สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ•ตอนที่ 7

รอยยิ้มที่ไม่คาดคิด

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเอาผนังปูนเปลือยดิบๆ มาชนกับเคาน์เตอร์พายมะนาวของคุณยายคุณ ผมแนะนำให้เปลี่ยนชื่อร้านจาก 'ละมุนละไม' เป็น 'สถานดัดสันดานรสนิยม' ไปเลยดีกว่าครับคุณขนมผิง" น้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เจือความกวนประสาทแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่มผู้ยึดมั่นในสุนทรียศาสตร์ดังขึ้นท่ามกลางฝุ่นปูนและกลิ่นสีอ่อนๆ ของร้านขนมที่กำลังรีโนเวท ขนมผิงสะบัดหน้าขวับ มือเรียวที่กำลังถือถาดไม้ใส่ตัวอย่างกระเบื้องวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานชั่วคราวเสียงดังลั่น จนกาแฟในแก้วกระดาษสั่นกระเพื่อม "นี่คุณอาร์ต! พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ ฉันบอกกี่ครั้งแล้วว่าพายมะนาวสูตรคุณยายมันต้องการบรรยากาศอบอุ่นแบบบ้านสวนอังกฤษ ไม่ใช่ตึกปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์ดิบเถื่อนเหมือนโรงงานนรกที่คุณพยายามจะยัดเยียดให้ฉัน!" ร่างสูงโปรดของอาร์ตถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาขยับแว่นสายตา เลื่อนแบบแปลนสถาปัตยกรรมในไอแพดให้พ้นมือหญิงสาวผู้กำลังฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่โดนเหยียบหาง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นมองเธอด้วยความระอาปนเอ็นดูที่เจ้าตัวไม่เคยรู้ตัวเลยสักนิด "คุณกำลังเอาความทรงจำส่วนตัวมาทำลายฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่นะครับคุณผิง ร้านคุณพื้นที่แค่สามสิบตารางเมตร ถ้าคุณเอาบัวผนังเยอะแยะกับวอลเปเปอร์ลายดอกไม้กุหลาบอังกฤษแบบที่คุณชอบเข้ามาใส่ มันจะอึดอัดจนลูกค้ากินพายแล้วหายใจไม่ออกตายก่อนจะได้จ่ายเงิน" "ก็ฉันชอบแบบนั้นนี่! ร้านฉัน เงินฉัน สูตรขนมฉัน ทำไมฉันต้องมานั่งทนให้สถาปนิกปากจัดอย่างคุณมาเปลี่ยนความฝันฉันเป็นโกดังเก็บปูนด้วยเล่า!" ขนมผิงกำมือแน่นจนข้อVนิ้วขาวซีด เธอยืนจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง แก้มเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะเพราะความอึดอัดกับความดื้อด้านของอีกฝ่ายกันแน่ เธอก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน) แต่อาร์ตกลับไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่เงียบไป จ้องมองใบหน้าที่กำลังงอเป็นปลาทูแม่กลองนั้นด้วยสายตาที่ลึกล้ำขึ้นกว่าทุกวัน บรรยากาศในร้านเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงรถราวิ่งผ่านไปมาบนถนนด้านนอก นี่คือตอนที่ 7 ของการทะเลาะกันมาร่วมเดือน ตั้งแต่วันแรกที่พี่ธันเพื่อนสนิทของเขาโยกงานออกแบบร้านนี้มาให้ อาร์ตไม่เคยยอมถอยให้ใครเรื่องดีไซน์ แม้แต่กับลูกค้ารายใหญ่เขาก็ยังเถียงจนชนะมาแล้ว แต่กับผู้หญิงคนนี้... ยัยเจ้าของร้านขนมปากแข็งที่ทำพายมะนาวอร่อยที่สุดในสามโลกคนนี้ ทำไมทุกครั้งที่เธอเถียง หัวใจเจ้ากรรมถึงได้เต้นผิดจังหวะแปลกๆ แบบนี้วะ อาร์ตสูดหายใจเข้าลึก ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะตัดสินใจทำในสิ่งที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่คาดคิด "โอเคครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเบาๆ แตกต่างจากทุกที ขนมผิงที่กำลังเตรียมจะพ่นชุดคำด่าชุดใหม่ใส่หน้าเขาถึงกับชะงัก อ้าปากค้างเล็กน้อย "หะ... ว่าไงนะ" อาร์ตหยิบดินสอดำด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาทอดมองไปที่ผนังโล่งๆ ฝั่งที่เธอกล่าวถึง ก่อนจะหันมาสบตาเธอนิ่งๆ "ผมยอมปรับแบบให้... ตามที่คุณต้องการ" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง นานนับวินาทีที่ไม่มีใครพูดอะไร ขนมผิงกะพริบตาปริบๆ สมองอันรวดเร็วของเธอกำลังประมวลผลคำพูดของสถาปนิกหนุ่มผู้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรี ยอมจำนนเนี่ยนะ? อาร์ตน่ะนะ จะยอมแก้แบบให้เธอ? "คุณ... พูดเล่นหรือเปล่าเนี่ย" เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "กินยาผิดซองเหรอคุณอาร์ต หรือสมองกระทบกระเทือนตอนเดินสะดุดโครงเหล็กเมื่อกี้" อาร์ตแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ เดินเข้ามาใกล้เกลี่ยเศษฝุ่นปูนที่ติดอยู่ตรงไหล่เสื้อของเธอออกอย่างลืมตัว สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาขนมผิงสะดุ้งเฮือก ถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังชนกับชั้นวางของ หัวใจของเธอเต้นโครมครามจนดังแข่งกับเสียงเครื่องมือช่างด้านนอก "ผมพูดจริงครับ" อาร์ตโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคู่นั้นพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเธอใกล้จนเกินระยะปลอดภัย "แต่มีข้อแม้..." "อะ... อะไรของคุณอีกเนี่ย มีข้อแม้ตลอด" ขนมผิงพยายามดึงเสียงให้แข็งเพื่อกลบเกลื่อนอาการใจสั่น แต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นผลเอาเสียเลยเมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอมันใกล้กันเกินไป "ข้อแม้ก็คือ..." อาร์ตเว้นจังหวะ ริมฝีปากหยักยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้มกวนประสาทแบบทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและมีเสน่ห์จนผู้หญิงใจแข็งอย่างเธอเกือบละลาย "คุณต้องไปกินข้าวเป็นเพื่อนผมมื้อหนึ่ง... ในฐานะที่ผมยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพื่อความสุขของเจ้าของร้านขนมดื้อรั้นคนนี้" ขนมผิงอ้าปากค้าง สมองขาวโพลนไปหมด รอยยิ้มที่ไม่คาดคิดจากผู้ชายมาดนิ่งคนนี้กำลังโจมตีหัวใจเธออย่างรุนแรงโดยไม่มีป้อมปราการใดๆ ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากตอบตกลงหรือปฏิเสธเสียงหัวใจตัวเอง ประตูร้านที่ถูกปิดล็อกไว้ครึ่งหนึ่งก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงก้าวเท้าพรวดพราดของใครบางคน "อาร์ต! ผิง! แย่แล้วเว้ย!" พี่ธัน เพื่อนสนิทตัวดีวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในร้าน สีหน้าซีดเผือกจนผิดปกติ ในมือถือโทรศัพท์มือถือสั่นระริก "เกิดอะไรขึ้นวะพี่ธัน หน้าซีดเป็นไก่ต้มเชียว" อาร์ตขมวดคิ้ว หันไปมองเพื่อนสนิทด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ พี่ธันหอบหายใจจนตัวโยน กวาดสายตามองทั้งสองคนสลับกันไปมาด้วยแววตาระทึกขวัญ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้บรรยากาศในร้านดิ่งวูบลงในพริบตา "มีคนปล่อยข่าวในกลุ่มสถาปนิก... ว่าแบบร้าน 'ละมุนละไม' ของพวกนาย ถูกก๊อปปี้ไปยื่นประกวดชิงรางวัลใหญ่แล้ว... แถมชื่อเจ้าของผลงานในระบบ... คือแฟเก่าของนายเอง อาร์ต!" อาร์ตชะงักกึก ร่างสูงแข็งทื่อราวกับถูกสาป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น... ชื่อที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ในอดีตมาตลอดหลายปี ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับตัวละครของเราในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับเจ้าของร้านขนมหวานที่เกลียดคำว่าคอลแลบ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%