“ถ้าคุณยังไม่ปล่อยมือฉันตอนนี้ เราสองคนคงได้กลายเป็นหัวข้อซุบซิบของคณะอักษรฯ ภายในห้านาทีแน่ค่ะ”
ฉันกระซิบเสียงแผ่ว พยายามดึงมือตัวเองออกมาจากอุ้งมือที่สั่นเทาของกวิน สายตาของคนที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่ยังคงทิ้งความอึดอัดไว้เบื้องหลัง ท่ามกลางความเงียบงันของมุมอับในห้องสมุดที่เคยเป็นเซฟโซนของฉัน กลิ่นกระดาษเก่าๆ และกลิ่นโคโลญจน์จางๆ ของเขาดูเหมือนจะยิ่งทำให้บรรยากาศมันตึงเครียดจนหายใจไม่ออก
กวินไม่ตอบในทันที สันกรามของเขายังคงขบกันแน่น ดวงตาคมคายที่ปกติจะมองฉันด้วยความอ่อนโยน บัดนี้กลับฉายแวววูบไหวราวกับเปลวเทียนที่ถูกพายุพัดผ่าน เขาค่อยๆ คลายมือออกอย่างเชื่องช้า ความเย็นเฉียบจากฝ่ามือเขาที่สัมผัสผิวฉันเมื่อครู่ทำให้ฉันรู้สึกใจหายแปลกๆ
“ขอโทษครับ... พาย” เขาใช้คำแทนตัวที่ดูห่างเหินผิดปกติ ก่อนจะถอนหายใจยาว “ผมแค่... ไม่คิดว่าเขาจะกล้าโผล่มาที่นี่”
ฉันมองแผ่นหลังกว้างของคนที่ยืนหันหลังให้ฉัน เขาดูสูงใหญ่และมั่นคงเสมอในสายตาของฉัน แต่ในเวลานี้ กวินกลับดูเหมือนเด็กหนุ่มที่กำลังแบกโลกทั้งใบไว้คนเดียว ฉันตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแตะปลายนิ้วลงบนแขนเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนของเขาเบาๆ
“เราไม่ต้องคุยเรื่องนี้ตอนนี้ก็ได้นะคะ” ฉันพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความกังวล “เดทแรกของเรา... ไม่ควรจะเริ่มต้นด้วยความทุกข์ใจของใครนะคะ”
กวินหันกลับมามองฉัน ดวงตาคู่คมนั้นอ่อนแสงลงทันทีเมื่อสบเข้ากับสายตาของฉัน เขายกยิ้มที่มุมปาก แต่มันเป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยเกินกว่าจะเป็นรอยยิ้มที่ควรจะมีในเดทแรก “เดทแรกเหรอครับ? ถ้าอย่างนั้น... เราไปหาที่นั่งที่ไม่มีใครรบกวนกันดีกว่าไหม ที่ที่คนอย่างเขาจะไม่มีวันหาเราเจอ”
ฉันพยักหน้าตอบรับเบาๆ เราเดินเคียงกันไปตามชั้นวางหนังสือที่คุ้นเคย กวินจูงมือฉันไว้หลวมๆ คราวนี้เขากระชับนิ้วมืออย่างมั่นคง ราวกับต้องการยืนยันการมีอยู่ของกันและกัน ท่ามกลางเสียงพลิกหน้ากระดาษและเสียงกระซิบของนักศึกษาคนอื่นที่แว่วมาตามลม เราเลือกมุมลึกสุดของห้องสมุด มุมที่เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง... ตรงที่ฉันเคยแอบมองเขาอ่านหนังสือเมื่อปีก่อน
เรานั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม กวินไม่ได้หยิบหนังสือเล่มไหนขึ้นมาอ่าน เขาเอาแต่จ้องมองฉันอยู่อย่างนั้น จนฉันต้องเป็นฝ่ายหลบสายตาไปทางอื่นด้วยความเขินอาย
“พายรู้ไหมครับ...” กวินเริ่มพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่า “ที่ตรงนี้ไม่ใช่แค่ที่ที่พายมานั่งอ่านหนังสือหรอกนะ แต่เป็นที่ที่ผมมองหาพายมาตลอด... ก่อนที่ผมจะกล้าเดินเข้าไปหาพายจริงๆ”
“คุณพูดเหมือน... คุณเฝ้าสังเกตฉันมาก่อนหน้านั้นแล้ว” ฉันเลิกคิ้วมองเขาด้วยความแปลกใจ
“ผมเฝ้ามองมานานพอที่จะจำได้ว่าพายชอบอ่านหนังสือเล่มไหน ชอบจดโน้ตด้วยปากกาหมึกสีอะไร และชอบถอนหายใจเบาๆ เวลาที่อ่านถึงบทเศร้าในนิยาย” เขายื่นมือมาทัดผมที่ปรกลงมาข้างแก้มของฉัน สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ใบหน้าฉันร้อนผ่าว “ผมแค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มทักพายยังไง... จนกระทั่งความลับของผมมันรบกวนชีวิตที่แสนสงบของพายเข้า”
หัวใจของฉันเต้นกระตุกวูบ ความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามา ทั้งความอบอุ่นใจและความกลัวที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ฉันรู้ดีว่ากวินมี 'ความลับ' เรื่องครอบครัวที่คอยกดทับเขาอยู่ และบุคคลที่เพิ่งเดินจากไปเมื่อครู่คือตัวละครสำคัญที่ดึงเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย
“ไม่ต้องกลัวนะคะ” ฉันเอื้อมมือไปกุมมือเขาไว้ “ไม่ว่าความลับนั้นจะเป็นอะไร พายจะอยู่ตรงนี้... ในมุมเงียบๆ ของห้องสมุดแห่งนี้กับคุณ”
กวินเงียบไปนาน เขาก้มหน้าลงซบหน้าผากกับมือของเราที่กุมกันไว้ สัมผัสถึงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขาทำให้ฉันรู้สึกราวกับเวลาหยุดเดิน แต่แล้ว... เสียงฝีเท้าหนักๆ ที่คุ้นหูก็ดังใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านหลัง ฝีเท้าที่ไม่ใช่ของนักศึกษาทั่วไป แต่เป็นจังหวะการเดินที่เต็มไปด้วยอำนาจและความก้าวร้าวที่ฉันจำได้แม่นจากเหตุการณ์เมื่อครู่
ฉันเงยหน้าขึ้นมองกวิน เขาชะงักไปทันที แววตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด
“กวิน! พาย!” เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายวัยกลางคนที่สวมชุดสูทเนี้ยบกริบ เขาเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะของเรา “แกคิดว่าจะหนีพ่อมาซ่อนตัวในห้องสมุดเด็กๆ แบบนี้ได้นานแค่ไหนกัน”
กวินลุกขึ้นยืนบังฉันไว้ทันที สันกรามของเขากระตุกอีกครั้ง มือที่เคยอบอุ่นกลับกำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ของพ่อ... ออกไป” กวินคำรามเสียงต่ำ
ชายคนนั้นแค่นหัวเราะ ก่อนจะเหลือบสายตาเย็นชามาที่ฉัน “ดูเหมือนเธอจะพา 'ของเล่น' มาด้วยสินะ... เอาล่ะกวิน ถ้าเธอไม่ยอมกลับไปกับฉันตอนนี้ ความลับเรื่องกองทุนการศึกษาที่เธอแอบดึงเงินมาใช้ จะไม่ใช่แค่เรื่องที่รู้กันในครอบครัว แต่จะเป็นข่าวดังในหน้าเพจมหาวิทยาลัยภายในคืนนี้”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุด ราวกับอากาศทั้งหมดถูกสูบหายไป ฉันมองสลับระหว่างกวินที่ตัวสั่นเทาด้วยความโกรธ กับชายตรงหน้าที่ถือไพ่ตายที่สามารถทำลายชีวิตนักศึกษาของกวินได้ในพริบตา... และในวินาทีที่กวินกำลังจะเอ่ยปากปะทะ ฉันก็เห็นเงาของใครบางคนก้าวออกมาจากหลังชั้นหนังสือข้างๆ... มีนา เพื่อนสนิทของฉันที่ยืนถือกองหนังสืออยู่ในมือพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“เรื่องที่กวินยักยอกเงินกองทุนเหรอคะ?” มีนาถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ท่ามกลางความตกตะลึงของเราทั้งสาม “ถ้าคุณลุงจะพูดเรื่องนี้... หนูว่าคุณลุงควรดูหลักฐานที่หนูถืออยู่ในมือนี้ก่อนจะตัดสินใจทำลายชีวิตใครนะคะ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางในโลกใบเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยหัวใจของพายและกวินมาด้วยกันนะคะ หวังว่าตอนหน้าจะเป็นบทสรุปที่ทุกคนรอคอยค่ะ – ที่คั่นหนังสือสีชมพู
บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด•ตอนที่ 24
เราและเขาในพื้นที่ของเรา
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บันทึกหัวใจในมุมเงียบของห้องสมุด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!