดท้ายนี้นะครับ โปรดติดตามบทสรุปอันสะท้านฟ้าดินในตอนหน้าด้วยใจระทึกนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%