คราบโลหิตบนคมกระบี่ไร้ลักษณ์หาได้เป็นสีแดงชาดไม่ หากแต่เป็นประกายสีเงินยวงที่สะท้อนเงาจันทรา ทว่ากลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในบรรยากาศกลับรุนแรงเสียจนลมหายใจของหมู่มวลพฤกษาต้องหยุดชะงัก เย่เฉินยืนหยัดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของตำหนักบรรพกาล ปราณกระบี่รอบกายแผ่พุ่งทะยานเสียดฟ้า ราวกับพญาอินทรีที่พร้อมฉีกกระชากผืนนภารักษาอิสรภาพของตนเอง ดวงตาคมกริบดุจคมมีดกวาดมองไปยังเบื้องหน้า ที่ซึ่งเงาร่างระหงในอาภรณ์ขาวบริสุทธิ์กำลังยืนขวางทางไว้ด้วยความสั่นเทา
"มู่หลาน... เจ้าก้าวเข้ามาขวางข้าด้วยเหตุผลอันใด"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะหยั่งคาด น้ำเสียงนั้นแม้จะเจือความระแวดระวัง แต่ลึกๆ แล้วกลับซ่อนร่องรอยของความปวดร้าวที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความทระนง เย่เฉินไม่เคยคิดเลยว่า ในวันที่เขาต้องสะสางบัญชีแค้นของตระกูล ผู้ที่ยืนหยัดขวางหน้าเขาในฐานะอุปสรรคชิ้นสุดท้าย จะมิใช่ศัตรูคู่อาฆาต หากแต่เป็นสตรีผู้สลักลึกอยู่ในห้วงดวงใจ
นางเซียนผู้เย็นชาแห่งสำนักเมฆาคล้อยในยามนี้มิได้มีความสง่างามดั่งเช่นวันวาน เมฆหมอกแห่งกฎเกณฑ์สวรรค์ที่นางเคยยึดมั่นบัดนี้แตกสลายไม่เป็นท่า มู่หลานเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ดวงตาคู่คมที่เคยเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปีบัดนี้เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้อย่างสุดกำลัง กระบี่เซียนในมือของนางสั่นเทาราวกับจะหลุดร่วง ปราณวิญญาณรอบกายแปรปรวนจนสะท้อนถึงความร้าวรานในจิตวิญญาณ
"เย่เฉิน... หยุดมือเถอะนะครับ... เอ่อ... เจ้า... เจ้าจงฟังข้าสักครา" มู่หลานพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ความเจ็บปวดจากการฝืนกฎสำนักเพื่อปกป้องชายหนุ่มสะท้อนผ่านรอยเลือดที่ซึมบริเวณมุมปากของนาง "เบื้องหน้านั้นมิใช่เส้นทางแก้แค้น หากแต่เป็นค่ายกลวิญญาณหมื่นอสูรที่ผู้อาวุโสสูงสุดใช้รอเจ้าอยู่ หากเจ้าก้าวผ่านธรณีประตูนั้นไป... ดวงวิญญาณของเจ้าจะแตกสลายจนมิอาจกลับชาติมาเกิด!"
เย่เฉินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อโชคชะตาและฟ้าดิน เขาก้าวเข้าไปหาทีละก้าว เสียงฝาดรองเท้ากระทบพื้นหินดังสะท้อนก้องกังวานราวกับเสียงกลองศึก
"แตกสลายหรือ? หึ... ตั้งแต่วันที่ตระกูลเย่ของข้าต้องมอดไหม้ในกองเพลิงแห่งความอยุติธรรม ดวงวิญญาณของข้าก็หาได้มีความหมายใดอีกต่อไปแล้ว มู่หลาน เจ้าเป็นถึงเซียนผู้สูงส่ง เหตุใดจึงต้องเอาชีวิตและอนาคตมาเสี่ยงกับคนระหกระเหินเช่นข้าด้วยเล่า หลบไปเถอะ... ข้าไม่อยากให้คมกระบี่ไร้ลักษณ์นี้ต้องเปื้อนเลือดของคนที่ข้า... ห่วงใยที่สุด"
ประโยคสุดท้ายกระแทกกระทั้นลงกลางใจของนางเซียนสาวราวกับสายฟ้าฟาด มู่หลานสะท้านเฮือก นางหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุ ภาพวันวานที่ทั้งสองร่วมเป็นร่วมตายในดินแดนลับแล ประกายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนยามที่เขาคอยปกป้องนางจากอสูรโลกันตร์ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่า หัวใจที่เคยปิดตายของนางได้มอบให้บุรุษผู้ฝืนลิขิตฟ้าผู้นี้ไปจนหมดสิ้นแล้ว
"ข้าหาได้ทำเพื่อกฎเกณฑ์ของสำนัก... และมิได้ทำเพื่อความถูกต้องแห่งฟ้าดินใดๆ ทั้งสิ้น!" มู่หลานลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตานั้นเด็ดเดี่ยวและเปี่ยมด้วยความรักอันลึกซึ้งจนเย่เฉินต้องชะงักฝีเท้า นางยกกระบี่เซียนขึ้นชี้ตรงมาที่หน้าอกของเขา แม้ปลายกระบี่จะสั่นระริกจนควบคุมไม่อยู่ก็ตาม "หากเจ้าต้องการจะก้าวข้ามขอบเขตนี้ไป... เจ้าต้องก้าวผ่านศพของข้าไปเสียก่อน! ข้ามิอาจมองดูเจ้าเดินเข้าสู่ความตายโดยที่ข้าทำได้เพียงยืนมองอย่างคนไร้ค่า!"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงสายลมยุทธภพที่พัดพาเศษใบไม้ปลิวว่อนผ่านกลางระหว่างคนทั้งสอง อารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อนหลอมรวมกันจนแทบจะกลกลายเป็นหยาดฝนแห่งความโศกเศร้า เย่เฉินจ้องมองนัยน์ตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาของสตรีตรงหน้า หัวใจที่เคยแข็งกระด้างดั่งหินผากลับถูกคีมความรู้สึกบีบอัดจนเจ็บแปลบ เขาเข้าใจเจตนาของนาง นางมิได้ต้องการขัดขวางการแก้แค้นของเขา แต่นางกำลังเอาชีวิตของตัวเองมาเดิมพันเพื่อฉุดรั้งเขาจากขุมนรก
"เจ้าช่าง... โง่เขลานัก มู่หลาน" เย่เฉินกระซิบแผ่วเบา แววตาทระนงเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนที่หาได้ยากยิ่ง เขายกมือขึ้นสัมผัสกับคมกระบี่ของนางที่จ่ออยู่ตรงอก ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์กรีดผ่านผิวเนื้อจนโลหิตสีแดงสดหยดลงสู่พื้นดิน แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย
"ข้า ยอมโง่เขลา... ดีกว่าต้องอยู่อย่างไร้ซึ่งลมหายใจที่มีเจ้าเคียงข้าง" มู่หลานเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มเนียนดั่งหยกขาว ภาพลักษณ์ของเซียนสาวผู้เย็นชาหลุดลุ่ยไม่เหลือชิ้นดี เหลือเพียงสตรีผู้หนึ่งที่ยอมทิ้งทุกสิ่งเพื่อปกป้องชายที่รัก
ทันใดนั้น บรรยากาศรอบกายก็แปรเปลี่ยนเป็นความหนתทึบ อักษรเวทสีทองนับพันปรากฏขึ้นบนพื้นดินและท้องฟ้า แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจากเบื้องบน ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังหล่นทับ ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักเมฆาคล้อยปรากฏกายขึ้นท่ามกลางมิติที่บิดเบี้ยว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปากชราภาพ
"ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง... ศิษย์เอกผู้ทรยศ และไอ้หนุ่มสวะตระกูลเย่ ในเมื่อพวกเจ้าอยากอยู่ร่วมกันนัก ข้าก็จะส่งพวกเจ้าไปสู่สุคติพร้อมๆ กัน ณ บัดนี้!"
เงื้อมมืออันเต็มไปด้วยพลังปราณระดับบรรพกาลพุ่งทะยานเข้าใส่ร่างของมู่หลานที่ยืนขวางอยู่ด้านหน้า เย่เฉินเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดและพลังปราณกระบี่ไร้ลักษณ์ระเบิดออกมาจากร่างจนเกิดเสียงคำรามกึกก้องสะท้านฟ้าดิน!
เขากระชากกระบี่ออกจากฝักด้วยความเร็วที่เหนือกว่าสายฟ้าแลบ ทว่า... ในจังหวะที่คมกระบี่กำลังจะพุ่งทะยานออกไปรับการโจมตีนั้น มู่หลานกลับพลิkกายเข้ามาโอบกอดร่างของเขาไว้ พร้อมกับร่ายอาคมลับขั้นสูงสุดเพื่อรับการโจมตีแทนโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย!
"มู่หลาน—!"
เสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนกและเจ็บปวดของเย่เฉินดังลั่นป่าเขาลำไพร เมื่อร่างของหญิงสาวกระเด็นถอยหลังไปตามแรงกระแทก พร้อมกับกระอักโลหิตคำโตออกมาสาดกระเซ็นย้อมอาภรณ์สีขาวให้กลายเป็นสีแดงฉานดั่งดอกเหมยท่ามกลางหิมะ ก่อนที่สติของนางจะดับวูบลงในอ้อมแขนของเขา
เย่เฉินรับร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นไว้ ดวงตาทระนงเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ปราณกระบี่ไร้ลักษณ์แปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับมัจจุราชจากขุมนรก เขาก้มลงกระซิบข้างหูของนางที่หมดสติไปแล้วด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาแต่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
"หากผืนฟ้าต้องการพรากเจ้าไปจากข้า... วันนี้ ข้าจะใช้กระบี่เล่มนี้... สังหารฟ้าดินให้สิ้นซาก!"
เขายืนหยัดขึ้นช้าๆ พร้อมกับยกกระบี่ไร้ลักษณ์ขึ้นชี้ฟ้า ทันใดนั้น เมฆหมอกทั่วทั้งสารทิศก็ม้วนตัวเข้าหากันราวกับเกิดมหันตภัยครั้งใหญ่ และในวินาทีที่กระบี่ในมือของเขากำลังจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่แท้จริง เงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่งก็ก้าวออกมาจากรอยแยกมิติเบื้องหลัง พร้อมกับเอמהขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่ทำให้หัวใจของเย่เฉินต้องกระตุกวูบ...
"เจ้าหนู... เจ้าคิดว่ามารดาผู้ให้กำเนิดที่แท้จริงของเจ้า... ยอมให้เจ้าตายที่นี่กระนั้นหรือ?"
โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ... หมื่นกระบี่คืนรัง
กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา•ตอนที่ 22
เซียนผู้ปกป้อง
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่ไร้ลักษณ์กับวิถีเซียนผู้เย็นชา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!