กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 9

ความลับใต้เงาจันทร์

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
คราบโลหิตบนคมกระบี่ไร้ลักษณ์มิใช่สีแดงชาด แต่เป็นสีนิลกาฬอันเกิดจากการกลืนกินปราณพิฆาตของสำนักเงาโลหิตเมื่อค่ำคืนก่อน เย่เฉินตวัดข้อมือเบาๆ หยาดโลหิตเส้นสุดท้ายก็ร่วงหล่นลงสู่พื้นดิน Spliced แตกสลายกลายเป็นไอหมอกสีเทาจางหายไปในความเงียบงันของหุบเขาอสูร ภายใต้แสงจันทร์นวลกระจ่างที่สาดส่องลงมาผ่านร่องผาหิน ร่างระหงของมู่หลานในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังนางมิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาเนิ่นนาน ทว่าสายตาคู่คมที่ทอดมองแผ่นหลังของบุรุษหนุ่มกลับซ่อนความระคนสงสัยและความห่วงใยไว้อย่างลึกซึ้ง "เจ้ายังคงซ่อนบางสิ่งไว้เสมอ... เย่เฉิน" เสียงหวานใสแต่เย็นชาราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาเมฆาคล้อยเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงัดขึ้น นางก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย กลิ่นอายหอมเย็นของดอกเหมันต์โชยมาแตะนาสิก ทว่ากลับไม่สามารถกลบกลิ่นอายปราณกระบี่อันดุดันที่หลงเหลืออยู่ในร่างของเขาได้เลย เย่เฉินมิได้หันกลับไปทันที เขายังคงทอดสายตาไปยังเบื้องหน้า ปราณแท้จริงในตันtian (ตันเถียน) ของตนเองยังคงหมุนวนอย่างบ้าคลั่งดั่งกระแสน้ำวนในมหาสมุทร วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่เขาฝึกฝนมิใช่เคล็ดวิชาธรรมดาในยุทธภพ หากแต่เป็นมรดกตกทอดที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาล ยุคที่ฟ้าดินยังไม่ถูกแบ่งแยกด้วยกฎเกณฑ์แห่งเซียนและมาร "มู่หลาน... บนโลกใบนี้ มีบางความจริงที่หากเอ่ยออกไป ทัณฑ์สวรรค์อาจมิใช่สิ่งเดียวที่ลงทัณฑ์เรา" เย่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยความทรนงอันเป็นเอกลักษณ์ "ข้าไม่ใช่เด็กน้อยในสำนักที่ต้องให้เจ้ามาปกป้องด้วยการปิดบัง" มู่หลานก้าวเข้ามาประชิด แววตาของนางจริงจังขึ้น นางยื่นมือเรียวขาวดั่งหยกไปแตะที่หัวไหล่ของเขาเบาๆ เพื่อถ่าย เทปราณวิญญาณช่วยเหลือ "อาการบาดเจ็บจากการฝืนใช้กระบวนท่า 'หมื่นกระบี่คืนรัง' เมื่อครู่... ทำให้เส้นชีพจรปราณของเจ้าเสียหายไปถึงเจ็ดส่วน เจ้ายังจะดื้อรั้นบอกว่าไม่มีอะไรอยู่อีกหรือ?" สัมผัสที่อบอุ่นแต่วาบหวิวจากปลายนิ้วของนาง ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเย่เฉินกระตุกวูบอย่างรุนแรง เขายอมรับว่าในยุทธภพอันโหดร้ายนี้ มีเพียงสตรีผู้นี้เท่านั้นที่กล้าเข้าใกล้เขาในยามที่คมกระบี่กำลังอาบโลหิต และมีเพียงนางเท่านั้นที่เข้าใจว่าความโดดเดี่ยวของการแบกรับความแค้นของตระกูลเยรินมันหนักหนาเพียงใด เย่เฉินหันกลับมาเผชิญหน้ากับนาง ดวงตาคมกริบดั่งพญาอินทรีจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของเซียนสาว "เจ้าอยากรู้จริงๆ หรือว่าเหตุใดวิชากระบี่ของข้าจึงไร้รูปร่างและไร้ลักษณ์เช่นนี้?" มู่หลานพยักหน้าน้อยๆ ลมหายใจของนางสะดุดไปชั่วขณะเมื่อใบหน้าของทั้งสองอยู่ใกล้กันเพียงคืบ นางสัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณอันร้อนระอุที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม มันไม่ใช่ปราณหยางทั่วไป แต่เป็นปราณแห่งการ 'ฝืนลิขิต' ที่พร้อมจะแผดเผาทุกกฎเกณฑ์ให้มอดไหม้ "วิชากระบี่ของตระกูลเย่..." เย่เฉินแค่นยิ้มหยันให้กับโชคชะตา "แท้จริงแล้วมิได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้บรรลุเป็นเซียน..." เขายกมือขึ้น วาดนิ้วกลางอากาศเบาๆ ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์พลันรวมตัวกันเป็นอักษรโบราณสามตัวลอยเด่นอยู่กลางความมืด อักษรแต่ละตัวเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ แผ่แรงกดดันระดับมหาอำนาจออกมาจนมู่หลานต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความตกตะลึง "นี่มัน... อักษรผนึกสวรรค์!" มู่หลานอุทานออกมาอย่างลืมตัว ในฐานะศิษย์เอกแห่งสำนักเมฆาคล้อย นางย่อมเคยผ่านตาคัมภีร์โบราณมานับไม่ถ้วน ทว่าอักษรปราณที่เย่เฉินวาดขึ้นเมื่อครู่ กลับมีกลิ่นอายที่เก่าแก่และน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าบันทึกใดๆ ในหอคัมภีร์สวรรค์เสียอีก "ถูกต้อง..." เย่เฉินกล่าวต่อ น้ำเสียงของเขาเริ่มหนักแน่นและทรงพลังขึ้นเรื่อยๆ "บรรพบุรุษของตระกูลเย่หาได้เป็นเพียงยอดฝีมือกระบี่ธรรมดา แต่พวกเขาคือ 'ผู้ทัณฑ์สวรรค์' ในอดีตกาล! วิชากระบี่ไร้ลักษณ์ที่ข้าฝึกฝน แท้จริงแล้วคือกระบวนท่าที่ถูกออกแบบมาเพื่อ 'สังหารเทพและทำลายเซียน' หาใช่เพื่อการบำเพ็ญเพียรทั่วไปไม่!" ราวกับฟ้าผ่าลงกลางใจ ท้องนภาที่เคยไร้เมฆาในยามวิกาลพลันคำรามก้องขึ้นมาคราหนึ่ง สายฟ้าสีม่วงเข้มเส้นหนึ่งผ่าลงมาที่ยอดเขาเบื้องไกลจนหินผากลายเป็นจุล แรงกดดันจากสวรรค์ถาโถมลงมาราวกับภูเขาคุนหลุนกดทับลงบนบ่าของคนทั้งสอง มู่หลานใบหน้าถอดสี นางเข้าใจทันทีว่าทำไมเย่เฉินถึงต้องปกปิดความลับนี้ไว้ หากเรื่องนี้แพรพรายออกไป สำนักใหญ่ทั้งเก้าในยุทธภพ รวมถึงสำนักเมฆาคล้อยของนางเองจะต้องระดมยอดฝีมือทั้งหมดมาหมายเอาชีวิตเขาอย่างแน่นอน เพราะวิชาที่สามารถสังหารเซียนได้ย่อมเป็นภัยคุกคามสูงสุดต่อระเบียบฟ้าดิน! "เย่เฉิน... เช่นนั้นเส้นทางที่เจ้าเดินอยู่..." มู่หลานเอ่ยเสียงสั่น นางยื่นมือไปกุมมือหนาของเขาไว้แน่น ความเย็นชาทั้งหมดถูกละลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความหวาดหวั่นต่อชะตากรรมของบุรุษตรงหน้า "มันคือเส้นทางแห่งความตายที่ไม่มีวันหวนกลับ..." เย่เฉินยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความทระนงและท้าทาย เขากุมมือเรียวบางของนางกลับด้วยความอบอุ่น สายตาคมกราบมองลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกของนาง "ต่อให้เบื้องหน้าคือปรโลก หรือแม้แต่เงื้อมมือของเง็กเซียนฮ่องเต้... หากข้าเย่เฉินมีกระบี่เล่มนี้อยู่ในมือ และมีเจ้าเคียงข้าง..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเอמהด้วยน้ำเสียงกังวานดั่งระฆังทอง "ข้าก็จะขอใช้กระบี่ไร้ลักษณ์นี้ แหวกฟ้าคว้าดวงเดือนด้วยมือเปล่าให้ดู!" ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังซาบซึ้งและเต็มไปด้วยความผูกพันอันลึกซึ้งนั้นเอง... เงาร่างสีดำสนิทนับสิบร่างก็พุ่งทะยานออกมาจากความว่างเปล่ารอบด้านอย่างไร้ซุ่มเสียง ปราณสังหารอันเย็นเยียบพุ่งตรงเข้าใส่จุดตายของเย่เฉินและมู่หลานในเสี้ยววินาที! และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดคือ ผู้นำของกลุ่มมือสังหารปริศนานั้นมิได้ใช้กระบวนท่าของมนุษย์ ทว่ามันกลับท่องคาถาอักขระโบราณที่เย่เฉินคุ้นเคยยิ่งกว่าสิ่งใด—คาถาผนึกตระกูลเย่ที่ควรจะสูญหายไปพร้อมกับเหตุการณ์นองเลือดเมื่อสิบปีก่อน! "ระวัง!" เย่เฉินกระชากร่างของมู่หลานเข้าสู่อ้อมกอดพร้อมกับชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตาเดียว! — ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและวิถีกระบี่นี้ไปด้วยกันนะครับ — หมื่นกระบี่คืนรัง
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%